ไม่ว่าคำถามไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าคำถามไปยัง พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา
อันเกี่ยวกับ “ฝาย” ที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่
เน้นอย่างหนักแน่นและจริงจังถึง “ฐาน” ที่มาของข่าวว่าเนื่องแต่ “โซเชียล มีเดีย”
เป็นเรื่องของ “ออนไลน์”
หากสำรวจผ่าน “พื้นที่” ของหนังสือพิมพ์ซึ่งเรียกว่า “สื่อกระดาษ” มีอยู่น้อยอย่างยิ่ง
ยิ่ง “โทรทัศน์” ยิ่งแทบไม่มี
ทั้งหมดนี้จึงเป็นเรื่องของออนไลน์ เป็นเรื่องของ “สื่อกระจก” อย่างเป็นด้านหลัก
“สื่อกระดาษ” อยู่ในฐานะเป็น “รอง”
คำตอบของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ต้องการให้ยุติ คำตอบของ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ต้องการให้ยุติ
แต่ก็กลายเป็น”คำถาม” ต่อไปอีก
ยิ่งเมื่อ “แหล่งข่าว” จากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ออกมายืนยันกระแสในเรื่อง “ฝาย”
ยิ่งทำให้เรื่องไม่อาจ “จบ”
เพราะ 1 อ้างอิงว่าเป็นปัญหาจากความไม่ลงรอยกันภายใน “สมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม”
ระบุ อาจมี “คนใน”นำภาพเหล่านี้ “ส่งต่อ”
บางส่วนปรากฏใน “สื่อกระดาษ” บางฉบับ แต่ทั้งหมดล้วนเห็นได้ผ่าน “สื่อกระจก”
ตามมาด้วย “ความเห็น” อันมากด้วย “สีสัน”
ขณะเดียวกัน ข้ออ้าง 1 คือ “พวกที่ผิดหวังจากการแต่งตั้งโยกย้าย” ก็มีส่วนในการกระพือ
2 ส่วนนี้มากด้วยความละเอียดอ่อน
กระบวนการเกิดขึ้น ดำรงอยู่ และดำเนินไปของข่าวอันเกี่ยวกับการสร้าง “ฝาย” ณ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่
จึงเป็นอีก “ตัวอย่าง” 1 ซึ่ง “แจ่มชัด”
แจ่มชัดว่า “สื่อกระจก” เริ่มแสดงบทบาทเป็นอย่างสูงภายใน “สังคม”
กลบทับ บทบาท “สื่อกระดาษ”
การแปร “ข่าวสาร” ไปอยู่ใน “โซเชียล มีเดีย” ทำให้มีส่วนอย่างสำคัญในการกระพือ “ข่าวลือ”
เป็นบทบาทของ “การนินทา” ในยุคเกษตรกรรม
เพียงแต่บทบาทของ “การนินทา” เป็นเรื่องจากปากสู่ปากภายในชุมชนเล็กๆ
แต่นี่ “ปลิวว่อน” ผ่านกระบวนการ “ออนไลน์”
หากเป็น “สื่อกระดาษ” โดยเฉพาะที่เป็นหนังสือพิมพ์ก็ไม่ยากที่จะควบคุม
แต่เมื่อเป็น “สื่อกระจก” ก็ยากเป็นอย่างยิ่ง

