‘ก้าวไกล’ ชี้ รบ.อาจอยู่ไม่ครบเทอม ขอซุ่มทำการบ้าน วิเคราะห์ฐานเสียง เพิ่มคะแนนเลือกตั้งครั้งหน้า เผยพรรคเล็กไม่ติดต่อ ยืมเสียงยื่นศาล รธน. ย้ำ เคารพเสียงรัฐสภาเห็นชอบร่างขั้นสุดท้าย
เมื่อวันที่ 11 กันยายน นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเล็กต้องการเจรจาเพื่อขอเสียงจากพรรคก้าวไกล ในการยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า พรรคเล็กยังไม่ได้มีการประสานมา แต่จุดยืนของพรรค ก.ก. คือจบที่รัฐสภา เราไม่อยากไปที่องค์กรอื่นโดยไม่จำเป็น อย่างไรก็ตาม ร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านวาระ 3 อาจไม่ต้องถึงขั้นยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความก็ได้ เนื่องจากกระบวนการขึ้นทูลเกล้าฯ ภายใน 15 วัน หลังจากลงมติวาระ 3 นั้น ยังมีปัญหาที่ต้องขบคิดว่าจะนำร่างแบบนี้ขึ้นไปทูลเกล้าฯหรือไม่ เพราะมีการแก้ไขเกินหลักการที่รับมา ทำให้ร่างนี้ไม่สมบูรณ์ รวมถึงคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยังมีการเรียกประชุมด่วนในช่วงเช้าก่อนพิจารณาวาระ 2 เพื่อถอนออก 4 มาตรา ซึ่งไม่ชอบตามข้อบังคับที่ 12 ที่จะต้องทำหนังสือแจ้งไม่น้อยกว่า 1 วัน และไม่ได้มีการขอให้ที่ประชุมรัฐสภาถอนร่างที่ประธานรัฐสภาบรรจุแล้วออกไปก่อน เพื่อไปเอา 4 มาตราออก กรณีเช่นนี้ตนเชื่อว่ารัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาและกระบวนการที่ไม่สมบูรณ์ การนำขึ้นทูลเกล้าฯ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา จะต้องตระหนักให้ดี และอยากฝากถึงเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้จัดงานธุรการและตรวจข้อกฎหมายให้ถี่ถ้วนว่า กรณีเช่นนี้สมควรหรือไม่ที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ อย่าให้กฎหมายของประเทศที่จะต้องออกไปจารึกในประวัติศาสตร์ว่ามีรอยด่างพร้อยและความไม่สมบูรณ์แบบเช่นนี้เลย
อ่านข่าวเกี่ยวข้อง
09.00 INDEX บทบาท ของ ประวิตร วงษ์สุวรรณ ยุทธการปลด ธรรมนัส พรหมเผ่า
นายธีรัจชัยกล่าวถึงความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยเกิดจากการขัดแย้งภายใน ไม่ใช่ปัจจัยภายนอก ไม่ว่าจะเป็นม็อบหรือฝ่ายค้าน ซึ่งเป็นแค่ตัวเร่งให้เร็วขึ้น สถานการณ์ภายในของพรรค พปชร.ชัดเจน ว่ามีการแตก อยู่ที่ว่าขั้วของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค พปชร. จะทนอยู่แบบนี้หรือไม่ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะปรับตัวต่อพรรค พปชร.หรือไม่ เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ใช่คนของพรรคโดยแท้ แต่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค ฉะนั้น จะทำอย่างไรกับความสัมพันธ์ของพี่น้อง 2 ป. จะจัดการดุลอำนาจอย่างไร การเกิดความขัดแย้งเช่นนี้ขึ้นถือเป็นการนับถอยหลังแล้ว เพราะการบริหารงานจะไม่มีทางเป็นเหมือนเดิม นอกจาก พล.อ.ประยุทธ์จะจัดการอย่างเฉียบขาด และสามารถหาคนมาแทน ร.อ.ธรรมนัสได้ ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัสมีประโยชน์มากเพราะสามารถทำงานในพื้นที่ได้ดี ทั้งนี้ ตนไม่ขอไปก้าวล่วงเรื่องของพรรคอื่น อย่างไรก็ตาม โอกาสไม่ครบเทอมสูงมาก แต่ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยภายหน้า
นายธีรัจชัยกล่าวต่อว่า ฝ่ายนโยบายของพรรค ก.ก. ได้เตรียมแผนและวิเคราะห์เรื่องการเลือกตั้งไว้แล้ว การที่จะนำผลงานของพรรค ก.ก. ที่มีหลักอุดมการณ์ชัดเจน ไม่ผันแปร ไม่ใช่แค่ฝ่ายค้านที่รอเข้าร่วมรัฐบาล เราพูดถึงทุกแง่มุม มีข้อมูลตรวจสอบตามหน้าที่ของฝ่ายค้าน รัฐธรรมนูญเราก็สู้อย่างเต็มที่ ตนเชื่อว่าประชาชนเห็นความตั้งใจทำงานและความอยู่กับร่องกับรอยของเราที่เป็นหลักของบ้านเมืองได้ในอนาคต เราทำการเมืองใหม่ ไม่ต้องซื้อเสียงจริงๆ และคนรุ่นใหม่ที่เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเพิ่มขึ้นทุกวันก็จะเป็นคนที่เลือกเรา และชวนให้พ่อแม่ปู่ย่าตายายเลือกเรา มั่นใจว่าจะได้คะแนนเสียงมากกว่าเดิม
นายธีรัจชัยกล่าวอีกว่า ส่วนที่มีหลายคนวิเคราะห์ว่าบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะเอื้อให้พรรคเพื่อไทย (พท.) ชนะพรรค พปชร.นั้น หากคิดช่วงปี 2540 เป็นต้นมาก็ใช่ เพราะสามารถเปลี่ยนจากระบบอุปถัมภ์มาใช้นโยบายครั้งแรกในการหาเสียง เป็นที่ตรึงตราใจ แต่ตอนนี้ปัจจัยเปลี่ยนไป หัวหน้าพรรคคนเดิมของพรรคไทยรักไทย (ทรท.) ที่ก่อนจะมาถึงพรรค พท. ซึ่งเป็นพรรคพลังประชาชน ในขณะนั้นไปอยู่ต่างประเทศ นโยบายหาเสียงของพรรค พท. ในปี 2562 ก็ไม่มีอะไรดึงดูดใจคนมากมาย เพียงแต่อาจจะมีสิ่งเดิมที่เป็นความหวังอยู่ ฉะนั้น เมื่อผ่านมา 2 ปี การชี้วัดกับพรรค ก.ก. ที่ถึงแม้ตอนนี้จะเป็นพรรคขนาดกลาง ตนเชื่อว่าน่าจะดูมีความหนักแน่นและเป็นตัวเลือกได้ว่าจะเอาแบบไหน เพราะนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก็อยู่ประเทศไทย เชื่อว่าหัวหน้าพรรคเราเป็นความหวังกว่า แต่หากเปรียบเทียบระหว่างพรรค พท. กับพรรค พปชร. ก็เชื่อเป็นโอกาสดีของพรรค พท. เพราะเป็นรูปแบบเดิมที่ถนัด แต่พรรค พปชร. ก็อาจจะไม่เหมือนที่หวัง แต่คงมีกระบวนการอื่นที่ทำให้ชนะได้ เพราะนี่คือการเมือง กติกามีอย่างเดียว แต่ละฝ่ายที่มีอำนาจจะพยายามทำอย่างไรเพื่อให้ชนะ

