วันที่ 23 กันยายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และประธานมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ในโอกาสเดินทางมายังพื้นที่ ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง เพื่อมอบถุงยังชีพของมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ให้กับชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง ได้เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ประสบภัยหลายพื้นที่ และได้มีโอกาสพูดคุยกับชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยธรรมชาติ ทำให้ทราบว่าในหลายพื้นที่ยังมีอีกหลายเรื่องที่จะต้องดำเนินการในพื้นที่หมู่บ้านประสบภัย ได้แก่ เรื่องการวางระบบเตือนภัย เพราะจากภัยน้ำป่าไหลหลากที่เกิดขึ้น ชาวบ้านระบุชัดว่าไม่ทราบว่ามีน้ำป่าหลากลงมา จึงไม่สามารถเตรียมตัวรับมือทัน
“เรื่องต่อมา คือ ระบบประกันภัยทั้งหมด ยังมีความจำเป็นอย่างมากเพราะทั้งพืชผลทางการเกษตร ที่อยู่อาศัย หรืออื่นๆ หากคาดหวัง หรือรอการช่วยเหลือจากภาครัฐบาล เพื่อชดเชย ก็อาจจะน้อย หากเทียบกับพืชผลทางการเกษตร และบ้าน ที่ต้องสูญเสียไปจากน้ำป่าหลาก ดังนั้นอยากจะขอให้รัฐบาลเพิ่มระบบประกันภัยขึ้นมา ก็จะมีประโยชน์อย่างมาก ส่วนเกษตรกร ทั้งพื้นที่ประสบภัยน้ำป่า และประสบปัญหาภัยแล้ง หรือราคาพืชผลที่ตกต่ำ โดยเฉพาะข้าวโพด จึงอยากฝากถึงรัฐบาลว่าจะสนับสนุนให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างไร” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์ยังเปิดเผยอีกว่า สำหรับนโยบายเดิมที่ในอดีตทางพรรคประชาธิปัตย์ได้เคยทำไว้และเป็นประโยชน์ อาทิ การประกันภัย ประกันพืชผลทางการเกษตร รวมถึงอีกหลายโครงการที่ต้องการกระจายอำนาจมาให้ท้องถิ่น ที่สามารถบริหารจัดการแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วขึ้น ก็อยากให้รัฐบาลพิจารณาสานต่อนโยบายเหล่านี้ เพราะประชาชน ในอาชีพเกษตรกรจะได้รับประโยชน์

