จับตา อาฟเตอร์ช็อกต่อเนื่อง หลัง ‘บิ๊กตู่’ ปลด ‘ธรรมนัส’ ทั้งสัมพันธ์ 3 ป.-ปรับ ครม.-เปลี่ยนทัพ ‘พปชร.’
เมื่อวันที่ 11 กันยายน การเมืองยังร้อนฉ่า หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ปลดฟ้าผ่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า พ้นจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งมีข่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) รวมทั้งพี่ใหญ่ “3 ป.” ไม่พอใจ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ น้องสุดท้อง 3 ป.ไม่บอกกันก่อน
นอกจากนี้ อาจต้องปรับกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กันใหม่ เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส ที่นั่งเป็นเลขาฯพรรค พปชร.ประกาศจะย้ายไปอยู่บ้านใหม่ ขณะที่ 2 เก้าอี้รัฐมนตรีช่วยที่ว่างลงเริ่มมีกลุ่มต่างๆ เคลื่อนไหวที่จะขอเข้าไปนั่งแทน
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 กันยายน ที่บริษัท เอส.บี.อุตสาหกรรมเครื่องเรือน จำกัด จ.นนทบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมโรงงานตามโครงการแฟคตอรี่ แซนด์บ็อกซ์
ผู้สื่อข่าวถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่ามีการพูดคุยหรือเคลียร์กับ พล.อ.ประวิตรเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนถามว่า “เคลียร์เรื่องอะไร ไปดูมาตรา 171” เมื่อถามว่านายกฯสบายใจขึ้นแล้วใช่หรือไม่ในเรื่องการเมือง พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “สบายใจมาตลอด แต่เป็นเรื่องที่นายกฯต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้างเพื่อให้เกิดผลดีต่อการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้วในมาตรา 171”
ส่วนทางด้าน พล.อ.ประวิตร ที่เดิมในเวลา 10.00 น. จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล แต่ก่อนถึงเวลาประชุมทีมงาน พล.อ.ประวิตรแจ้งว่าขอเปลี่ยนสถานที่ประชุมอย่างกะทันหัน ไปใช้มูลนิธิป่ารอยต่อฯแทน คาดว่าคงเพื่อหลีกเลี่ยงการตอบคำถามของสื่อมวลชนหรือยังไม่อยากไปพบหน้ากับใครบางคน
รายงานข่าวแจ้วว่า ผู้ที่เข้าพบ พล.อ.ประวิตรระบุว่าหลัง พล.อ.ประยุทธ์ปลดรัฐมนตรีทั้ง 2 คน ทำให้ พล.อ.ประวิตรเคร่งเครียดจนนอนไม่หลับ เพราะน้อยใจต่อการตัดสินใจของนายกฯ
ข่าวแจ้งว่าการปลด ร.อ.ธรรมนัสและนางนฤมลพ้นรัฐมนตรีช่วยที่ พล.อ.ประยุทธ์ ดำเนินการเองโดยไม่ได้มีการหารือหรือแจ้ง พล.อ.ประวิตร ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค พปชร.ให้ทราบก่อน เมื่อ พล.อ.ประวิตรมาทราบทีหลังว่า พล.อ.ประยุทธ์ดำเนินการปลด ร.อ.ธรรมนัสและนางนฤมล จึงแสดงความไม่พอใจ โดยกล่าวว่า นึกว่าเรื่องจะจบแล้ว หลังจาก ร.อ.ธรรมนัสมาไหว้ขอโทษ โดยก่อนหน้านั้น พล.อ.ประวิตรเรียกตัว ร.อ.ธรรมนัสมากล่อมให้ยุติการเคลื่อนไหว จนกระทั่ง ร.อ.ธรรมนัสยินยอม และนำไปสู่การเปิดบ้านป่ารอยต่อฯเพื่อเคลียร์ใจ โดย ร.อ.ธรรมนัสได้ยกมือไหว้ขอโทษ พล.อ.ประยุทธ์ และรับปากว่าจะยุติเรื่องราว นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตรยังห้ามปราม ร.อ.ธรรมนัสไม่ให้ลาออกจากรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ และเลขาธิการพรรค พปชร.
ข่าวแจ้งว่า คาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนโดยยกเลิกตำแหน่งหน้าที่ทางการเมืองของกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสและนางนฤมล ซึ่งมีทั้งตำแหน่งทางการเมืองและตำแหน่งราชการประจำ โดยปรับเปลี่ยนบทบาทข้าราชการระดับสูงกลุ่มหนึ่งที่สนิทสนมกับ ร.อ.ธรรมนัสและนางนฤมล
ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนทางโทรศัพท์ถึงกระแสข่าวเตรียมลาออกจากหัวหน้าพรรค พปชร.ว่า “ไม่ลาออก จะลาออกทำไม ไม่ลาออก ส่วนกระแสข่าวปรับโครงสร้างกรรมการบริหารพรรคก็ไม่มี ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ ตำแหน่งเลขาธิการพรรคก็ยังเหมือนเดิม ส่วนการปรับ ครม.ก็ไม่มี ตอนนี้ตำแหน่งรัฐมนตรีที่ว่างก็ให้รัฐมนตรีว่าการทำหน้าที่ไป”
เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะให้นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เข้ามาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.อ.ประวิตรกล่าวย้ำว่า “ไม่มีการปรับ ตำแหน่งที่ว่างลง ให้รัฐมนตรีว่าการทำหน้าที่ได้”
ส่วนความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส หลังพ้นจากเก้าอี้รัฐมนตรี ได้ออกมาโพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กระบุว่า “ผมกราบขอบพระคุณทุกกำลังใจที่มอบให้ผมครับ ผมให้สัญญาว่าผมจะทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจที่มีเพื่อพี่น้องประชาชนตลอดไปตามที่ผมตั้งใจมั่นไว้เสมอมาครับ”
รายงานข่าวจากพรรค พปชร.แจ้งว่า ร.อ.ธรรมนัสและนางนฤมลที่พ้นตำแหน่งรัฐมนตรีแล้ว แต่ทั้งสองคนยังเป็นเลขาธิการพรรคและเหรัญญิกพรรค การจะปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริหารพรรคอาจใช้รูปแบบเดิมโดยให้หัวหน้าพรรคคือ พล.อ.ประวิตรลาออก เพื่อให้กรรมการบริหารพรรคทั้งหมดต้องพ้นเก้าอี้ไปโดยปริยาย และเปิดทางให้ประชุมพรรคเพื่อปรับโครงสร้างใหม่ คาดว่าจะดำเนินการภายใน 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ ต้องรอดูความเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัสและ ส.ส.ที่ใกล้ชิดประมาณ 12 คน ว่าจะมีท่าทีอย่างไร
ทั้งนี้ บุคคลที่จะเข้ามามีบทบาทในพรรคต้องได้รับความไว้วางใจจาก พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.อนุพงษ์ รวมทั้งสามารถเชื่อมโยงระหว่างนายกฯกับ ส.ส.ในพรรค เพื่อไม่ให้มีช่องว่างเรื่องความสัมพันธ์
ทั้งนี้ ช่วงก่อนปรับโครงสร้างพรรค พล.อ.ประยุทธ์สั่งการผ่านรัฐมนตรีของพรรค ทั้งนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ดูแล ส.ส.ในสัดส่วนเบื้องต้น 1 ต่อ 10 หรือมากกว่านั้น ส่วนกลุ่มสามมิตร ทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่ากระทรวงอุตสาหกรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้รับผิดชอบดูแลเกือบ 30 คน
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะที่ ส.ส.ภาคใต้ของพรรคมีการหารือถึงการปรับ ครม.เนื่องจากที่ผ่านมา ส.ส.ภาคใต้ของพรรคไม่ได้รับการพิจารณาเลย ทั้งที่มี ส.ส.มากถึง 14 คน ดังนั้น ครั้งนี้คาดว่าน่าจะได้รับพิจารณา แต่ปรากฏว่ามีคนนอกที่ไม่ใช่ ส.ส.เริ่มเคลื่อนไหวโดยอาสาขอเป็นตัวแทน ส.ส.ภาคใต้เพื่อรับตำแหน่งรัฐมนตรี และพร้อมจะดูแล ส.ส.ภาคใต้

