สะพัด พปชร. เขย่าเก้าอี้ 2 รมต.ใหม่ ‘สุชาติ’ โดนด้วย หึ่ง ‘ธรรมนัส’ ดันแก๊ง 4 ช. ขึ้นนั่งว่าการ

สะพัด พปชร. เขย่าเก้าอี้ 2 รมต.ใหม่ ‘สุชาติ’ โดนด้วย หึ่ง ‘ธรรมนัส’ ดันแก๊ง 4 ช. ขึ้นนั่งว่าการ

รายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แจ้งว่า หลังจากเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม แกนนำ พปชร.แต่ละกลุ่มในพรรคได้สลับกันเข้าพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค พปชร. เพื่อหารือเตรียมการรับมืออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 6 คน ก่อนที่พรรค พปชร.จะมีการประชุมส.ส. เพื่อเตรียมความพร้อมอภิปรายไม่ไว้วางใจในเวลา 15.00 น. วันที่ 30 สิงหาคม ที่ทำการพรรค พปชร. ถนนรัชดาภิเษก

ทั้งนี้ ต้องจับตามติพรรคจะออกมาทิศทางใดในการอภิปราย ซึ่งจะมีแกนนำพรรค ส.ส. และรัฐมนตรีของพรรคที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จำนวน 2 คน คือ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เข้าร่วมเพื่อทำการซักซ้อม

การเข้าพบ พล.อ.ประวิตรของแกนนำพรรคบางคน เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวว่า มีความพยายามกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อให้ปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยพุ่งเป้าที่รัฐมนตรีของพรรค 3 คน ซึ่ง 2 ใน 3 เป็นรัฐมนตรีที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งยังไม่ถึงครึ่งปีคือ นายชัยวุฒิ และ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศุกษาธิการ รวมถึง นายสุชาติ ที่ถูกยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นครั้งที่สองติดต่อกัน

โดยการกดดันให้ปรับ ครม.ครั้งนี้ นำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรค พปชร. และ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พปชร.และประธานวิปรัฐบาล เนื่องจากมองว่าที่ผ่านมารัฐมนตรีใหม่ของพรรคทั้งสองคน เมื่อได้ตำแหน่งไปแล้วกลับห่างเหิน ไม่สนองนโยบายพรรค และไม่ได้ดูแล ส.ส.เท่าที่ควร

นอกจากนี้ ยังเห็นว่ารัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลไม่ตอบสนองเสียงสะท้อนปัญหาของ ส.ส.ในพื้นที่ โดยเฉพาะภารกิจที่มีความใกล้ชิดกับประชาชน

รายงานข่าวแจ้งว่า การกดดันครั้งนี้คาดว่าจะใช้วิธีทำให้รัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายได้รับคะแนนน้อยที่สุด ใช้เป็นข้ออ้างเรียกร้องให้มีการปรับ ครม. โดยมีตัวแปรคือบรรดาพรรคเล็ก หากการเคลื่อนไหวครั้งนี้ทำได้สำเร็จ และนำไปสู่การปรับ ครม.ได้ จะทำให้มีเก้าอี้ว่าง 3 ตำแหน่ง คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส

และจะทำให้รัฐมนตรีในกลุ่ม 4 ช. มีโอกาสที่จะขยับตำแหน่งที่สูงขึ้น ซึ่งในการปรับ ครม.ครั้งที่แล้วเคยมีความพยายามผลักดันให้ ร.อ.ธรรมนัส ไปเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ไปเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ไปเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอส แต่ไม่สำเร็จ

และในครั้งนี้ยังมีความพยายามจะใช้สูตรดังกล่าวอีกครั้ง โดยเฉพาะ ร.อ.ธรรมนัส ที่ปัจจุบันเป็นเลขาธิการพรรค พปชร. จึงต้องการขยับขึ้นไปเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการในกระทรวงที่ใช้เป็นกลไกในการสร้างฐานเสียงได้

ทั้งนี้ คนที่รับผิดชอบดูแลเรื่องเสียงในสภาฯยังเป็น ร.อ.ธรรมนัส และนายวิรัช เหมือนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัสได้เดินสายคุยกับบรรดาพรรคเล็ก เรื่องการยกมือโหวตให้รัฐมนตรีแต่ละคน ซึ่งพรรคเล็กมีความพยายามต่อรองหนักมากกว่าทุกครั้ง เพราะมีความไม่พอใจจากกรณีที่พรรค พปชร. สนับสนุนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องบัตรเลือกตั้งสองใบ ที่พรรคเล็กมองว่าเป็นการทอดทิ้งและเอื้อประโยชน์ให้กับพรรค พปชร.เอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้3 ชม.ยังไม่จบ! รัวกระสุนยางข้างแฟลตดินแดง ทะลุแก๊ซจุดพลุ-ปาประทัดโต้
บทความถัดไปฟุตบอลคนตาบอดไทยประเดิมสนามนัดแรกพ่ายสเปน 0-1 ศึกพาราลิมปิก 2020