‘บิ๊กใหม่’ เข้าแจงกมธ.กม.ปม ‘ผกก.โจ้’ รองผบช.ภ.6 ยันรู้จักแต่ไม่สนิท ไม่จำเป็นต้องจำทะเบียนรถ

2.09.21 | 11:47 น.

“รองผบ.ตร.-รองผบช.ภ.6-ผู้บังคับการนครสวรรค์” ผนึกทีม เข้าแจงกมธ. กฎหมายฯ ปม “ผกก.โจ้” รองผบช.ภ.6 เผย รู้จัก “โจ้” แต่ไม่สนิท ลั่นไม่จำเป็นต้องจำทะเบียนรถ แค่ต้องการนำตัวดำเนินคดี

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 กันยายน ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสิระ เจนจะคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานในการประชุม เชิญ พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองผบช.ภ.6 พล.ต.ต.ระพีพงษ์ สุขไพบูลย์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ตัวแทนโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ ตัวแทนจากแพทย์กระทรวงยุติธรรม ตัวแทนผู้พิพากษาชั้นต้นประจำสำนักงานศาลยุติธรรม นายวสันต์ ภัยหลีกหลี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) ตัวแทนสภาทนายความ และตัวแทนของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เข้าร่วมชี้แจงเพื่อพิจารณาศึกษาแนวนโยบายด้านกฎหมายเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผกก.โจ้ อดีตผู้กำกับการ สภ.เมืองนครสวรรค์ ทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติดด้วยการใช้ถุงพลาสติกคลุมศีรษะเพื่อเรียกรับเงินจนผู้ต้องหาเสียชีวิต

โดยในที่ประชุม นายสิระได้เปิดวิดีโอดาราคนดังออกมาสะท้อนการกระทำของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ และแนวทางการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจับกุมตัวได้ให้ผู้เข้าร่วมประชุมดูก่อนที่จะมีการประชุม

พล.ต.อ.สุชาติกล่าวว่า กรณีนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ไม่ได้นิ่งนอนใจโดยให้ตนมาควบคุมคดีนี้และให้ผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. เป็นหัวหน้าคณะงานสืบสวนสอบสวนเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ตั้งแต่วันแรกก็ได้มีการประชุมความคืบหน้าทั้งคนที่เกี่ยวข้อง พยานหลักฐานห้องที่เกิดเหตุรวมถึงพฤติการณ์ก่อนเกิดขึ้นเหตุและหลังเกิดเหตุ พบว่าการกระทำของอดีตนายตำรวจคนดังกล่าวมีพยานหลักฐานมาก เชื่อว่ากระทำความผิดจริง

“ซึ่งมี 3 ข้อหาด้วยกัน คือ 1.เป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด 2.ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต้่อสิ่งใด และ 3.ร่วมกันฆ่าผู้อื่น ทรมาน โดยกระทำการทารุณโหดร้าย ซึ่งหากผลการสืบสวนมีการกระทำความผิดย่างอื่นเพิ่มเติม พนักงานก็จะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม จากนั้นได้มีการควบคุม มอบตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกระทำความผิดได้ 7 ราย ในส่วนของการดำเนินคดี ตร.เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย ไม่ได้มีการละเว้นหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดแต่อย่างใด”

Advertisement

ด้าน พล.ต.ต.เอกรักษ์ ผู้ที่ได้รับการติดต่อจาก พ.ต.อ.ธิติสรรค์ เพื่อขอเข้ามอบตัว กล่าวยืนยันว่า ตนรู้จักกับ พ.ต.อ.ธิติสรรค์จริง แต่ไม่ได้มีความสนิทสนมกับ พ.ต.อ.ธิติสรรค์แต่อย่างใดทั้งสิ้น ซึ่งตนรับผิดชอบงานด้านกฎหมาย สืบสวนและงานด้านวินัย ในส่วนวันที่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ได้ติดต่อขอมอบตัวได้นัดหมายที่สภ.แสนสุข จ.ชลบุรี

“หน้าโรงพักนั้นเป็นถนนสี่เลน โดยวันนั้นผมยืนคนเดียวตรงข้ามโรงพักดังกล่าว กล้องไปไม่ถึง จึงไม่ได้เป็นไปตามที่สื่อมวลชนไปถ่ายรูปหน้าโรงพักว่ามีกล้องวงจรปิด ซึ่งวันนั้นอาจจะมีชุดจับกุมด้วยก็ได้ ผมก็กลัว ผมกลัวมากกว่าชาวบ้านอีก เพราะไม่รู้ว่ามีชุดจับกุมจริงหรือไม่ เผื่อผมกำลังนำ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ขึ้นรถแล้วตำรวจมาล้อมจับตัวผม วันนั้นผมจึงมั่นใจว่า พ.ต.อ.ธิติสรรค์จะมา จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจำทะเบียนรถ ต้องการแค่นำตัวไปดำเนินคดีเท่านั้น” พล.ต.ต.เอกรักษ์กล่าว