ไม่ว่าจะมองสถานการณ์จาก “แถลง” อย่างเปี่ยมด้วยอารมณ์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ณ รัฐสภา เมื่อวันที่ 1 กันยายน
ไม่ว่าจะมอง “บรรยากาศ” ใน ครม.เมื่อวันที่ 7 กันยายน
เด่นชัดอย่างยิ่งใน “สภาพ” ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ว่าถูก “รุกไล่” หนักหนา สาหัสเพียงใดในทางการเมือง
ยิ่งคนที่ “รุก” เป็น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
จึงแทบมิได้อยู่เหนือความคาดหมายที่จะปรากฏพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ “ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี”
มีชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เด่นชัด
หากอ่าน “สถานะ” ในทางการเมืองเหมือนกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครองความเหนือกว่า เนื่องจากเป็นฝ่าย “รุก”
ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นฝ่าย “ตั้งรับ”
กระนั้น หากติดตามบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อย่างต่อเนื่อง ก็จะมองเห็นลักษณะอย่างหนึ่งซึ่งกลายเป็น “เอกลักษณ์”
นั่นก็คือ การไม่ยอมแพ้พ่ายอย่างหมดรูป
ไม่ว่าจะเมื่อเผชิญกับชะตากรรมที่ถูกจับกุมคุมขังในออสเตรเลีย ภายใต้ข้อหานำเข้า “ยาเสพติด”
ไม่ว่าจะเมื่อเผชิญกับข้อหาอันนำไปสู่ฉายา “ผู้กองตุ๋ย”
ถามว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยอมจำนนในแบบงอก่องอขิง สูญสิ้นตัวตนของตนไปอย่างสิ้นเชิงหรือไม่
ตรงกันข้าม กลับแสดงความเป็น “แมว 9 ชีวิต” ออกมา
ไม่เพียงแต่อาศัย “คอนเน็กชั่น” ในแวดวงการทหารจนกลายเป็นมือไม้ให้กับ “เสธ.ไอซ์” หากยังกลายเป็น
กระดานหกอันทรงพลังเข้าไปยังพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย
และที่สุด คือ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ
หากมองแต่เพียงคำประกาศกึกก้อง “มันคืนแป้ง” ก็เหมือนกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่มี “ของ” ไม่มีอาวุธหรือเครื่องมือใดเลยในทางการเมือง
แต่อย่าลืมสถานการณ์ในเดือนมิถุนายน 2562 อย่างเด็ดขาด
บทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในการรวบรวม “พรรคเล็ก” และประสานเข้ากับพรรคประชาธิปัตย์ ก่อให้เกิดยุทธการ
ขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
นี่คือบทบาทในแบบเดียวกับที่ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสน์ และ นายเสนาะ เทียนทอง เคยทำสำเร็จมาแล้วในอดีต
บทบาทนี้ยังดำรงอยู่ในตัวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
แม้จะมาทีหลังคนอย่าง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ คนอย่าง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน หรือแม้แต่คนอย่าง นายสันติ พร้อมพัฒน์
แต่ก็ “เวิร์ก” อย่างยิ่งในยุค “พลังประชารัฐ”
หากในเดือนมิถุนายน 2562 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ใช้ความสามารถนี้เพื่อเป็นนั่งร้านทางการเมืองให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
มาถึงเดือนกันยายน 2564 ไม่ใช่แล้ว
สภาพที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จัดการ “ปลด” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อหวังจะยุติบทบาทและความหมายในทางการเมือง
คำถามก็คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จำนนหรือไม่

