อ่างลำเชียงไกรโคราชทะลัก-ผู้ว่าฯสั่งอพยพ 9 อภ. นายกฯตรวจท่วมสุโขทัย ’20 ส.ส.’ แห่รับ

อ่างลำเชียงไกรโคราชแตก-ผู้ว่าฯสั่งอพยพ 9 อภ. นายกฯตรวจท่วมสุโขทัย ‘สมศักดิ์-20 ส.ส.’ แห่รับ

เมื่อวันที่ 27 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ตอนล่าง ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา เวลาประมาณ 16.30 น. วันที่ 26 กันยายน ล่าสุดมวลน้ำเหนือสันอ่างเต็มพื้นที่กว่า 6,000 ไร่ ปริมาณน้ำกว่า 40 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 135% เกินความจุกักเก็บ 27 ล้านลูกบาศก์เมตร มีปริมาณน้ำมากที่สุดในรอบ 50 ปี นับตั้งแต่ก่อสร้างอ่างเมื่อปี 2514 มวลน้ำฝนสะสมจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน เตี้ยนหมู่ ไหลมาจากพื้นที่ตอนบน อ.ด่านขุนทด และ อ.เทพารักษ์ จ.นครราชสีมา สมทบมาขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้อาคารระบายน้ำล้นปกติ อยู่ระหว่างก่อสร้างได้ถูกกระแสน้ำกัดเซาะกำแพงปีกด้านขวาจนชำรุดทำให้มวลน้ำไหลทะลักออกมาอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ชลประทานนำบิ๊กแบ๊ก หรือกระสอบทรายยักษ์ลงไปอุดรูรั่ว

ทั้งนี้ นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าฯนครราชสีมา ได้ออกหนังสือด่วนที่สุดกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา ที่ นม (กปภจ)0021/ 6177 ถึงนายอำเภอด่านขุนทด นายอำเภอโนนไทย นายอำเภอพระทองคำ นายอำเภอเมืองนครราชสีมา นายอำเภอโนนสูง นายอำเภอพิมาย นายอำเภอชุมพวง นายอำเภอลำทะเมนชัย และนายอำเภอเมืองยาง และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา ว่าเนื่องจากปริมาณน้ำจากลำเชียงไกรตอนบน และลำน้ำสาขามีปริมาณเป็นจำนวนมากและได้ระบายลงอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง จึงมีความจำเป็นต้องระบายเพิ่มลงลำน้ำเดิม 66.43 ลบ.ม. ระบายน้ำอาคารระบายน้ำฉุกเฉิน 101.72 ลบ.ม. รวมการระบายน้ำ 168.15 ลบ.ม. ส่งผลให้ระดับน้ำในลำเชียงไกร และลำน้ำสาขามีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำริมสองฝั่งลำน้ำ และพื้นที่ริมตลิ่ง กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา พิจารณาแล้วขอให้ดำเนินการ ดังนี้

1.ให้อำเภอด้านท้ายอ่าง รวม 9 อำเภอ แจ้งเตือนประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายสูง เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการควบคุมสถานการณ์ ให้อพยพไปยังสถานที่ปลอดภัย ในระดับสีส้มโดยเฉพาะประชาชนที่อยู่ริมน้ำและที่ลุ่มต่ำให้เก็บทรัพย์สินสิ่งของจำเป็นขึ้นไว้ที่สูงกว่าที่เคย ระวังติดตามมวลน้ำไหลเชี่ยวแรง ดูแลเด็กเล็กและคนชรา ผู้ป่วยติดเตียง

2.ประสานท้องถิ่น ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดสำคัญทางเศรษฐกิจ จัดหาและสนับสนุนกระสอบทราย ให้กับประชาชนเพื่อปิดกั้นน้ำเข้าบ้านเรือนและพื้นที่สำคัญ จัดรถกระจายข่าวแจ้งเตือนประชาชนให้ทั่วถึง และจัดกำลังเจ้าหน้าที่ ประสานกำลังพลสนับสนุนการอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิงที่เตรียมไว้ล่วงหน้า จัดตั้งโรงครัว หรือครัวพระราชทานเพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบและเจ้าหน้าที่

3.ให้ความสำคัญในการแจ้งให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้อย่างทั่วถึง ขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสาร และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างใกล้ชิด

4.กรณีการอพยพประชาชน ขอให้ไม่ต้องห่วงทรัพย์สิน ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในชีวิต และความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

5.ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครอง จะมีการจัดชุดลาดตระเวนตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันผู้ฉกฉวยโอกาสขโมยทรัพย์สิน

วันเดียวกัน ที่สนามบิน จ.สุโขทัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ลงพื้นที่ตรวจราชการและติดตามสถานการณ์อุทกภัย โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย และ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐกว่า 20 คน ให้การต้อนรับ โดยนายกฯได้ทักทายนายสมศักดิ์ว่า ที่บ้านน้ำท่วมใช่ไหม เป็นยังไงบ้าง ซึ่งในการลงพื้นที่นายกฯได้ใช้รถอัลฟาร์ด สีขาว ทะเบียน กต 9559 สุโขทัย

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์และคณะได้ขึ้นรถบรรทุกขับเคลื่อน 4 ล้อของ ปภ.ที่ติดตั้งเครื่องขยายเสียง ตรวจเยี่ยมและมอบถุงยังชีพให้กับประชาชน อ.ศรีสำโรง โดยมีการพูดคุยผ่านเครื่องขยายเสียง และทักทายประชาชนที่อยู่ตามบ้านเรือนตลอดเส้นทาง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ปัญหาบ้านเมืองไม่ใช่มีเพียงแค่ตรงนี้ ซึ่งมีหลายพื้นที่ด้วยกัน ในปี 2563 มีพายุเข้ามา 5 ลูก ปีนี้ยังมีเพียงลูกเดียวจึงขอให้ช่วยกันสวดมนต์ อย่าให้พายุเข้ามาอีก พายุลูกเดียวก็พอแล้ว อย่างไรก็ตาม ขอช่วยกันคิดใหม่ว่าวันข้างหน้าจะอยู่กันอย่างไร จะต้องปลูกบ้านอย่างไร จะต้องปลูกบ้าน 2 ชั้น หรือขยับขยายไปอยู่ในที่สูงขึ้น ซึ่งรู้ว่ายากแต่ถ้าตั้งใจฟังรัฐบาลพูดบ้าง ก็น่าจะไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ระหว่างเยี่ยมชมจุดตรวจ พล.อ.ประยุทธ์ได้สอบถามพูดคุยพร้อมให้กำลังใจกับผู้ประสบภัยจากน้ำท่วม โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ขอให้ทุกคนช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน ในส่วนที่เกิดความเสียหายกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจดูแลเยียวยาความเสียหายที่ประชาชนได้รับ พร้อมกล่าวว่า วันนี้ทุกคนมาในนามรัฐบาล ในนามคณะรัฐมนตรี เพื่อช่วยเหลือดูแลทุกคน ใครจะรักหรือไม่รัก นายกฯไม่สนใจ เพียงขอทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์เดินทักทายประชาชนที่มาต้อนรับ ช่วงหนึ่งได้มีเกษตรกรนำทุเรียนหมอนทองเมืองพระร่วงมาให้ พล.อ.ประยุทธ์ จำนวน 3 ลูก โดยบอกกับนายกฯว่า เอามาให้ลุงตู่ อีก 2 วันสุก รับประทานได้ และเอาไปแบ่งลุงป้อมสักลูกก็ได้ครับ พล.อ.ประยุทธ์จึงกล่าวว่า เดี๋ยวจะให้ลุงป๊อก ลุงป้อม ลุงตู่ ทำเอาคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นหัวเราะชอบใจ โดย พล.อ.ประยุทธ์กระเซ้ากลับไปว่า เดี๋ยวจะกินทั้งเปลือกเลย

จากนั้นระหว่างเดินถ่ายรูปกับส่วนราชการและประชาชนที่มารอรับ พล.อ.ประยุทธ์เดินสะดุดเซจนเกือบล้ม โชคดีที่ทีม รปภ.จับแขนไว้ทัน ขณะที่ก่อนขึ้นรถยนต์เพื่อเดินทางกลับมีประชาชนจำนวนหนึ่งตะโกน ลุงตู่สู้ๆ นายกฯจึงตอบกลับไปว่า สู้ ก่อนจะขึ้นรถเดินทางกลับ กทม.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้นูโน่รับสเปอร์สเล่นแย่ทำพ่ายปืนยับ ยืดอกรับผิดชอบวางแผนพลาด
บทความถัดไปส.ร้านอาหารยื่นด่วน ‘บิ๊กตู่-อนุทิน’ ขอเปิดถึง 4 ทุ่ม ศบค.ถกปลดล็อกวันนี้