‘สมยศ’ ซัดรัฐ จับขัง ‘มัดมือชก’ ชี้ นี่คือคดี ปวศ. วัดความมืดมนเสรีภาพ ‘ลูกนัท’ ประกาศ สู้ทุกทาง
เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ 5 กลุ่มและแนวร่วมประชาธิปไตย ประกอบด้วย เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี, แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม, ทะลุฟ้า, 24 มิถุนาประชาธิปไตย และ เฟมินิสต์ปลดแอก จัดกิจกรรมคาร์ม็อบ “ยื่น หยุด ขัง” โดยจะมีการยื่นหนังสือถึง ศาลอาญา เพื่อเรียกร้องให้คืนสิทธิประกันตัวนักกิจกรรมทางการเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ เมื่อเวลา 11.00 น. เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี นำโดย นายเจษฎา ศรีปลั่ง หรือ เจมส์ และผู้ชุมนุมอีกส่วนหนึ่ง เดินทางมารวมตัวหน้าร้านแมคโดนัลด์ สาขาอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
พร้อมรถปราศรัย รถขนน้ำดื่ม ระหว่างนี้ มีการเปิดเะลงสร้างสีสัน บางส่วนประดับธงสีขาว และโบขาว “ปล่อยเพื่อนเรา” ที่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์

เวลา 11.27 น. นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ลูกนัท เดินทางมาร่วมชุมนุมครั้งนี้ พร้อมสวมเสื้อดำ สัญลักษณ์ 3 ขีด ก่อนเดินเข้าไปพูดคุยกับนายสมยศ และนายเจษฎา โดยมี นายชนินทร์ วงษ์ศรี หรือ บอล
ตัวแทนแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ยืนอยู่ในบริเวณเดียวกัน

ต่อมา เวลา 11.42 น. นายเจษฎา หรือ เจมส์ โฆษกเครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี แถลงว่า เราจะเริ่มต้นที่อนุสาวรีย์ ไปพระปิ่นเกล้า จรัญสนิทวงศ์ ลงอุโมงค์ไปศาลอาญารัชดา
จากนั้นจะมีการยื่นหนังสือ ของ 5 กลุ่ม ให้ปล่อยเพื่อนเรา เพราะเขาไม่ได้ทำผิด มีการไปรายงานตัวทุกครั้ง
จากนั้น จะเคลื่อนพลไปเรือนจำพิึเศษกรุงเทพฯ เพื่อเปิดปราศรัยย่อย มีการปล่อยนก 7 ตัว คือ เพื่อนเราที่กำลังจะได้รับอิสรภาพ เนื่องจากทราบว่า วันนี้จะมีการยื่นประกันตัวด้วย แต่หากประกันไม่ได้ วันพรุ่งนี้ (11 ก.ย.) จะมีอีกกลุ่มหนึ่ง ไปยื่นหนังสือที่ศาลธัญบุรี ประมาณ 09.30 ที่ ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต

ด้าน นายชนินทร์ หรือ บอล แนวร่วมธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ต้องการยืนยันว่า สิ่งที่เพื่อนเราพูด สามารถพูดได้ ขอให้ตัดสินบนความยุติธรรม บนหลักสิทธิมนุษยชน เพราะเขาเสียโอกาสหลายอย่างในการเรียน ในการทำสิ่งที่รัก โอกาสหาหลักฐานสู้คดี เช่นนี้ ยุติธรรมหรือ เราจึงต้องการไปยื่นยัน ต่อสู้ มีการตีกลองส่งเสียงไปถึงเพื่อนเราด้วย เพื่อขอให้ทำงานบนความยุติธรรม

นายสมยศ กล่าวว่า เราจะยื่นเรื่องถึง อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ยืนยันถึงหลักการที่ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่า ไม่มีความผิด จนกว่าจะมีการพิพากษา จึงปฏิบัติเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดไม่ได้ ปรากฏไว้ในรัฐธรรมนูญชัดเจน
นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, นายพรหมศร วีระธรรมจารี, นายภาณุพงศ์ จาดนอก, นายธัชพงศ์ แกดำ, นายณัฐชนน ไพโรจน์ , นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา และ นายอานนท์ นำภา พวกเขาเหล่านั้นไม่มีพฤติกรรมการหลบหนี
“การคุมขังระหว่างต่อสู้คดี เป็นการมัดมือชก เราจึงต้องมาบอกให้ทุกฝ่่ายเข้าใจ สิ่งที่เรียกร้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ได้โปรด พิจารณาข้อเรียกร้องของเราในวันนี้ คนเหล่านี้ไม่มีใช่อาชญากร คนเหล่านี้ปราถนาดีต่อบ้านเมือง ในทางก้าวหน้า เสนอ 3 ข้อเรียกร้อง แต่เขาเป็นกลุ่มที่ขัดแย้งกับรัฐบาล เราจึงต้องทำให้เป็นคดีประวัติศาสตร์ เพื่อชี้ว่ากระบวนการยุติธรรมจะเดินไปในทิศทางใด เพราะคือคดีที่น่าจับตา และมาตรฐานที่จะชี้ถึงความยุติธรรม” นายสมยศกล่าว
นายสมยศกล่าวต่อว่า การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ในอนาคต เนื่องจากเราเข้าสู่ยุคสมัยประชาธิปไตย และสิทธิเสรีภาพ เราจึงจะเดินหน้าเรียกร้องต่อไป เพราะคดีนี้ คืออนาคตของสิทธิเสรีภาพของประชาธิปไตย ถ้าเพื่อนเรายังไม่ได้รับการปล่อยตัว หมายถึงความมืดมนของสิทธิเสรีภาพ เราจะเดินหน้าสู้เพื่อสังคม อารยะประชาธิปไตย

เวลา 11.52 น. นายธนัตถ์ หรือ ลูกนัท กล่าวว่า เห็นด้วยที่ นายสมยศกล่าว รัฐบาลบิดเบี้ยว ใช้กฎหมาย เพื่อพวกพ้อง พร้อมยกกรณี บอส อยู่วิทยา ที่ขับรถเร็วจนชนคนเสียชีวิต ยังไม่มีการสั่งฟ้อง หรือแม้แต่ กรณีเปรมชัย ยิงเสือดำ
เมื่อเรากลับมามองเพื่อนเราทั้ง 7 คน คดีไม่ใกล้เคียงคำว่าสิ้นสุด แต่ถูกปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรม ต้องเข้าในเรือนจำ ติดเชื้อโควิด หลบหนีได้ แต่เขาไม่ทำ เขาแสดงความจริงใจ จะเดินหน้ารายงานตัวตามระบบ
“ผมมีโอกาสได้เจอเพนกวิน ก่อนเดินเข้าไปมอบตัว ตร. ผมได้ประกาศต่อหน้าสาธารณชนว่า ‘คุณคือเพื่อนของผม’ จึงมาทำตามสัญญา ไม่ต้องใช้เวลานาน ทำวันนี้ ให้ประกันเพื่อนเราทุกคน เพราะเพื่อนเราไม่ได้ทำผิด รัฐบาลต่างหากที่ผิด เพื่อนเราต้องการเพียงความถูกต้อง ความยุติธรรม และประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ผมจะเป็นอีกคนที่ทำทุกวิถีทาง เพื่อยืนเคียงข้างเพื่อนของเรา” นายธนัตถ์กล่าว
จากนั้น เวลา 11.56 น. เริ่มจัดขบวน โดยสื่อสารการเคลื่อนขบวนผ่านทางคลับเฮ้าส์ชื่อว่า “ยื่นหยุดขัง 10 กันยา 64”
นายเจษฎาระบุว่า จะมีการชุมนุมเวทีย่อย ที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ 15.00 น. โดยจะยุติในเวลา 17.00 น. โดยประมาณ

