เรียงคนมาเป็นข่าว วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ.2564

เรียงคนมาเป็นข่าว

⦁…อีกครั้งที่ “สภาผู้แทนราษฎร” ทำหน้าที่ซักฟอกรัฐบาล หยิบเอา “ความเลวร้ายของพฤติกรรมรัฐมนตรี” มาให้เห็น ยกหลักฐานที่โจ่งแจ้ง “ไม่เกรงกลัวต่อการตรวจสอบ” มาตีแผ่เปิดโปง ชี้ให้เห็น “ความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารที่อันเป็นเหตุให้ประเทศเสียหายอย่างไม่ควรจะเป็น” เรื่องราวที่ชี้ให้เห็นว่า “ขืนอยู่กันอย่างนี้ต่อไปประเทศจะเสียหายไม่จบสิ้น ประชาชนจะจมอยู่ในความทุกข์ร้อนอย่างยากที่จะโผล่ขึ้นมาลืมตาอ้าปาก” ทว่าในสถานะของ “รัฐสภา” การทำหน้าที่ไม่มีความหมายเลย เพราะที่สุดแล้ว ไม่ว่า “ความเลวร้าย น่าชิงชัง” จะมากมาย ถมทับต่อเนื่องกันมายาวนานแค่ไหน ก็ “ไม่มีทางที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรได้” ผลโหวตที่จะเกิดขึ้น “นายกฯ” และ “รัฐมนตรีทุกคน” ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเป็น “ผู้ชนะ” ระบบที่เป็นอยู่คุ้มครองให้พวกเขาเป็น “ผู้ชนะตลอดมา และตลอดไป” เสียงแห่งความทุกข์ยากของประชาชน ไม่มีความหมายอะไร

⦁…ถึงวันนี้ยังมีผู้ถามว่า “มีเหตุผลอะไรที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พ้นไปจากผู้นำประเทศเสียที” ได้ยินแล้วได้แต่หัวเราะด้วยความปวดร้าวกับคำถามนั้น หากคนที่เข้ามามีอำนาจด้วยการ “ใช้กำลังเข้ายึดครอง” จากนั้นจัดการออกแบบ “รัฐธรรมนูญ” ซึ่งเป็น “กฎหมายสูงสุดกำหนดโครงสร้างอำนาจของเทศ” วาง “คนลงไปในกลไกคุ้มครองอำนาจตัวเอง และทำลายล้างผู้ที่คิดว่าเป็นฝ่ายตรงกันข้าม” เพื่อให้ตัวเองและพวกพ้อง “สืบทอดอำนาจต่อ” ได้ยาวนาน หากสมองของคนที่ถามยังเชื่อว่านี่คือ “ความชอบธรรม” ยังจะต้องมาถามอะไรอีก

⦁…แต่กระนั้นก็ยังได้ยินคำถามว่า “แล้วการบริหารของรัฐบาลแบบนี้ไม่ดีตรงไหน” ซึ่งคงได้แต่นึกว่า หากเป็นประชาชนคนทั่วไป-นักธุรกิจที่ไม่ได้ทำมาค้าขายจากการอาศัยสิทธิพิเศษจากอำนาจรัฐ และบรรดาพวกที่ชูคอรับประโยชน์จากการเป็นสมุนรับใช้แล้ว หาก “มองผ่านตัวเองโดยเปรียบเทียบกับที่ผ่านมา และประเมินแนวโน้มอนาคต” แล้วยังไม่เห็นคำตอบ หาก “ฟังอภิปรายไม่ไว้วางใจมาทุกสมัยประชุม” หาก “เห็นชะตากรรมของเด็กๆ ที่ออกไปต่อสู้เพื่อวอนขออนาคตที่ดีกว่าของพวกเขา” แล้วยังคิดไม่ได้ว่า “ความสิ้นหวังเกิดขึ้นจากอะไร” ยังจะต้องมาถามอะไรอีก

⦁…อย่างไรก็ตาม “การอภิปรายไม่ไว้วางใจ” ในสมัยประชุมนี้ มีสัญญาณว่าผลจะไม่เป็นไปเหมือนที่เป็นมา แต่ที่สุดโดย “ระบบที่พึ่งพาไม่ได้” จะโหวตผ่านให้ “ทุกคนที่ถูกซักฟอกและขับไล่” เป็นผูู้ชนะ ทว่าบางสิ่งบางอย่างเริ่มเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ อาการของ “พล.อ.ประยุทธ์” ขณะตอบคำถามในสภา ที่ “ความองอาจห้าวหาญพร้อมเผชิญหน้าเหมือนที่ผ่านมาหายไป” ยังมี “การชี้แจงแบบที่ต้องหันไปถามเพื่อขอความมั่นใจจากทุกคนที่นั่งข้างๆ” ย่อมหมายถึง “การปิดซ่อนความหวั่นไหวไม่ได้” คำถามคือ “อะไร” ทำให้ตกอยู่ในอาการเช่นนั้น

⦁…เมื่อ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ถูก “ทวี สอดส่อง” เล่นงานด้วยข้อมูลแน่นๆ ที่ไม่ว่าใครก็เห็นได้ แต่เอามาเรียบเรียงใหม่ แล้วอธิบายให้เห็นภาพ ว่า “ทุกข์ร้อนของชาวสวนยาง” เกิดขึ้นจากเหตุอะไร เพราะ “สวนยางคือเส้นเลือดหล่อเลี้ยงชีวิตคนปักษ์ใต้” ซึ่งเป็น “ฐานเสียงใหญ่” ของ “ประชาธิปัตย์” ที่มี “เฉลิมชัย” นั่งเก้าอี้ใหญ่ในฐานะ “เลขาธิการพรรค” นั่นหมายถึง นับจากนี้ “พรรคที่วางเป้าหมายยึดครองฐานปักษ์ใต้” อย่าง “พลังประชารัฐ” ย่อมซ่อนยิ้มอยู่ในใจ

⦁…ว่ากันว่า “การเมืองรอบนี้” ลึกลับ ซับซ้อนกว่าครั้งใด ใน “พลังประชารัฐ” มีการแบ่งงานกันทำ ระหว่าง “เกมประคองรัฐบาล” กับ “ยุทธศาสตร์ขยายฐาน ส.ส.” เมื่อประเมินกันว่า พื้นที่ที่มีโอกาสแย่งชิงเปลี่ยนตัวผู้ยึดครองมากที่สุุดคือ “ปักษ์ใต้” เพราะ “ประชาธิปัตย์” หลังบทบาท “กปปส.” ที่ถูกชี้ให้เห็นว่าวางเกมเปิดทางให้ “รัฐประหาร” จนเกิดความแตกแยกทางความคิดภายใน ทำให้ “ฐานปักษ์ใต้” ถูกมองว่าน่าลุยที่สุด แน่นอนไม่ใช่โดย “เพื่อไทย” ที่ถูกปฏิเสธแทบถาวร โอกาสสูงยิ่งนั้นเป็นของ “พลังประชารัฐ” ที่ยึด “แนวทางเดียวกัน” ซึ่ง “การเลือกตั้งทั่วไปและซ่อมที่ผ่านมา” มีสัญญาณที่ชัดเจนระดับหนึ่งให้เห็นไปแล้ว

⦁…แต่เท่าที่ฟังมามียิ่งกว่านั้น “เกมที่ใช้การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นตัวเปิด” ไม่ใช่แค่รุกใส่ “ประชาธิปัตย์” เท่านั้น แต่ยังเคลื่อนเพื่อส่งแรงกดดันใน “พลังประชารัฐ” ที่น่าตื่นตาตื่นใจคือที่เป้าหมายของส่งแรงเสียดทานคราวนี้ เป็นไปได้คือ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” มีเสียงกระซิบว่าให้ดู “ผลโหวต” ฝากพรรคร่วมรัฐบาล แน่นอนว่า “ทุกคนผ่าน” แต่คะแนนที่ต่างกันจะเป็นตัวชี้ว่า “อะไรกำลังเกิดขึ้นกับเกมอำนาจ” เมื่อมองไปอีกมุม ที่ “ม็อบ” ฮึกเหิมอย่างยิ่ง ทำให้มีคนขอให้เชื่อว่า เที่ยวนี้ถึงกับฟันธงกันว่า “ไม่ธรรมดา” แน่

ชโลทร

พบปะ – เมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา ให้ทีมข่าวยุติธรรมมติชน เข้ามอบหนังสือที่ระลึกและพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมี สุภาพ ศิริกังวาลกุล รองเลขาธิการประธานศาลฎีการ่วมด้วย เมื่อเร็วๆ นี้

ลงพื้นที่ – ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ก่อตั้งทีมเพื่อนชัชชาติ พร้อมทีมงานเพื่อนชัชชาติ มอบเครื่องอุปโภค-บริโภคและของใช้ที่จำเป็น รวมถึงลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสถานการณ์โควิค-19 ภายในชุมชนคลองลำนุ่นพัฒนา เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร โดยมี จักรพันธุ์ เที่ยงตรง ประธานชุมชนคลองลำนุ่นพัฒนา เป็นผู้รับมอบ

สนับสนุน – วิเชียร ชุบไธสง พร้อมด้วย สุชาติ ชมกุล อดีตกรรมการบริหารสภาทนายความภาค 1 มนตรี ทรงประไพ อดีตประธานสภาทนายความจังหวัดนนทบุรี ได้มอบคอมพิวเตอร์ จำนวน 1 ชุด ให้สภาทนายความจังหวัดสิงห์บุรี โดยมี สุรชัย บุญลือ ประธานสภาทนายความจังหวัดสิงห์บุรี และ วีระ มุสิกะโสภณ พร้อมคณะกรรมการ เพื่อไว้ให้บริการทนายความ ที่ศาลจังหวัดสิงห์บุรี

ลงนาม – เกรียงไกร กรีบงการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น คอนโดมิเนียม จำกัด ร่วมกับ ชาคริต ศึกษากิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวชธานี จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และนพ.ตุลวรรธน์ พัชราภา ผู้อำนวยการปฏิบัติการ โรงพยาบาลเวชธานี ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือให้บริการด้านดูแลสุขภาพ แก่ลูกบ้านในโครงการ “ดิ ออริจิ้น ลาดพร้าว บางกะปิ” ด้วยการมอบสิทธิพิเศษจาก
โรงพยาบาลเวชธานี ลดแพคเกจตรวจสุขภาพประจำปี และโปรแกรมด้านสุขภาพอื่นๆ

สมทบทุน – อัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมสนับสนุนสมทบทุนสร้างโรงพยาบาลสนามแสงแห่งใจ ถนนบางนา-ตราด กม.5 จำนวนเงิน 1 ล้านบาท ขนาด 450 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยระดับสีเขียวและสีเหลือง จากการแพร่ระบาดของโควิด-19

ส่งน้ำใจ – สุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ธนาสริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัท อนาบูกิ ธนาสิริ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทในเครือ ร่วมส่งต่อน้ำใจจากครอบครัว…สู่ชุมชน สนับสนุนสินค้าเกษตรไทย สั่งเมล่อนออร์แกนิค ส่งตรงจากฟาร์มคุณภาพ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ เพื่อให้เกิดความความยั่งยืนทั้งทางด้านคุณภาพชีวิต และร่วมกันส่งเสริมโอกาสให้ชุมชนและสังคมต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon