เดินหน้าชน : ควันหลง‘ซักฟอก’

พิธีกรรมโหวตญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ผ่านความเห็นชอบไว้วางใจตามคาดหมาย แตกต่างกันที่ตัวเลขตามลำดับ

“เฉลิมชัย ศรีอ่อน” รมว.เกษตรและสหกรณ์ ไว้วางใจด้วยคะแนน 270 ต่อ 199

“อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข 269 ต่อ 196

“ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” รมว.คมนาคม 269 ต่อ 195

“ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 267 ต่อ 199

“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯและ รมว.กลาโหม 264 ต่อ 208

“สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงาน 263 ต่อ 201

บางคนอาจมองว่า คะแนนสูงต่ำ มากน้อย ไม่มีความหมายอะไร

คะแนนเสียง ผ่านก็คือ “ผ่าน”

แต่การได้รองบ๊วยครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์อาจไม่คิดเช่นนั้น

นั่นเพราะ เมื่อย้อนกลับไปก่อนหน้าเปิดประชุมอภิปรายไม่ไว้วางใจใน 31 สิงหาคม มีกระแสข่าวความเคลื่อนไหวอย่างคึกคักของกลุ่มที่เรียกว่า “4ช.” ในพรรคพลังประชารัฐ กดดันให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี เพื่อให้กลุ่มขยับขยายเก้าอี้สูงขึ้น ไปไกลถึงขั้นจะล้ม
นายกฯเอาด้วยซ้ำ

ถามว่า ปฏิกิริยาของ พล.อ.ประยุทธ์เป็นอย่างไร ก็ต้องบอกว่ามีความหวั่นไหวอยู่ไม่น้อย เช็กปรากฏการณ์นี้กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐหลายครั้ง

สะท้อนจากคำสัมภาษณ์ถึงการปรับ ครม.ในเวลาต่อมา “ยังไม่มีการปรับ ครม.ในตอนนี้ จะไม่มีการยุบสภาในตอนนี้ ไม่มีในสมองผมเลย เพราะฉะนั้นใครที่ออกไปพูดในลักษณะนี้ระวังตัวไว้ด้วยแล้วกัน ก็มีหลายข่าว ได้ติดตามมาโดยตลอด ถ้ามีใครทำเช่นนั้นจริงคิดว่าเป็นคนที่ใช้ไม่ได้ ได้คุยกับ พล.อ.ประวิตร บอกว่าไม่มีอะไร บอกว่าคุยกับข้างในแล้ว แต่ยังมีการปล่อยข่าวเช่นนี้ออกมาอีก ผมไม่สบายใจและ พล.อ.ประวิตรก็ไม่สบายใจ”

อีกบทสัมภาษณ์ ดูเหมือน พล.อ.ประยุทธ์อยากบอกไปถึงใครบางคน “เรื่องที่มีการแอบอ้างเบื้องสูงว่าจะมีการเปลี่ยนตัวนายกฯ ถือว่าผิดอย่างร้ายแรง ผมคนเดียวเท่านั้นที่มีโอกาสถวายข้อราชการ คนอื่นไม่มี ชัดเจนไหม”

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ผู้ถูกพุ่งเป้าเป็นหนึ่งใน “4ช.” ตอบคำถามถึงการทำความเข้าใจกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเคลียร์กระแสข่าวที่ออกมา

“ผมไม่ได้คุยกับนายกฯ ผมคุยกับหัวหน้าพรรคผม และนายกฯ พูดตลอดเวลาว่าจะคุยเฉพาะหัวหน้าพรรค เป็นเลขาธิการพรรคก็ต้องคุยกับหัวหน้าพรรค กินข้าวคุยด้วยกันทุกวัน…ผมพูดกับ ส.ส. 50-60 คน บอกว่า ส.ส.ในพรรคอึดอัดหลายเรื่อง และรัฐมนตรีที่นั่งอยู่ตรงนี้มีผลงานหรือไม่ ส.ส.ตอบเลยว่า ไม่มี มีหน้าที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติอย่างเดียว คนที่เป็นตัวแทนของประชาชน ถ้าเป็นที่พึ่งไม่ได้ อย่าเป็น ส.ส.เลยดีกว่า ถ้าไม่เคลียร์ ผมพร้อมที่จะกลับไปเป็น ส.ส.เหมือนเดิม ไม่ได้สนใจด้วย”

และ “อย่ากดดันกันมาก ผมมาจากประชาชน”

ขณะเดียวกัน ต้องไม่ลืมว่า การดำรงอยู่ของ พล.อ.ประยุทธ์ บนความสัมพันธ์ฉันพี่น้องกับ พล.อ. ประวิตร ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่ผูกพันในระดับกินนอน ร่วมเป็นร่วมตายกันมา

หาใช่บนความสัมพันธ์กับนักการเมือง บรรดา ส.ส. ที่เกาะเกี่ยวกันด้วยผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นในรูปทรัพย์สิน หรือตำแหน่งแห่งหนทางการเมือง ซึ่งมากไปด้วยการเจรจาต่อรอง

ปรากฏการณ์แรงกระเพื่อมภายในพรรคพลังประชารัฐหลังจากนี้ จึงน่าติดตามอย่างยิ่ง

สัญญา รัตนสร้อย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เอ็กซิมแบงก์ หนุนเงินทุน-ประกันส่งออก-ระบบดิจิทัล ดันเอสเอ็มอีไทย ส่งออก รับการค้าออนไลน์โลกที่ขยายตัวกว่า 20%
บทความถัดไป7 พรรคเล็ก แถลงจุดยืนคว่ำร่างแก้ รธน.วาระ 3 ลั่นไม่ได้กลัวสูญพันธุ์ หวั่นใช้บัตร 2 ใบได้เผด็จการรัฐสภา