‘ยุทธพงศ์’ แฉซื้อเรือดำน้ำ ทุจริต VAT กว่า 3,000 ล้าน กังขาให้บริษัทจีนรับเหมางานง่ายๆ

2.09.21 | 18:40 น.

‘ยุทธพงศ์’ แฉซื้อเรือดำน้ำ มีทุจริต VAT กว่า 3000 ล้านบาท กังขาให้บริษัทจีนมารับเหมางานง่ายๆ ใน ปท. ไล่ ‘ประยุทธ์เก็ตเอาต์ ประยุทธ์ออกไป’

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 2 กันยายน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า ขออภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม 1.ปล่อยปละละเลย กระทำการทุจริตต่อหน้าที่ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมาย มติ ครม.จ่ายเงินจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่ยังไม่มีสถานการณ์สู้รบใดๆ โดย พล.อ.ประยุทธ์ และพวกพ้อง ไม่ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชนโดยส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ใจดำ ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน ไม่เห็นใจในความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ที่กำลังอดอยากจากสถานการณ์โควิด

“โดยจัดซื้อเรือดำน้ำลำที่ 1 ไปแล้ว ส่วนลำที่ 2 และ 3 มูลค่า 22,500 ล้านบาท ยังไม่ได้ซื้อ แต่ท่านยังเสนอเข้ามาใน พ.ร.บ.งบประมาณ ยังมีโครงการก่อสร้างโรงซ่อมเรือดำน้ำ โครงการก่อสร้างโรงเก็บอาวุธ ฯลฯ อีก รวมเป็นเงินกว่า 44,222 ล้านบาท ทั้งยังจัดทำจีทูจีเก๊ ซึ่งเป็นการลงนามระหว่างกองทัพเรือกับตัวแทนบริษัทเอกชน ไม่ได้ลงนามซื้อกับรัฐบาลจีน

นอกจากนี้ ยังมีการจัดซื้อเรืออเนกประสงค์ยกพลขึ้นบก แต่เรือดังกล่าวที่ซื้อมียังไม่มีระบบอำนวยการรบ และระบบอาวุธ จนโดยกองทัพเรือได้ส่งหนังสือไปยังบริษัทเอกชนให้ติดตั้งระบบอำนวยการรบให้ พล.อ.ประยุทธ์จะอ้างว่าไม่รู้เรื่องไม่ได้ เพราะท่านนั่งเป็นนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมาโดยตลอด”

จากนั้น นายยุทธพงศ์ได้ฉายภาพการเซ็นสัญญาจัดซื้อเรือดำน้ำ ของกองทัพเรือโดยพบข้อพิรุธที่กองทัพเรือยังอาจไปแอบอ้างนำรูปประธานนาธิบดีสี จิ้นผิง มาตัดต่อกับภาพพิธีลงนามสัญญาซื้อเรือดำน้ำ ลำที่ 1 ระหว่างกองทัพเรือไทยกับบริษัท CSOC อีกภาพเป็นภาพงานพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 70 ปี กองทัพเรือจีน ซึ่งภาพ 2 ภาพ ไม่ได้มีความเชื่อมโยง และเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น

Advertisement

นายุทธพงศ์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีประเด็นกรณีการจ่าย VAT ค่าซื้อเรือดำน้ำ รวม 5 งวดงาน รวม 820 ล้านบาท ที่กองทัพเรือจ่ายให้กรมสรรพากรไทย คำถามคือ ในเมื่อเป็นการซื้ออาวุธ ยุทธภัณฑ์ ซึ่งตามประมวลกฎหมายรัษฎากรระบุยกเว้นค่าดำเนินการ หรือภาษีให้การจัดซื้อเรือดำน้ำที่นำเข้าโดยกองทัพเรือ เหตุใดกองทัพเรือจึงต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม เรื่องนี้คือการโกง หรือมีการทุจริตหรือไม่

ต่อมาคือ โครงการสร้างท่าจอดเรือดำน้ำ กองทัพเรือก็ให้บริษัท CSOC เข้ามาทำ ทั้งที่เมื่อเข้าไปดูรายละเอียดในการสร้างแล้วผู้รับเหมาไทย หรือกรมโยธาประเทศไทยก็ทำได้ เช่น มีการขุดลอก และทำเขื่อนกันคลื่น มีการก่อสร้างห้องน้ำห้องส้วม 2 หลัง มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท นี่เราต้องให้บริษัทจีนเข้ามาสร้างห้องน้ำให้แล้วหรือ อย่างไรก็ตาม บริษัท แห่งหนึ่งของไทย บริจาคเงินให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ที่มูลนิธิป่ารอยต่อ ซึ่งเป็นบิดาแห่งเรือดำน้ำไทย โดยประธานบริษัทนี้มีความเชื่อมโยงกับบริษัท CSOC นายกฯ ต้องให้ พล.อ.ประวิตร มาตอบเรื่องนี้

“ใบเสร็จคือการที่บริษัท CSOC ไม่ต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.36 หรือ VAT เพราะการจัดซื้อเรือดำน้ำในโครงการนี้ทั้งหมด ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มเพราะเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใช้ในราชการของกองทัพเรือ มูลค่าโครงการจัดหาเรือดำน้ำของกองทัพเรือไทย มูลค่า 44,222 ล้านบาท”

“สุดท้าย เมื่อพิสูจน์ได้ว่าบริษัท CSOC ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.36 ประมาณ 3,095 ล้านบาท บริษัท CSOC ก็สามารถมาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มจากกรมสรรพากรได้อีกกว่า 3,000 ล้านบาท สุดท้ายรัฐบาลไทยภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ร่วมมือกับบริษัทต่างชาติ โกงเงินภาษีประชาชนไปได้อีก 3,000 ล้านบาท ฟรีๆ สรุป พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บริหารราชการแผ่นดินโดยไม่สุจริต มีพฤติการฉ้อฉล ทุจริตต่อหน้าที่ และจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ปล่อยปละละเลยให้มีการเสนอและใช้จ่ายงบประมาณในการใช้จ่ายเพื่อซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์อย่างต่อเนื่อง”

นายยุทธพงศ์กล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ใจดำ ทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน ไม่เห็นแก่ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน และจากความโอหังและเสพติดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ในสภาพของคนเป็นโรค “โอหังคลั่งอำนาจ” (Hubris Syndrome) ไม่อยู่ในภาวะที่จะเป็นผู้นำประเทศได้อีกต่อไป ประยุทธ์เก็ตเอาต์ ประยุทธ์ออกไป