สภานิสิตจุฬาฯ-สภานักศึกษา มธ. ประณามการใช้อำนาจรัฐ คุกคามการมีส่วนร่วมทางการเมือง ปชช.

สภานิสิตจุฬาฯ-สภานักศึกษา มธ. ประณามการใช้อำนาจรัฐ คุกคามการมีส่วนร่วมทางการเมือง ปชช.

เมื่อวันที่ 26 กันยายน สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่แถลงการณ์ร่วมระหว่าง สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประณามการจับกุมนิสิตนักศึกษาที่แสดงออกทางการเมือง

ระบุว่า จากเหตุการณ์การพยายามเข้าจับกุม น.ส.เบนจา อะปัญ แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม และนิสิต นักศึกษา ที่แสดงออกทางการเมืองหลายๆ คน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาตรา 116 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในช่วงที่ผ่านมา

โดยเจ้าหน้าที่ใช้กฎหมายดังกล่าวเพื่อจับกุมนิสิต นักศึกษา และกลุ่มคนที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง นับเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองตามหลักการของประชาธิปไตย

เป็นที่แน่ชัดว่าการจับกุมผู้เห็นต่างด้วยการใช้กำลัง ไม่เป็นตามหลักปฏิบัติสากล อีกทั้งยังไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ หากแต่จะเป็นการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของภาคประชาชน (Strategic Lawsuit Against People Participation : SLAPP)

สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เห็นว่าการจัดการและการบังคับใช้กฎหมายของภาครัฐในปัจจุบันมิได้เป็นไปตามหลักนิติรัฐ นิติธรรม ดังนั้น จึงมีขอให้ภาครัฐยุติการใช้กำลัง และความรุนแรงในการจัดการผู้เห็นต่าง และให้ใช้การพูดคุยและรับฟังเพื่อลดแรงปะทะกับผู้ที่ออกมาแสดงออกทางการเมือง

นอกจากนี้ การฟ้องคดีตามความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่มีอยู่เกือบ 200 คดีในปัจจุบัน มีปัญหาด้านการตีความอยู่หลายประการ อาทิ การตีความและนำมาใช้อย่างกว้างขวางเพื่อเอาผิดกับผู้ถูกดำเนินคดีอย่างไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน อัตราโทษจำคุกที่สูงเกินไปเทียบได้กับความผิดฐานเตรียมการก่อกบฏ ความผิดฐานฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา

บุคคลทั่วไปทุกคนสามารถเป็นผู้กล่าวโทษ ให้ดำเนินคดีตามมาตรา 112 ได้ โดยไม่ต้องให้ผู้เสียหายเป็นคนเริ่มต้นคดี การดำเนินคดีมาตรา 112 กับประชาชนจำนวนมากเช่นนี้จึงถือว่าเป็นการละเมิดเสรีภาพการแสดงออกและสิทธิมนุษยชน

ในการนี้ สภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและสภานักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขอประณามการใช้อำนาจรัฐในการคุกคามการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน และขอเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการปัญหาดังกล่าวด้วยวิธีการสันติวิธีโดยเร็ว

ไม่ควรมีใครต้องถูกหมายจับ เพียงเพราะแสดงความเห็นทางการเมือง

“Peace cannot be achieved through violence, it can only be attained through understanding” – Ralph Waldo Emerson

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ฮิเมเนซทำประตูแรกหลังกระโหลกร้าว พาวูล์ฟส์บุกเฉือนนักบุญ 1-0
บทความถัดไปซามีร์ นาสรี่ อดีตแข้งปืนใหญ่ – เรือใบ ประกาศแขวนสตั๊ดแล้ว