สายตาทอดจับ ประยุทธ์ ประวิตร ลิขิตเส้นทาง ‘ธรรมนัส พรหมเผ่า’
ไม่ว่าจะมองตามนิยามของ ศาสตราจารย์สุรชาติ บำรุงสุข แห่งคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะมองตามพาดหัวข่าวของสื่อด้านหลัก
ปรากฏการณ์อันปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม กระทั่งตอนสายของวันที่ 4 กันยายน
ภาพของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มีความโดดเด่นเป็นอย่างสูง
เป็นความโดดเด่นในฐานะผู้ที่พยายามจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้บังเกิดขึ้นภายในรัฐบาล โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากพรรคพลังประชารัฐและพันธมิตร
แต่แล้วเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สามารถพลิกเกมได้ในวินาทีสุดท้าย ความพยายามที่จะก่อการ ‘รัฐประหาร’ ในทางการเมือง จึงกลายเป็นการก่อ ‘กบฏ’ ขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
ทุกสายตาจึงจ้องมองไปยัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จุดเดียว
พลันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ประกอบส่วน ‘กลุ่ม 3 ป.’ ขึ้นมากระชับแน่น
ชะตากรรมของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะเป็นไปเช่นไร
อย่าได้แปลกใจหากจะมีการประกอบพิธีกรรมทางการเมือง ก่อนการลงมติไว้วางใจ ไม่ไว้วางใจ โดยให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปขอโทษ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ณ บ้านป่ารอยต่อ
มองจากแบบธรรมเนียมของทหารนี่เท่ากับเป็น ‘อโหสิกรรม’ ระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง เท่ากับเลิกแล้วต่อกัน
กระนั้น ทิศทางแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ที่ตามมาที่อึงคะนึงอยู่ในสังคมการเมืองในลักษณะ ‘อาฟเตอร์ช็อก’ หลังญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน
นั่นก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะจัดการ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในทางการเมืองอย่างไร
ยังจะได้เป็น ‘รัฐมนตรี’ ยังเป็น ‘เลขาธิการพรรค’ อยู่หรือไม่
พลันที่เห็น นายสันติ พร้อมพัฒน์ เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แนวโน้มของการ ‘เช็กบิล’ คิดบัญชีทางการเมืองก็เริ่มเด่นชัด
คำถามก็คือ การจัดการ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ราบรื่นหรือไม่
เพราะนักการเมืองที่ทะยานขึ้นมาระดับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ย่อมมิใช่ตะเกียงที่ไร้น้ำมันอย่างแน่นอน
ทุกสายตาจึงทอดมองไปยัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

