ป.ป.ช. ผุด มาตรการป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ป.ป.ช. ผุด มาตรการป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม 12 ข้อ ไม่หวง หากหน่วยงานอื่นนำไปใช้

เมื่อวันที่ 23 กันยายน ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช.เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามในประกาศสำนักงาน ป.ป.ช. เรื่องมาตรการป้องกันการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม เพื่อวางแนวทางปฏิบัติป้องกันไม่ให้เกิดการกระทำผิดอันเป็นการทุจริตและประพฤติมิชอบ และเป็นแนวทางในการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานภายในสำนักงาน ป.ป.ช.ให้การดำเนินงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ เป็นมาตรการเพื่อควบคุมความประพฤติในทางวินัยและสร้างกลไกการรับรู้รวมถึงการมีส่วนร่วมของบุคลากรในสังกัด ทั้งนี้เพื่อป้องกันการกระทำที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมถือเป็นนโยบายอันสำคัญ อย่างไรก็ตาม นอกจากการปฎิบัติตามประกาศดังกล่าวแล้ว เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช.จะต้องปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยประมวลจริยธรรมเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช.ด้วย

ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวมีทั้งเชิงกฎหมาย ทฤษฎี และบริบทของการปฎิบัติงานซึ่งหน่วยงานทั้งภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาสังคมสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับบุคลากรในสังกัด เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันการกระทำอันอาจเกิดการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวมในการปฏิบัติงานได้ เพื่อไม่ให้เชื่อมโยงไปสู่ปัญหาการทุจริตของประเทศ ที่อาจนำไปสู่การทุจริตรูปแบบหนึ่งรูปแบบใด ที่อาจนำไปสู่ความผิดทางอาญา

สำหรับประกาศดังกล่าวระบุว่า 1.เลขาธิการ ป.ป.ช.รวมถึงผู้ได้รับมอบอำนาจห้ามมิให้ดำเนินการกิจการและต้องไม่รู้เห็นยินยอมให้คู่สมรสดำเนินกิจการ ได้แก่ ไม่ให้เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการกำกับดูแลควบคุมตรวจสอบหรือดำเนินคดี, ไม่ให้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ

ไม่ให้รับสัมปทานหรือคงถือไว้ซึ่งสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการ ส่วนท้องถิ่นหรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วนท้องถิ่น อันมีลักษณะการผูกขาดขั้นตอน หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว, ไม่ให้เข้าไปมีส่วนได้เสียในฐานะเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา ตัวแทน พนักงานหรือลูกจ้างในธุรกิจของเอกชนซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับ ดูแล ควบคุม หรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐ

2.เลขาธิการ ป.ป.ช.ต้องไม่เข้าไปมีส่วนได้เสียในฐานะเป็นกรรมการ ที่ปรึกษาตัวแทน พนักงาน หรือลูกจ้างในธุรกิจเอกชน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลควบคุม หรือตรวจสอบของหน่วยงานของรัฐ ที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นสังกัดหรือปฎิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าพนักงานของรัฐ ซึ่งโดยสภาพของผลประโยชน์ของธุรกิจเอกชนนั้นอาจขัดหรือแย้งต่อประโยชน์ส่วนรวมหรือ ประโยชน์ทางราชการ หรือกระทบต่อความมีอิสระในการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นภายใน 2 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง

3.ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช.รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ จากผู้ใดนอกเหนือจากทรัพย์สิน หรือประโยชน์อันควรได้ตามกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย การรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดของบุคคลตามวรรคหนึ่ง จากบุพการี ผู้สืบสันดานหรือญาติที่ให้ตามประเพณี หรือตามธรรมจรรยา ตามฐานานุรูป สามารถกระทำได้

4.เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช.ต้องไม่เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่ากันนั้นจะชอบหรือไม่ชอบด้วยหน้าที่ และต้องปฎิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามกฏหมายโดยไม่เห็นแก่ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดที่จะพึงได้รับจากการปฎิบัติหน้าที่นั้น

5.เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช.ต้องไม่ทำงานพิเศษในเวลาราชการและต้องไม่เบียดบังเวลาราชการไปกระทำการใดๆ เพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตน เครือญาตหรือพวกพ้อง และต้องไม่ทำงานพิเศษนอกเวลาราชการหรือกิจการ ที่จะกระทบต่อความมีอิสระในการปฎิบัติหน้าที่

6.เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช.ต้องรักษาความลับของทางราชการและต้องไม่นำข้อมูลนั้นไปแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฏหมายให้แก่ตนเองเครือญาต หรือพวกพ้อง

7.เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช.ต้องไม่นำทรัพย์สินของทางราชการไปใช้ประโยชน์โดยมิชอบ หรือโดย   ทุจริต หรือนำไปแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฏหมาย

8.เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน ป.ป.ช. ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาอนุมัติ อนุญาต การบริหารงานบุคคล การบริหารงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง ต้องปฎิบัติหน้าที่ให้ถูกต้องชอบด้วยกฎหมาย โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และต้องไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ หรือความสัมพันธ์ส่วนตัวที่มีต่อบุคคลใดมาประกอบการพิจารณาใช้ดุลพินิจ

9.ให้ถือเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ในการมีส่วนร่วมติดตามตรวจสอบการทำงานของบุคคลภายในหน่วยงานไม่ให้เกิดการกระทำที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม

10.เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.พึงหลีกเลี่ยงในการงดรับของขวัญ ของกำนัล ของฝากจากผู้มาติดต่อราชการในทุกเทศกาล

11.ผู้บังคับบัญชาจะต้องปฏิบัติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีและส่งเสริม ควบคุม กำกับดูแลให้ผู้ใต้บังคับบัญชาปฏิบัติตนให้เป็นไปตามประกาศนี้

12.ในการปฏิบัติตนของเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.ตามประกาศฉบับนี้ให้ถือเป็นนโยบายของสำนักงานที่ต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัดหากฝ่าฝืนอาจมีความผิดทางวินัยหรืออาญา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผลสำรวจธุรกิจกทม.-ปริมณฑลอาการหนักสุด ภาพรวมทั่วประเทศทรุด
บทความถัดไปโรม อ่านเกม 2 ป.วัดกำลัง ชี้ ‘ประยุทธ์’ ไร้บารมีคุมส.ส. คนดูออกสนิทนักการเมือง หวังอยู่รอด