กลยุทธ์ ทะลวง ป้อมค่าย แตก ‘ภายใน’ เงื่อนไข ปรับ ครม.

31.08.21 | 13:00 น.

การอภิปรายทั่วไปเพื่อลากไส้ ประจานอย่างจะแจ้งจนเป็นที่ประจักษ์กระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยอมจำนน

1 ลาออก หรือไม่ก็ 1 ยุบสภา

อาจเป็นเป้าหมายใหญ่ หรือเป็น “ยุทธศาสตร์” ร่วมที่ทุกพรรคฝ่ายค้าน ล้วนต้องการเหมือนกันในการเปิดศึกครั้งนี้

ไม่ว่า “เพื่อไทย” ไม่ว่า “ก้าวไกล”

กระนั้น ในความเป็นจริงที่ผ่านการอภิปรายทั่วไปมาแล้ว 2 ครั้ง ประสานเข้ากับการรุกไล่ของขบวนการ “เยาวชน” นอกรัฐสภา

Advertisement

ยากยิ่งที่จะทลาย “ป้อมค่าย” ของ “รัฐบาล”

เพราะพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา ยังกอดเกาะ “เก้าอี้” อยู่อย่างเหนียวแน่นและมั่นคง

จึงต้องปรับเปลี่ยน “ยุทธวิธี” และ “เป้าหมาย”

กล่าวในทาง “ยุทธศาสตร์” ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าพรรคก้าวไกลล้วนพุ่งปลายหอกใหญ่ไปยัง พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา

พรรคเพื่อไทยถึงกับเล่น 2 ประสาน

นั่นก็คือ ประสานขุนพลของตนบนเวทีของรัฐสภาอย่างหนักแน่น เข้ากับการเคลื่อนไหวผ่านโลกออนไลน์ ผ่านเครือข่ายโซเชียล

“รวมพลังประชาชน รวมพลไล่ประยุทธ์”

ขณะที่พรรคก้าวไกลทำนามธรรมแห่ง “ระบบราชการรวมศูนย์” ของระบอบประยุทธ์ให้ปรากฏผ่านรูปธรรมแห่ง “ระบอบปรสิต”

ฉายภาพผ่านสถานการณ์ “โควิด”

อีกด้านหนึ่งก็รุกไล่เข้าไปรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงสาธารณสุขไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ทะลวงเข้าไปเพื่อสร้างปัญหาจาก “ภายใน”

การเสนอรายชื่อรัฐมนตรีเพิ่มเข้ามาอีก 5 รายชื่อนอกเหนือจากกรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
อันเป็นตัวแทนใหญ่

1 ต้องการเอา “บทบาท” ย่อยขับเน้นบทบาท “ใหญ่”

ขณะเดียวกัน 1 ต้องการเจาะทะลวงเข้าไปภายในความสัมพันธ์อันบอบบางไม่เพียงระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคร่วมรัฐบาล

หากแต่ที่สำคัญคือ “ภายใน” ของพรรคพลังประชารัฐ

นั่นก็คือ ภายในพรรคพลังประชารัฐมีความขัดแย้งระหว่างรัฐมนตรี “ว่าการ” กับรัฐมนตรี “ช่วยว่าการ” ดำรงอยู่

ภายหลังการเปลี่ยนตัว “เลขาธิการพรรค”

มีการเคลื่อนไหวบ่อนเซาะไปยังตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นี่คือจุดอันนำไปสู่แนวทาง ป้อมค่ายตีแตกจากภายใน

ด้านหนึ่ง การอภิปรายกระหน่ำไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้านหนึ่ง การอภิปรายกระหน่ำไปยังรัฐมนตรีที่แวดล้อมอยู่โดยรอบ

สร้างจุดขัดแย้ง สร้างจุดอ่อนง่ายต่อการปรับเปลี่ยน

เป้าหมายโดยพื้นฐานก็คือ การสร้างความขัดแย้ง “ภายใน” ไม่ว่าในพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าระหว่างพรรคพลังประชารัฐกับพรรคร่วมรัฐบาลอื่น

ปัจจัยนี้คือเงื่อนไขนำไปสู่ “การปรับเปลี่ยน” ใน ครม.