‘สมยศ’ เลคเชอร์ ปวศ. จาก ร.ศ.130 ถึงทะลุแก๊ซ คาใจ มธ.เบรกรำลึก 6 ตุลา

‘สมยศ’ เลคเชอร์ ปวศ. จาก ร.ศ.130 ถึงทะลุแก๊ซ คาใจ มธ.เบรกรำลึก 6 ตุลา

เมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 17.30 น. นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข นักต่อสู้ทางการเมืองกล่าวปาฐกถา หัวข้อ “3 เปลี่ยนผ่าน 3 ความหวัง”

นายสมยศกล่าวว่า วันนี้ยินดีที่มาในฐานะองค์ปาฐกถา ตำรวจสันติบาลและหน่วยงานความมั่นคงซึ่งกำลังอัดเทปขอให้เข้าใจว่าวันนี้เป็นเรื่องวิชาการ ก็ต้องพูดแบบวิชาการ มิใช่การปราศรัยทางการเมือง เป็นบรรยากาศอีกแบบหนึ่งไม่ใช่การชุมนุม แต่เป็นการมาเพื่อเสพสุขกับศิลปะ ได้เห็นความหวัง ความจริง ณ ที่แห่งนี้ แท้จริงแล้วผู้ที่ควรจะมาปาฐกถาควรเป็นนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ซึ่งบัดนี้ไม่มีโอกาสได้ที่จะได้มานั่ง มายืน หรือชมงานศิลปะ แต่กลับต้องนอนอยู่ในห้องขัง เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และถูกขังรวมกับนักโทษคนอื่นๆ เป็นช่วงเวลาที่ถูกขังโดยไม่สามารถรับรู้ ไม่มีโอกาส ไม่มีเสรีภาพใดๆ เหมือนกับพวกเราที่มายืนอยู่ตรงนี้

“ผมอยากส่งความระลึกถึงเพนกวิน หรือพริษฐ์ ชิวารักษ์ ขอเสียงปรบมือเป็นกำลังใจให้พริษฐ์ ชิวารักษ์, อานนท์ นำภา, ภาณุพงศ์ จาดนอก, จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา เป็นตัวอย่างข้างต้นว่าแกนนำของเราสูญเสียอิสรภาพ ผมเองเคยสูญเสียอิสรภาพ หลายท่านอาจจะนึกภาพไม่ออกว่าการสูญเสียอิสรภาพนั้น มันเจ็บปวด มันทุกข์ขนาดไหน

“เดือนแรกที่ผมติดคุกนั้นผมแอบร้องไห้ใต้ผ้าห่ม เราไม่สามารถแสดงให้เห็นน้ำตาของพวกเราได้ เพราะเราต้องถูกตัดขาดจากครอบครัว จากข้อมูลข่าวสาร จากเพื่อนญาติมิตร เราถูกกันออกจากสังคม เดือนแรกผมบอกได้เลยเวลาเรากินข้าวจะเป็นข้าวก้อนกรวด เรียกว่าข้าวกับระเบิด น้ำล้างจานที่บ้านเรายังอร่อยกว่าข้าวในคุก นี่คือสิ่งที่พวกเราต้องอยู่กับชีวิตแบบนั้น

“บทกวีของทนายอานนท์ นำภา ที่เขียนบอกว่ามีเสียงกรนป็นเพื่อนหลับนอน เห็นได้ชัดว่านี่คือบรรยากาศที่แม้แต่ตอนหลับนอนยังลำบาก แต่การหลับนอนของนักโทษเหล่านี้มันคือความฝัน ในความฝันของเราสามารถที่จะจินตนาการถึงสังคมที่เราปรารถนา เราอาจจะฝันถึงชัยชนะ ฝันถึงชีวิตที่ได้ท่องเที่ยว นักโทษมีความฝัน ความฝันที่ทำให้เขามีชีวิต มีความเป็นมนุษย์อยู่ในกรงขังได้ ทำให้นักโทษการเมืองที่เป็นแกนนำคณะราษฎรนั้น ยังมีความหวังว่าวันหนึ่งเขาจะกลับมายืนตรงนี้ และมีมวลชนมหาศาลมาชุมนุมที่นี่เพื่อประกาศว่าประชาธิปไตย เสรีภาพ ภารดรภาพ และส่อความเสมอภาคในสิ่งที่เขาปรารถนา” นายสมยศกล่าว

นายสมยศกล่าวต่อไปว่า วันหนึ่งตนได้คุยกับนายอานนท์ นำภา ขณะอยู่ในเรือนจำ นายอานนท์วางแผนว่าออกไปจะเปิดเวทีปราศรัย โดยบอกว่าวันนั้นจะมีมวลชนเรือนแสน บอกตนให้รับเงื่อนไข ไม่ต้องห่วง

จากนั้น นายสมยศย้อนเล่าประวัติศาสตร์เหตุการณ์ ร.ศ.130 ของกลุ่มนายทหารหนุ่ม นำโดย ร.ต.เหรียญ ศรีจันทร์ มีการประชุมกันเพื่อวางแผนเปลี่ยนการปกครอง แต่ปรากฏว่าการประชุมรั่วไหล เป็นเหตุให้มีการจับกุมคุมขังเข้าเรือนจำ หลังจากนั้นเกิดคณะราษฎร นำโดยนายปรีดี พนมยงค์ เกิดเหตุการณ์อภิวัฒน์สยาม
24 มิถุนายน พ.ศ.2475 และมีประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 ขึ้นเป็นครั้งแรก ประเทศไทยมีรัฐธรรมมนูญขึ้นครั้งแรก

“นายปรีดีพูดกับคณะปฏิวัติ ร.ศ.130 ว่าถ้าไม่มีการปฏิวัติ ร.ศ.130 ก็ย่อมไม่มีการปฏิวัติ พ.ศ.2475 เจตนารมณ์และแนวทางการต่อสู้ได้ถูกถ่ายทอดมาสู่คณะราษฎร 2475” นายสมยศกล่าว

นายสมยศกล่าวว่า แม้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย แต่หลังจากนั้นก็ถูกบิดเบือนเจตนารมณ์ เกิดการรัฐประหารหลายครั้ง จนมาถึง พ.ศ.2557 โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

“14 ตุลาคม 2516 ทำให้เรามีประชาธิปไตยแบบไม่มีนามสกุล ซึ่งเป็นประชาธิปไตยของประชาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นศูนย์กลางในการชุมนุม แต่ในปีนี้นักศึกษาธรรมศาสตร์จะไปจัดงานรำลึก 45 ปีของเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไม่อนุมัติแล้วจะเกิดอะไรขึ้น” นายสมยศกล่าว

นายสมยศกล่าวด้วยว่า หลัง 6 ตุลา ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์พฤกษภาทมิฬ ต่อมามีรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ซึ่งเราปรารถนาว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญที่มาจากประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน และเป็นรัฐธรรมนูญที่ก้าวหน้าที่สุด มีพรรคไทยรักไทย เกิดนโยบายที่ก้าวหน้าหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น 30 บาทรักษาโรค ไม่ว่าจะเป็น 1 ตำบล 1 ล้านบาท 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ ทำให้ประชาชนหลุดพ้นจากการเป็นหนี้ไอเอ็มเอฟ

“ผมไม่ได้มาเชียร์ทักษิณ แต่นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเราก็หวังว่ารัฐธรรมนูญ 2540 นั้นเป็นกติกาสำคัญที่นำประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้า แต่แล้วก็เกิดรัฐประหารทำลายรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง คือ 19 กันยายน 2549 และหลังจากรัฐบาลนี้เป็นต้นไปประเทศไทยก็พลิกโฉม เปลี่ยนแปลงไปหมดทุกด้าน เราก็จะเห็นการเปลี่ยนแปลงเป็นปรากฏการณ์ เราจะเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2540 กติกาแบบนั้นนำความเจริญ นำความทันสมัย แต่สังเกตไหมครับเวลาเราจะเจริญ เวลาเราจะมีความหวัง มันจะมีการยึดอำนาจทุกครั้ง เกิดรัฐประหาร 19 กันยา 2549” นายสมยศกล่าว

นายสมยศกล่าวว่า สงสัยกันหรือไม่ว่าทำไมมีคนตายแล้วตายอีก 2516 ก็ตาย เป็นวีรชนไปแล้ว 2535 วีรชนก็ตายไปอีก แล้วก็มาเกิดเหตุการณ์คนเสื้อแดงถูกสังหารกลางถนนราชประสงค์ตายไปอีก 100 ศพ ความตายทำไมเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เราเปลี่ยนรัฐบาลมาไม่รู้กี่รัฐบาล แต่ความตายที่กระทำต่อประชาชนไม่หยุด

“ถ้าวัดกันไปตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา มันคือภาวะแห่งความตายเกิดขึ้นทีละเล็กทีละน้อย นั่นก็คือการปราบปรามอย่างรุนแรง ทะลุแก๊ซเป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งในการต่อต้านความรุนแรง ความรุนแรงที่มาจากอำนาจรัฐเผด็จการ ผมจึงอยากให้ที่แห่งนี้ปรบมือให้กำลังใจชาวทะลุแก๊ซ มันเป็นความรุนแรงที่เกิดจากฝ่ายรัฐก่อน และนี่คือปฏิกิริยาที่ตอบโต้ปฏิกิริยาความรุนแรง ชาวทะลุแก๊ซเขาต่อสู้แบบสองมือเปล่า อาวุธมีแค่พลุ มีไฟแช็กน้อยๆ ที่ไปเผาตรงโน้นเผาตรงนี้ ยังอยู่ในคำว่าสันติวิธี ยังมิได้เกินไปกว่าความจริง

“วันนี้ความเชื่อในสังคมเปลี่ยนไปเยอะแล้ว และในขณะที่ผมพูดไม่รู้จะถูกดำเนินคดีไหม แต่มันเป็นสิ่งที่มิอาจหลบเลี่ยงได้ เพราะความเป็นจริงคือการเปลี่ยนแปลงสังคมมันเกิดขี้นแล้ว แม้เอาผมไปอยู่ในคุกตะราง จนสิ้นลมหายใจ จนแผ่นดินกลบหน้าก็ยังพูดเหมือนเดิม ทำเหมือนเดิม ต่อสู้เหมือนเดิม เพราะฉะนั้นเรายังมีเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการไล่ประยุทธ์ ความพยายามจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ” นายสมยศกล่าว

นายสมยศกล่าวว่า ตอนที่ตนติดคุกอยู่กับนายอานนท์ นำภา, พริษฐ์ ชิวารักษ์ และพรรคพวก เมื่อกินข้าวเสร็จแล้วมานั่งคุยกัน เราหวั่นไหวมาก แต่เมื่อได้ยินเสียงเรียกร้องนอกคุก เห็นข่าวยืนหยุดขัง นั่นแหละคือจุดเปลี่ยน ที่สุดตนก็ได้มาอยู่ตรงนี้

“เพื่อนเราตอนนี้มี 5 คนที่ติดคุกอยู่ เขาก็อยู่ด้วยความหวัง และหวังว่าจะมาเจอพวกเรา แม้ว่าเราไปถึงเส้นชัยแล้วแต่เราจะไปถึงเส้นชัยพร้อมๆ กันอย่างแน่นอน จะไม่ปล่อยเพื่อนเราอยู่ข้างหลังกรงขังอย่างแน่นอน อยากจะเชิญชวนท่านร่วมกันต่อสู้เพื่อปลดปล่อยเพื่อนเรา คนเหล่านี้เป็นคนปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมือง เป็นคนรักชาติ รักประชาธิปไตย

“เขาไม่ใช่อาชญากร ไม่ใช่ไปทำร้ายใครให้เดือดร้อน ทำให้ใครเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน มนุษย์ทุกคนต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่าอยู่เสมอ วันนี้สังคมนี้มีข้อจำกัดกดทับเสรีภาพ ไม่เหลือบ่ากว่าแรงที่เราจะเอาชนะข้อจำกัดเหล่านั้นได้ เรากำลังจะแปลงความเจ็บปวดของเราให้เป็นพลังให้ได้ประชาธิปไตย เสรีภาพ ภราดรภาพ เสมอภาค” นายสมยศกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ฟาติทำประตูฉลองหายเจ็บคืนสนามในรอบ 10 เดือน พาบาร์ซ่าถล่มเลบานเต้ 3-0
บทความถัดไปเน็ตบ้าน AIS ล่ม! ชาวเน็ตทวงถามคอลเซนเตอร์-น้องอุ่นใจ ไม่ได้รับคำตอบ