หน้าแรก การเมือง เครือข่ายรามฯ...

เครือข่ายรามฯบุกทำเนียบ ปาสี สาดความแค้น 264 ส.ส. โหวตประยุทธ์อยู่ต่อ จวกทรยศ ปชช.

7.09.21 | 14:24 น.

เครือข่ายรามฯบุกทำเนียบ ปาสี สาดความแค้น 264 ส.ส. โหวตประยุทธ์อยู่ต่อ จวกทรยศ ปชช.

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.วันที่ 7 กันยายน บริเวณหน้าประตู 2 ทำเนียบรัฐบาล เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย นำโดย นายนันทพงศ์ ปานมาศ หรือกุ๊ก จัดกิจกรรม “ตำแหน่งอยู่ไม่นาน แต่ตำนาน #ประยุทธ์หมื่นศพ จะอยู่ตลอดไป” เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก พร้อมถามนายกฯว่ารัฐจะปล่อยให้มีคนตายอีกกี่ศพ ประยุทธ์ถึงจะยอมลาออก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักกิจกรรมเครือข่ายรามฯ 2 ราย แต่งกายเป็น ‘ยมบาล’ นุ่งผ้าขาวม้า นำรายชื่อ ส.ส.ที่ลงมติไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์มาวางเรียงที่พื้น พร้อมระบุข้อความ “ผู้ร่วมขบวนการสร้างตำนานประยุทธ์หมื่นศพ” โดยมีสแตนดี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตั้งทับอยู่ตรงกลาง

จากนั้นนายนันทพงศ์กล่าวว่า เรามาบอกประชาชนทั้งประเทศและ พล.อ.ประยุทธ์ว่า หมดเวลาแล้ว อย่างที่เราเขียนว่า “ตำแหน่งอยู่ไม่นาน แต่ตำนานประยุทธ์หมื่นศพจะอยู่ตลอดไป” การบริหารงานภายใต้รัฐบาลประยุทธ์ ณ วันนี้ทำให้มีประชาชนล้มตายนับหมื่นศพ พล.อ.ประยุทธ์และคนของรัฐบาลอย่าอ้างว่าเป็นแค่โรค ถ้าเรามีนายกฯที่มีความรู้ ความสามารถมากกว่านี้ ประชาชนคงไม่ตายนับหมื่นศพแบบนี้ ไม่นับรวมคนที่ตายเพราะพิษเศรษฐกิจ ไม่มีจะกินอีกหลายศพ มีคนที่กำพร้าพ่อแม่ ซึ่งต้องตายจากโรคโควิดอีกนับไม่ถ้วน

“วันนี้ได้นำรายชื่อ ส.ส.ที่โหวตไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์มาวาง คนเหล่านี้เราถือว่าเป็นฆาตกร ส.ส.ของพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมพลังประชาชาติไทย และพรรคอื่นๆ คนเหล่านี้โหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ต่อ คนเหล่านี้คือฆาตกร คือนั่งร้านที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้มีอำนาจต่อไป

Advertisement

“ฝากถึงพี่น้อง หากมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป เราต้องไม่เลือกคนของภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ เพราะคนเหล่านี้จิตใจอำมหิตโหดร้ายเกินกว่าจะเป็น ส.ส.ในประเทศไทย

“การอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคนอย่าง พล.อ.ประยุทธ์และ ส.ส.เหล่านี้ไม่เคยเห็นค่าของประชาชนแม้แต่น้อย วันนี้เราจึงมาอ่านแถลงการณ์หน้าทำเนียบรัฐบาล ที่ทำงานของ พล.อ.ประยุทธ์” นายนันทพงศ์กล่าว

ต่อมา นายกฤษณะ ไก่แก้ว หรือฟรอยด์ อ่านแถลงการณ์เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย เรื่อง “ขอให้นายกรัฐมนตรีลาออกแสดงความรับผิดชอบในการบริหารประเทศล้มเหลว”

จากนั้นมีการปาถุงสีไปยังรายชื่อ ส.ส.ที่โหวตหนุน พล.อ.ประยุทธ์และ 5 รัฐมนตรี เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อผู้แทนราษฎร

น.ส.วรัญญา ศิริปัญญา หรือพังค์ กล่าวว่า นี่คือรายชื่อผู้ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป ผู้ที่ดำรงตำแหน่งในสภาควรจะรับฟังเสียงของประชาชนที่ต้องการให้นายกฯลาออก

“รายชื่อเหล่านี้กลับทรยศเสียงของประชาชน โดยการโหวตให้ฆาตกรยังนั่งเล่นในสภา สีเลือดที่กำลังปาอยู่ คือบทลงโทษและความโกรธแค้น ถ้า ส.ส. ส.ว.หิวเงิน หิวภาษี หิวอำนาจขนาดนี้ ก็จงรับไป ‘ความโกรธแค้น’ จากประชาชน” น.ส.วรัญญากล่าว

ก่อน 2 ยมบาลนุ่งผ้าขาวม้าเข้ามาล้มภาพ พล.อ.ประยุทธ์ลงบนกองรายชื่อ ด้านผู้ร่วมกิจกรรมทำการปาสีอย่างต่อเนื่อง

ต่อมาตัวแทนสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีออกมารับแถลงการณ์ เรื่อง “ขอให้นายกรัฐมนตรีลาออกแสดงความรับผิดชอบในการบริหารประเทศล้มเหลว” ซึ่งมีใจความ ดังนี้

แม้ว่าประเทศไทยจะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนมีนาคม 2562 แล้วก็ตาม แต่ผลพวงจากการรัฐประหาร 2557 สร้างกติการัฐธรรมนูญที่อำนวยให้รัฐบาลประยุทธ์ได้บริหารประเทศมาอย่างยาวนาน

7 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลประยุทธ์ไม่สามารถแสดงความเชื่อมั่นในการบริหารประเทศให้กับประชาชนได้ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การมีส่วนร่วมของประชาชน ปัญหาปากท้องก็ไม่ได้มีการแก้ปัญหา หรือวางแผนจัดการอย่างเป็นระบบ รัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลเป็นการรวมกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองเท่านั้น ไม่สามารถผลักดันนโยบายได้อย่างเป็นรูปธรรม

กระทั่งประเทศไทยต้องเผชิญวิกฤตโรคโควิด-19 รัฐบาลประยุทธ์ไม่สามารถจัดการปัญหาได้อย่างทันท่วงที การจัดหาวัคซีนไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ประชาชนเสียชีวิตจากโควิด-19 เป็นจำนวนมากเพราะการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

การช่วยเหลือเยียวยาเป็นการกู้เงินมาแจกประชาชน ไม่มีแผนการบริหารจัดการโรคโควิดที่ชัดเจน อย่างเช่น การรองรับรักษาผู้ป่วย การจัดการกลุ่มเสี่ยงก็ไม่ชัดเจน การตรวจเชิงรุกไม่รองรับต่อความต้องการของประชาชนที่ต้องการตรวจ ภาวการณ์นี้ทำให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล

เมื่อการป้องกัน หรือรักษาโรคโควิดไม่มีความชัดเจน จึงส่งผลต่อการดำรงชีวิตประจำวันในการประกอบสัมมาชีพของประชาชน ประกอบกับการที่รัฐบาลได้มีมาตรการสั่งปิดสถานประกอบการ ห้าง ร้าน ทำให้หลายธุรกิจต้องปิดตัวลง การท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศขาดหายไป เนื่องจากนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางเข้ามาในประเทศไทยได้

สภาวการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รายได้ของประเทศหายไป ประชาชนไม่สามารถมองไปข้างหน้าได้ว่าประเทศจะกลับมาฟื้นตัว จะกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้เมื่อไหร่ การบริหารประเทศขาดประสิทธิภาพมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน มีการออกมาเคลื่อนไหวของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนในหลายกลุ่ม องค์กร เพื่อให้รัฐบาลประยุทธ์แสดงความรับผิดชอบต่อการบริหารประเทศที่ล้มเหลว สร้างความสูญเสียทั้งชีวิต และความเสียหายด้านเศรษฐกิจ ด้านสาธารณสุข

แต่รัฐบาลประยุทธ์ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อความเสียหายและผลพวงการบริหารประเทศที่ล้มเหลวแต่อย่างใด กระทั่งในสภาผู้แทนราษฎรได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาวิกฤตโควิดและเศรษฐกิจของประเทศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านได้อธิบายถึงความไม่มีประสิทธิภาพในการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น

ประชาชนคาดหวังว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบรัฐบาล และ ส.ส.จะได้พิจารณาอย่างมีเหตุผลว่า จะไว้วางใจให้บริหารประเทศต่อไปหรือไม่ ปรากฏว่า ส.ส.ที่สนับสนุนรัฐบาลไม่ได้ใช้เวทีของสภาตรวจสอบการทำงาน กลับลงมติไว้วางใจให้รัฐบาลประยุทธ์ได้ทำงานต่อ เพียงเพราะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเท่านั้น

เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตยจึงได้นำรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงมติไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมาเปิดเผยให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งถัดไป และขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ‘ลาออกจากตำแหน่ง’ เพื่อเปิดทางให้รัฐสภาได้พิจารณาเลือก ‘นายกรัฐมนตรีคนใหม่’ เพื่อนำพาประเทศฝ่าข้ามวิกฤตโควิด พลิกฟื้นประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติ ฟื้นฟูเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ สร้างรายได้ให้ประชาชนอย่างยั่งยืน

ตำแหน่งอยู่ไม่นาน
ตำนานประยุทธ์หมื่นศพจะอยู่ตลอดไป

เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย

นายนันทพงศ์กล่าวท้าทาย พล.อ.ประยุทธ์ว่า แน่จริงลาออก ให้รัฐสภาหานายกรัฐมนตรีคนใหม่

“ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นนายกฯที่เก่งและทำงานดี ถ้าไม่ขี้ขลาด ตาขาว จบโรงเรียนเตรียมทหารมาแท้ๆ แค่การลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบแค่นี้ไม่สามารถทำได้ ก็ต้องบอกว่า พล.อ.ประยุทธ์สมควรเอากระโปรงมาใส่แทนเครื่องแบบในปัจจุบัน” นายนันทพงศ์กล่าว

โดยเครือข่ายรามคำแหงฯร่วมชู 3 นิ้ว ตะโกน “ประยุทธ์ออกไป”

นายนันทพงศ์กล่าวอีกว่า วันนี้ทางเครือข่ายรามฯจะไปร่วมกับกลุ่ม “ทะลุฟ้า” รวมถึง “ทะลุแก๊ซ” ที่แยกดินแดง และที่แยกอโศกมนตรี

“มีการส่งคนไปร่วมกิจกรรมทุกวัน ทุกกลุ่ม ยืนยันว่าไม่ว่ากลุ่มใดที่ออกมาไล่ประยุทธ์ ‘เราคือเพื่อนกัน’ เบื้องต้นเครือข่ายรามคำแหงยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง แต่ข้อแรกที่สำคัญ คือต้องไล่ พล.อ.ประยุทธ์ให้ออกไปก่อน” นายนันทพงศ์กล่าว และว่า ฝากถึงน้องๆ ทะลุแก๊ซว่าเป็นกำลังใจให้ การแสดงออกของทะลุแก๊ซเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ทำได้ ในเมื่อรัฐใช้กำลัง ใช้ความรุนแรงกับประชาชน การตอบโต้ของประชาชนที่เป็นอยู่ ณ ปัจจุบันจึงทำได้ และมีความชอบธรรม

“ฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่านึกถึงแต่ภาษีของประชาชน โดยเป็นนั่งร้านของ พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาอยู่ข้างประชาชน” นายนันทพงศ์กล่าว