“ชาญชัย” ติง กกต.หยุดเสนอเพิ่มอำนาจ หันมาปฏิรูปตัวเอง เซตซีโร่ระบบใหม่ เปิดข้อมูล เจ้าหน้าที่ทุจริตที่นครนายก ปล่อยผีใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ลอยนวลไม่ต้องรับผิด แนะ กรธ. เพิ่มโทษสองเท่า เตรียมมอบข้อมูลให้ “จุรินทร์”ตัวแทนปชป.เสวนาร่วมกรธ.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 กันยายน ที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีตส.ส.นครนายก พรรคปชป. แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เสนอร่างพ.ร.บ.ว่า ด้วยการเลือกตั้งส.ส.ให้คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) ว่า กกต.มีอำนาจหน้าที่มากอยู่แล้ว และกำลังแก้กฎหมายขอสิทธิใบสารพัดสี ซึ่งตนไม่ขัดข้องเพราะทำงานการเมืองไม่มีเจตนาทุจริตไม่สนใจว่า โทษจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่อยากฝากไปถึงกรธ.ขอให้ปรับปรุงกฎหมายที่จะเขียนว่ากกต.ต้องตรวจสอบคนของตนเองไม่ให้มีพฤติกรรมร่วมทุจริตกับพรรคการเมืองใด ต้องทำหน้าที่โดยสุจริตโปร่งใส ที่ผ่านมาเคยมีการกระทำความผิดโดยเจ้าหน้าที่ของ กกต.เช่น แบบส.ส.10 คือเอกสารที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมาแสดงตัวพร้อมบัตรประชาชนเพื่อใช้สิทธิ พร้อมการเซ็นชื่อยืนยันเป็นหลักฐานว่าได้มาใช้สิทธิจริง ปรากฏว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งบางส่วนไม่ได้มาใช้สิทธิแต่กลับมีคนอื่นมาเซ็นชื่อเพื่อใช้สิทธิแทนหรือเรียกง่ายๆว่าปล่อยให้มีผีมาใช้สิทธิแทนคนในหน่วยเลือกตั้ง
นายชาญชัย กล่าวต่อว่า เอกสารดังกล่าวถือเป็นเอกสารของกกต.ที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งต้องบันทึกและเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อส่งมอบต่อกกต.กลาง คนนอกไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่คนนอกจะสามารถเซ็นชื่อแทน หากคนของกกต.หรือเจ้าหน้าที่ผู้มาช่วยงานเลือกตั้งไม่ร่วมมือด้วย ซึ่งตนมีหลักฐานชัดเจนทั้งหมด 141 หน่วยเลือกตั้งในจังหวัดนครนายกเมื่อปี 2554 ทั้งหมดเป็นหลักฐานที่ขอใช้หมายศาลเรียกมาพิสูจน์ข้อเท็จจริงที่พบข้อพิรุธว่าผีที่มาอ้างสิทธิลงคะแนนแทนคนที่ไม่มาใช้สิทธิ นอกจากนี้ยังเคยร้องเรียนไปยังกกต.กลางยุคนั้นแต่กลับไม่มีการลงโทษใดๆจึงเห็นว่าหากกกต.ทำผิดขอให้มีโทษสองเท่าเหมือนป.ป.ช.เพราะมีอำนาจให้คุณให้โทษจึงต้องรับผิดชอบต่อการเข้าสู่อำนาจการเมืองโดยไม่สุจริตเพราะกกต.ก็เป็นต้นเหตุด้วย แต่ที่ผ่านมากกต.ไม่เคยสะสางตัวเอง ในขณะที่นักการเมืองปฏิรูปตัวเองไม่รู้กี่รอบแล้วดังนั้นกกต.ต้องปฏิรูปตัวเองบ้าง ควรที่จะเซ็ตซีโร่ระบบใหม่เพราะที่ผ่านมาล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซากจะต้องกำหนดบทลงโทษใหม่ สร้างกลไกการตรวจสอบกกต.ให้มีความเข้มข้นมากขึ้น
นายชาญชัย กล่าวต่อว่า อยากให้มีการระบุในกฎหมายว่าห้ามเก็บเอกสารไว้ในห้องขังที่สถานีตำรวจ ให้เปิดเผยในที่สาธารณะให้ประชาชนที่มีสิทธิลงคะแนนเสียงไปตรวจสอบได้ภายใน 6 เดือนจะเป็นการตรวจสอบความโปร่งใสของกกต.ได้ เพราะในส่วนของนักการเมืองการใช้จ่ายต่างๆยังต้องเปิดเผยข้อมูลให้มีการตรวจสอบได้ นอกจากนี้จะเสนอต่อกรธ.เขียนกฎหมายป้องกันไม่ให้กกต.ทำหน้าที่เอื้อประโยชน์หรือกลั่นแกล้งให้คุณให้โทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการเลือกตั้ง เพราะกกต.มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดอยู่แล้ว จึงต้องมีกระบวนการตรวจสอบภายในโดยให้องค์กรเอกชนหรือหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจของกกต.ในระหว่างการเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง 1 ปี และห้ามกกต.ที่พ้นวาระไปแล้วไปเป็นที่ปรึกษาหรือดำเนินกิจกรรมร่วมกับพรรคการเมืองหรือนักการเมืองหลังพ้นตำแหน่งไปแล้วอย่างน้อย 5 ปี รวมถึงขอให้เพิ่มโทษหนักในกรณีการค้าสำนวนเพื่อเรียกรับประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสอบสวน และให้วางระบบปกป้องคุ้มครองพยานบุคคลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นรวมทั้งให้กกต.ใหญ่เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินต่อสาธารณะโดยตนจะมอบข้อมูลทั้งหมดให้กับกรธ.พิจารณาประกอบการร่างกฎหมายและจะส่งเอกสารให้นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองหัวหน้าพรรคฯ ที่จะไปร่วมเสวนากรธ.ด้วย

