นายกฯฟุ้งมีแผนป้องกันน้ำท่วม-แล้ง ชี้มีบทเรียนจากปี’54 “อ้อน”ลงพื้นที่หวังมารับฟัง

“บิ๊กตู่”ย้ำเตรียมแผนเผชิญเหตุป้องน้ำท่วม-น้ำแล้ง ชี้มีบทเรียนจากปี54 “อ้อน”มารับฟัง ส.ส.พื้นที่เป็นตัวแทนประชาชน “ลั่น”เป็นรัฐบาลคนทั้งประเทศไม่แบ่งแยกใคร

เมื่อเวลา 15.35 น. วันที่ 15 ก.ย. ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ตรวจสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อเตรียมรับน้ำเหนือหลากและวางแผนป้องกันพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า วันนี้มาเยี่ยมเยียนชาวชัยนาททุกคน ซึ่งทั้งนายกฯ รัฐบาลและครม. ห่วงใยชาวชัยนาทและพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบร่วมกัน โดยได้มารับฟังคำชี้แจงจากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่บริหารภาพรวมทั้งประเทศ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับฟังความคิดเห็นต่างๆ จากบรรดาส.ส. ได้พื้นที่ให้รับทราบว่ารัฐบาลมีความห่วงใยอย่างไร เพราะทุกคนเป็นตัวแทนของประชาชนทั้งสิ้นโดยไม่มีการแบ่งแยก ใครทั้งสิ้นเพราะเราเป็นรัฐบาลที่ต้องบริหารและดูแลคนทั้งประเทศอยู่แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทั้งนี้จะต้องพิจารณาลำดับความเร่งด่วนในการทำงาน และส่วนใหญ่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะดำเนินการในเรื่องเหล่านี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบทุกประการ โดยต้องไม่มีการทุจริตต้องโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ตรงกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริงซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล อย่างไรก็ตามเท่าที่รับทราบตนก็มีความพอใจ ที่ฝ่ายบริหารได้ชี้แจงต้นมาทั้งหมดวันนี้ทั้งในส่วนน้ำตอนเหนือตอนบน เหนือตอนกลางและเหนือตอนล่างที่ต้องมีการตัดยอดน้ำออกไปข้างๆ ทางตะวันตกและตะวันออกก่อนมวลน้ำจะไหลมาที่นี่ โดยทราบว่าการระบายน้ำที่นี่ลดลงไปมากพอสมควร ขณะเดียวกันได้สั่งเน้นย้ำในการกำจัดวัชพืช ที่ขวางทางน้ำซึ่งกำลังดำเนินการอยู่และเป็นปัญหาทุกปี จึงต้องมีการกำจัดเป็นระยะๆ

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อย่างไรก็ตามได้มีการเตรียมแผนเผชิญเหตุ โดยเตรียมการรองรับในช่วงหน้าฝนและหน้าแล้งไปด้วย เพราะทุกคนมีบทเรียนมาแล้วในเรื่องการระบายน้ำในปี 2554 ส่วนในปี 2563 นั้นอีกเครื่องหนึ่งเพราะเกิดจากพายุเข้าจำนวนมาก ซึ่งพื้นที่ที่มีความเสี่ยงก็คือพื้นที่ลุ่มต่ำจึงต้องดูพื้นที่เหล่านี้ที่จะไปท่วมทางฝั่งซ้าย ได้แก่จ.พระนครศรีอยุธยา เข้าอ่าวไทย พร้อมการเตรียมพื้นที่สำรองกักเก็บน้ำตามธรรมชาติ โดยได้กำชับให้ไปตรวจตราเรื่องของทำนบดินและอ่างเก็บน้ำต่างๆที่ปริมาณน้ำสูงขึ้นในขณะนี้ต้องรับน้ำให้ได้ อีกทั้งต้องเตรียมแผนในกรณีที่มีการชำรุด จึงได้มอบหมายให้กระทรวงกลาโหมในการใช้เฮลิคอปเตอร์ที่เคยทำเรื่องทิ้งตะกร้าลงมากั้นน้ำชั่วคราวและการซ่อมแซม

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า นอกจากนี้เรื่องของการเกษตรจะปรับพื้นที่การเกษตรของเราอย่างไร ให้สอดคล้องกับความต้องการ ซึ่งตนก็เป็นห่วง ดังนั้นทุกคนต้องปรับตัวเองด้วย รัฐบาล พยายามคิดใหม่ทำใหม่ แต่ทุกคนต้องกล้าคิดกล้าทำและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เราถึงจะพลิกโฉมประเทศไทยได้ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน “สู้ๆนะ” จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะเดินทางกลับกรุงเทพฯ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โฆษก ตร. ระบุสาวอ้างได้วัคซีนเข็ม 3 จากตำรวจ ไม่เป็นความจริง
บทความถัดไปนอภ.เตรียมจ้างเอกชน-ใช้เมรุวัดอื่นเผาขยะติดเชื้อจากโควิค หลังใช้เมรุวัดทองผาภูมิหนักจนไฟไหม้