ศาลนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐาน กวิ้น–พวกคดีปักหมุดสนามหลวง เลื่อนนัดไต่สวนถอนประกัน 4 แกนนำ ไปเป็นวันที่ 3 พ.ย. เหตุ รุ้ง กักตัวโควิด-19 ส่วนอานนท์ ไมค์ แอมมี่ ยังไม่ได้รับคำร้องขอถอนประกัน และเลื่อนนัดสืบพยานโจทก์ 2 ธ.ค. นี้
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 กันยายน ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานคดีหมายเขดำที่ 287/2564 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ กับพวกเป็นแกนนำและแนวร่วมกลุ่มราษฎร รวม 22 คน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ มาตรา 116 รวมทั้งความผิดอื่น ๆ กรณีชุมนุมปักหมุดที่สนามหลวงวันที่ 19 -20 ก.ย.63
ในวันนี้ศาลยังได้นัดไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนประกันตัวนายอานนท์นำภา ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง โฆษกกลุ่มราษฎร, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ และนายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ จากกรณีการชุมนุม “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” ที่นำโดย แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมบริเวณท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 2563
โดนวันนี้นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเดินทางมาศาล ขณะเดียวกันมีมารดาของนายพริษฐ์, มารดาของน.ส.ปนัสยา และมารดาของนายไชยอมร เดินทางมายังศาลอาญาเพื่อรับฟังการพิจารณาและไต่สวนคดีด้วย แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด
ขณะที่ นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือ “หมอลำแบงค์” ผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร ได้เดินทางมาศาลโดยมีเหตุกระทบกระทั่งไม่พอใจเจ้าหน้าที่ศาลอาญา ก่อนออกอาการโวยวายบริเวณบันไดทางขึ้นศาล จนเจ้าหน้าต้องเข้าเจรจาให้สงบสติอารมฌ์
โดยนายกฤษฎางค์ ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นห้องพิจารณาคดีว่า วันนี้ศาลนัดพิจารณาคดีนายพริษฐ์ และเพื่อนอีก 22 คน คดีปักหมุดคณะราษฎร์ โดยนัดแนวทางการสอบพยาน และกำหนดระยะเวลาสืบพยานกี่ปาก และเมื่อไหร่บ้าง นอกจากนี้ ยังมีคดีที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอถอนประกัน นายอานนท์ ,นายภาณุพงษ์ ,น.ส.ปนัสยา และนายไชยอมร ซึ่งวันนี้เราคงขอฟังเหตุผลจากอัยการโจทย์ ว่าจะมาถอนประกันเด็กๆ ในเรื่องอะไร ก่อนหน้านี้ศาลมีคำสั่งถอนประกันไปแล้ว 2 คน คือนายพริษฐ์ และนายภาณุพงศ์ ทนายเตรียมจะสอบถามว่าคำสั่งที่ถอนประกันไปโดยไม่ฟังเหตุผลของจำเลย เป็นเพราะอะไร เราคงจะขอให้ศาลรื้อฟื้นขึ้นมาพิจาณาใหม่อยากฟังเหตุผลของศาลที่ชัดเจน เพราะเราเห็นว่าลูกความเราไม่ได้ทำผิดอะไร เมื่อให้ประกันไปแล้ว การถอนประกันควรฟังสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะถ้าจำได้ เมื่อวันที่ 9 ส.ค. ศาลถอนประกันไปโดยให้เหตุผลว่าคำร้องของอัยการโจทก์นั้นฟังได้ชัดแล้ว ซึ่งผิดหลักการพิจารณาคดีอาญาที่ต้องฟังทั้ง 2 ฝ่าย เพราะการถอนประกันก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ถือว่าเป็นการพิจารณาคดี วันนี้คงมีหลายเรื่อง รวมทั้งมีเรื่องของคดีที่นัดพร้อมด้วย
เมื่อถามว่าในกรณีที่บางคน ศาลยื่นเงื่อนไขเพิ่มเติม แต่หลังๆ จะเป็นการถอนประกัน ในกรณีของรายใหม่เราคาดหวังจะเป็นรูปแบบไหน นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ได้ให้ความเห็นในฐานะทนายของจำเลยว่า การกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ในการทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เช่น ถ้ากลัวหลบหนีก็กำหนดเขตเดินทาง หรือห้ามเข้าสถานที่ที่ไม่เหมาะสม แต่ในกฎหมายเขียนว่า ต้องไม่เป็นการเพิ่มภาระอันไม่จำเป็นให้กับผู้ต้องหาหรือจำเลย เพราะเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ อย่างกรณีเงื่อนไขที่เรารับ เพราะถือว่าเงื่อนไขพวกพวกนี้ถ้ามันผิดต่อกฎหมาย เราก็อาจจะต้องไปร้องศาลรัฐธรรมนูญหรืออะไรกันต่อไป เช่น ตอนนี้มีการออกเงื่อนไขกำหนดกับผู้ชุมนุมหลายคน เช่น มีการติดอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ หรือกำไรอีเอ็ม และกำหนดห้ามออกจากบ้านตั้งแต่ 15.00 น.-04.00 น. ซึ่งเป็นเรื่องที่เขาไม่ทำกัน เพราะผู้คนต้องทำมาหากิน ต้องเรียนหนังสือ หากศาลจะสั่งก็สั่งไปเลยว่าไม่ให้ออกไปไหน แต่ห้ามออกจากบ้านตั้งแต่ 15.00 น.-04.00 น.นั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ เรากำลังศึกษาอยู่ว่าจะทำอย่างไร เพราะต้องเข้าใจว่าการไม่ให้ประกันเป็นความจำเป็นทางการทำมาหากิน การเรียนหนังสือของคน บางครั้งเขาต้องกลืนเลือดที่จะยอมรับเงื่อนไขที่ไม่ถูกต้อง เพราะคนมีอำนาจบอกว่าถ้าคุณไม่รับก็ไม่เป็นไร ก็ไม่ต้องให้ประกัน แต่ความจริงแล้วคงต้องปฏิรูปหรือแก้ไขเรื่องคำสั่งประกันพวกนี้อีกมาก
เมื่อถามว่ามีความกังวลหรือไม่ เพราะสถานการณ์ทางการเมืองช่วงนี้ ดูเข้มข้นขึ้น
นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า ในฐานะประชาชน ตนก็เข้าใจ และเห็นด้วย แต่ในฐานะทนายความ หากถามความเห็นตนก็เห็นว่า เมื่อรับเป็นทนายของเขาแล้ว ก็คงต้องฟังเหตุผลของเขา เมื่อลูกความยังยืนยันว่าสิ่งที่เขาทำเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามหลักสิทธิมนุษยชน เสรีภาพ เราก็ต้องการพิสูจน์ อาจจะยากลำบากนิดหน่อย ถ้าผิดก็ติดคุก ถ้าชนะคดีก็เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆ ทั้งสื่อมวลชนที่จะมาใช้สิทธิ์ในการเคลื่อนไหวในระหว่างที่รัฐบาลใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
“ดังนั้นถ้าถามว่ากังวลใจหรือไม่ ในฐานะเป็นทนายก็กังวลใจทุกวันกลัวศาลจะถอนประกัน เพราะลูกความอยู่ในคุกอันตราย และคุยกันไม่ได้ อย่างผมกับนายพริษฐ์ ก็ไม่ได้ปรึกษาคดีกันเลย เอกสารที่โจทก์อ้างมาประมาณ 20-30 ลังนั้น ผมจะนำให้นายพริษฐ์ดูได้อย่างไร แม้แต่วันนี้ที่ขึ้นศาล เขาบอกว่าจะวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ซึ่งโดยระบบมันไม่เวิร์คดังนั้นกังวลใจเรื่องการต่อสู้คดีมากกว่า ขอศาลว่าจริง ๆ แล้วให้เด็กๆได้ออกมาต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ดีกว่า ถ้าเราจะพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นความผิดตามมาตรา 112 จริงหรือไม่ หรือเป็นกรณีที่รัฐเอามาตรา 112 มากลั่นแกล้งเด็ก ๆ”
สำหรับรายชื่อจำเลย “กลุ่มราษฎร” คดีชุมนุม “19 กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร” หรือคดีชุมนุมปักหมุดคณะราษฎร 2563 ที่ ม.ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ – สนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย. 2563 (คดีหมายเลขดำอ287/2564) เรียงลำดับ
1.นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน
2.นายอานนท์ นำภา
3.นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์
4.นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข
5.น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง
6.นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์
7.นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน
8.นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่
9.นายณวรรษ เลี้ยงวัฒนา หรือแอม
10.นายชินวัตร จันทร์กระจ่าง หรือไบรท์
11.นายธนชัย เอื้อฤาชา หรือหอย
12.นายชูเกียรติ แสงวงค์ หรือจัสติน
13.น.ส.สุวรรณา ตาลเหล็ก
14.นายธานี สะสม
15.นายณัฐชนน ไพโรจน์
16.นายภัทรพงศ์ น้อยผาง
17.นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอททอมบลูส์
18.นายอดิศักดิ์ สมบัติคำ
19.นายสิทธิ์ทัศน์ จินดารัตน์
20.นายณัทพัช อัคฮาด
21.นายธนพ อัมพะวัต
22.นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือฟอร์ด เส้นทางสีแดง

ด้านนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กล่าวว่า วันนี้มี 2 ประเด็นสำคัญประเด็นแรกเป็นการนัดพร้อมเพื่อสืบพยานหลังจากเลื่อนมาหลายครั้งซึ่งวันนี้ไม่แน่ใจว่าจะเลื่อนต่อไปหรือไม่ เพราะหลายคนติดโควิดอยู่ที่เรือนจำ อย่างไรก็ตาม ขอเรียนศาลด้วยความเคารพว่า พวกเขาอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการติดโควิด และเป็นอันตรายที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตปกติ เนื่องจากเขายังต่อสู้คดีอยู่ จึงอยากให้ศาลพิจารณาให้ประกันตัวเพื่ออกมาต่อสู้คดี พิสูจน์ความบริสุทธิ์ ส่วนประเด็นที่สองเป็นเรื่องที่กังวลใจมาก กรณีไต่สวนคำร้องขอให้มีการถอนการประกันตัวนายอานนท์ นายภาณุพงษ์ น.ส.ปนัสยา และนายไชยอมร ซึ่งหากมีการถอนประกันในวันนี้ก็สะท้อนให้เห็นว่าเสรีภาพของเราสูญสิ้นเกือบหมดสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานเสียหาย จึงอยากให้มีการไต่สวนรายละเอียดเรื่องสิทธิพลเมือง ในระบอบประชาธิปไตย การชุมนุม การแสดงออกความคิดเห็นต่างๆ เป็นสิทธิที่สำคัญที่สุด สำคัญยิ่งกว่าโควิดในขณะนี้ส่วนการใช้โควิดก็เป็นเรื่องข้ออ้างอยู่แล้ว
นายสมยศกล่าวว่าเสรีภาพ จะเป็นเครื่องมือเดียวที่พาเราพ้นวิกฤตประเทศชาติ ไม่อย่างนั้นจะเจอวิกฤตที่หนักขึ้นไปอีก นั่นคือวิกฤตทางการเมือง และขณะนี้กำลังเป็นวิกฤตทางศีลธรรมด้วย ถ้ามีการถอนประกัน อย่างกรณีนายไชยอมร ไปร้องเพลง 2 เพลงยังโดนถอนประกันนั่นหมายความว่าอย่าว่าแต่สิทธิในการชุมนุม สิทธิการดำรงชีวิตเป็นปกติสุขในฐานะเป็นมนุษย์คนหนึ่งก็ถูกคุกคามด้วย
“วันนี้อยากให้ไต่สวนกันให้เต็มที่ ให้คำนึงถึงการทำหน้าที่ปกป้องเสรีภาพของปวงชนชาวไทยมากกว่าการสร้างเสถียรภาพให้รัฐบาลเผด็จการในขณะนี้ อยากให้กระบวนการยุติธรรมได้เข้าใจ พวกผมไม่ใช่อาชญากร ไม่ได้ทำให้เกิดเหตุการณ์อะไรที่กระทบต่อบ้านเมืองในทางเสียหาย พวกผมต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมให้ก้าวหน้าต่อสู้เพื่อให้แก้ไขปัญหาทั้งเรื่องของรัฐบาล ต่อสู้เรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นความปรารถนาดีทั้งสิ้น ดังนั้นวันนี้จึงเป็นวันที่สำคัญวันหนึ่ง จะวิงวอนองค์กรตุลาการให้พิจารณาประเด็นนี้”
ขณะที่นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ขอนแก่น กล่าวว่า สิ่งหนึ่งที่เรามีข้อกังวลคือ แต่ละคนที่มาไต่สวน หรือนัดพร้อม เราได้รับอนุญาตให้นำญาติเข้าได้ 1 คนเท่านั้น ถือว่าเป็นการขัดต่อสิทธิที่เราจะได้รับการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย ไม่ต่างอะไรกับการพิจารณาโดยลับ ทั้งที่เรื่องเหล่านี้ควรเป็นเรื่องที่ต้องเปิดเผยต่อสาธารณชนว่าการมาต่อสู้เพื่อเรียกร้องสังคมใหม่ เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย สุดท้ายเราก็ยินยอมที่จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล ศาลควรจะให้ความยุติธรรมในการที่เราจะได้รับการพิจารณาโดยเปิดเผย สาธารณชนต้องสามารถเข้ารับฟังการพิจาณาคดีได้ในทุกขั้นตอน นี่เป็นสิทธิของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ เราเป็นห่วง และกังวลในเรื่องนี้ อาจจะต้องแถลงต่อศาลต่อไปว่ากรณีเราถือว่าถูกละเมิดสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาคดีโดยเปิดเผย
ต่อมาศาลได้ออกนั่งบัลลังก์เพื่อนัดพร้อมตรวจหลักฐาน กำหนดวันนัดสืบพยานจำเลยทั้ง 22 คน และไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราว นายพริษฐ์ หรือเพนกวิน จำเลยที่ 1, นายอานนท์ จำเลยที่ 2, น.ส.ปนัสยาหรือรุ้ง จำเลยที่ 5, นายภาณุพงศ์ หรือไมค์ จำเลยที่ 6 และนายไชยอมร หรือแอมมี่ จำเลยที่ 17 ในวันนี้อัยการโจทก์ จำเลยที่ 3, 4, 8, 14, 16, 18 และ 21 พร้อมทนายความ และบิดาของจำเลยที่ 17 มาศาล
โดยในส่วนของนายพริษฐ์ จำเลยที่ 1 เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์แจ้งว่ามีอาการปวดหัวหนัก ปัจจุบันได้รับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ จึงไม่อาจมาปรากฎตัวผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ได้ ขณะที่น.ส.ปนัสยา หรือรุ้งจำเลยที่ 5, นายไชยอมร หรือแอมมี่ จำเลยที่ 17 และนายอนุรักษ์ จำเลยที่ 22 ทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มา ส่วนจำเลยที่เหลือมาศาล
ทั้งนี้ ก่อนเริ่มนัดพร้อม และไต่สวนในวันนี้ ศาลได้กำชับห้ามมิให้มีการบันทึกภาพ และเสียง รวมถึงห้ามมิให้คู่ความ และบุคคลอื่นที่อยู่ในห้องพิจารณาลุกขึ้นแถลงการณ์หรือกระทำการใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล หรือเป็นการรบกวนขณะศาลดำเนินขบวนพิจารณา ผู้ใดฝ่าฝืนข้อกำหนดดังกล่าว ถือว่ากระทำความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล
ต่อมาทนายจำเลยที่ 5 แถลงว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2564 จำเลยที่5 ได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อเมื่อวันที่ 6 ก.ย. ที่ผ่านมา ขณะนี้ยังไม่ทราบผลการตรวจ จึงต้องกักตัวเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะแพร่เชื้อไวรัสดังกล่าวแก่บุคคลอื่น จึงขอเลื่อนวันนัดฟ้องออกไปอีกสักนัดหนึ่ง
ส่วนทนายความจำเลยที่ 17 และบิดา แถลงว่าจำเลยที่ 17 ได้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้มีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เช่นกัน จึงต้องกักตัว และขอเลื่อนนัดเช่นเดียวกัน
ขณะที่นายสมยศ จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 22 แถลงว่า มีกำหนดนัดฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 ในวันนี้ จึงไม่อาจมาศาลได้ ส่วนทนายจำเลยที่ 1-3 ทนายจำเลยที่ 5, 10 แถลงว่า กำหนดวันนัดเดิมที่ศาลนัดไว้ ไม่ตรงกับวันว่างของคู่ความ เนื่องจากทนายความหลายคนเพิ่งได้รับแต่งตั้งมาในภายหลัง จึงประสงค์ที่จะหารือกับคู่ความทุกฝ่าย เพื่อหาวันว่างตรงกัน และจะไปกำหนดวันนัดใหม่ที่ศูนย์นัดความของศาลอาญา
ศาลได้สอบถามจำเลยที่มาศาล และจำเลยที่ปรากฏตัวผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ แล้วแถลงว่า ไม่คัดค้านที่ศาลจะเลื่อนวันนัด และคดีต้องเลื่อนออกไป เพื่อให้ตรงกับวันว่างของทนายความจำเลยทั้งหมด เพื่อจำเลยจะได้ต่อสู้คดีอย่างเต็มที่
โดยทนายจำเลยทั้งหมด แถลงว่า มีวันว่างตรงกันตั้งแต่วันที่ 2, 3 และ14 ธ.ค. จึงขอยกเลิกวันนัดเดิม และจะขอกำหนดวันนัดสืบพยานใหม่พร้อมทั้งจะนัดวันสืบพยานโจทก์เพิ่มอีกจำนวน 21 นัด และสืบพยานจำเลยเพิ่มอีก 21 นัด สอบถามโจทก์แล้ว แถลงไม่คัดค้าน
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เนื่องจากจำเลยที่ 5 และ 17 ได้สัมผัสกับผู้มีความเสี่ยง ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และจำเป็นต้องกักตัว จึงมาศาลไม่ได้ส่วนจำเลยที่ 22 มีกำหนดนัดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในวันนี้ จึงมาศาลไม่ได้ จึงไม่สะดวกในการนัดฟ้อง ประกอบกับทนายความจำเลยทั้งหมดแถลงร่วมกันว่า ไม่สะดวกที่จะมาสืบพยานในกำหนดวันนัดเดิมของศาล ที่นัดไว้ในเดือนตุลาคม และเดือนพฤศจิกายน จึงมีเหตุให้เลื่อนคดีออกไป โดยนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 2, 3 และ 14 ธ.ค. 2564 เวลา 09.00 น.-16.30 น. และให้กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์เพิ่มเติมใหม่ 21 นัด สืบพยานจำเลยจำนวน 21 นัด ที่ศูนย์นัดความ ศาลอาญา
ส่วนนัดไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของนายพริษฐ์จำเลยที่ 1 นั้น เนื่องจากจำเลยที่ 1 ถูกเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวไปแล้ว กรณีจึงไม่มีเหตุให้ไต่สวนการเพิกถอนการปล่อยชั่วของจำเลยที่ 1 อีก ส่วนการไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว จำเลยที่ 2, 5, 6 และ 17 นั้น วันนี้จำเลยที่ 2, 6 และ 17 ทนายความแถลงว่า ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว จึงขอเลื่อนนัดไต่สวนคำร้องเพิกถอนการปล่อยชั่วคราว สอบถามโจทก์แล้วแถลงไม่คัดค้านพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เนื่องจากจำเลยที่ 5 สัมผัสกับผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และต้องกักตัว ส่วนจำเลยที่ 2, 6 และ 17 ยังไม่ได้รับคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราว กรณีจึงไม่อาจไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวได้ในวันนี้ จึงให้เลื่อนไปนัดไต่สวนคำร้องขอเพิกถอนการปล่อยชั่วคราวใหม่ในวันที่ 3 พ.ย. 2564 เวลา 09.00 น.

