“ชวน” มอบรางวัลพานแว่นฟ้า เรื่องสั้น “มือเย็น” บทกวี “หมู่บ้านปลาเหิรลม” ชนะเลิศ

“ชวน” มอบรางวัลพานแว่นฟ้า เรื่องสั้น “มือเย็น” บทกวี “หมู่บ้านปลาเหิรลม” ชนะเลิศ พร้อมให้โอวาท หวังผลงานวรรณกรรมช่วยหนุนภาพการเมืองสุจริต

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 กันยายน ที่ห้องสัมมนา ชั้น B1 อาคารรัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลพานแว่นฟ้า ประจำปี 2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้าปี 2564 กล่าวรายงาน พร้อมด้วยนายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) คณะกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้าปี 2564 คณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร และคณะผู้บริหารสำนักงานฯ เข้าร่วมพิธี

ซึ่งในปีนี้ เรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานเรื่อง “มือเย็น” ของ วัฒน์ ยวงแก้ว และบทกวีที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ผลงานเรื่อง “หมู่บ้านปลาเหิรลม” ของ ปราสาทหิน พันยอด ซึ่งการประกวดในปี 2564 ได้เปิดรับผลงานเข้าประกวด ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2564 โดยมีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น จำนวน 1,000 ผลงาน แบ่งเป็นเรื่องสั้น จำนวน 403 ผลงาน และบทกวี จำนวน 597 ผลงาน

ทั้งนี้ในโอกาสที่รางวัลพานแว่นฟ้าครบรอบ 2 ทศวรรษในปี 2564 คณะกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า เห็นสมควรยกย่องผลงานวรรณกรรมที่ทรงคุณค่าสมควรแก่การเผยแพร่ให้เป็นแบบอย่างเพื่อปลุกเร้า หรือเป็นแรงบันดาลใจแก่นักเขียนและผู้รักประชาธิปไตยในสังคมไทย โดยมอบรางวัลพานแว่นฟ้าเกียรติยศให้แก่ผลงานที่ผ่านการคัดสรรของคณะกรรมการฯ จำนวน 10 รางวัล ได้แก่ 1.ความฝันของนักอุดมคติ โดย หม่อมราชวงศ์นิมิตรมงคล นวรัตน 2.ระย้า โดย สด กูรมะโรหิต 3.แผ่นดินนี้ของใคร โดย ศรีรัตน์ สถาปนวัฒน์ 4.เขาตะโกนหานายกรัฐมนตรี โดย อิศรา อมันตกุล 5.แผ่นดินเดียวกัน โดย รพีพร (สุวัฒน์ วรดิลก) 6.เพียงความเคลื่อนไหว โดย เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ 7.เจ้าขุนทอง โดยสุจิตต์ วงษ์เทศ 8.ขุนทอง…เจ้าจะกลับเมื่อฟ้าสางโดย อัศศิริ ธรรมโชติ 9.คนคนนี้แหละคน โดย รวี โดมพระจันทร์ (ยุทธพงศ์ ภูริสัมบรรณ) และ 10.ประเทศไทยในความคิด ความคิดในประเทศไทย โดย เสกสรรค์ ประเสริฐกุล

โดย นายชวน ได้กล่าวขอบคุณผู้ส่งผลงานเข้าประกวดทุกคน และแสดงความยินดีกับเจ้าของผลงานที่ได้รับได้รับรางวัลในปีนี้ ทั้งประเภทเรื่องสั้นและประเภทบทกวี ซึ่งการประกวดในปีนี้มีความพิเศษที่ได้ก้าวเดินมาถึงปีที่ 20 ใน 20 ปีที่ผ่านมาการเมืองไทยได้ผ่านเหตุการณ์สำคัญต่างๆ มากมาย ซึ่งแต่ละช่วงของเหตุการณ์นั้นๆ จะสะท้อนอยู่ในบางส่วนของผลงานวรรณกรรมรางวัลพานแว่นฟ้าในแต่ละปี จากรายชื่อผลงานที่ได้รับรางวัลพานแว่นฟ้าเกียรติยศทั้ง 10 ผลงาน หลายผลงานเผยแพร่มาแล้วเป็นเวลาหลายสิบปี แต่ยังคงเป็นวรรณกรรมที่มีคุณค่าอยู่เสมอ โดยในปีนี้นอกเหนือจากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโควิดที่ทำให้การจัดงานมอบรางวัลต้องอยู่ภายใต้การป้องกันโรคอย่างจริงจัง ยังเกิดเหตุการณ์ที่ต้องสูญเสียปูชนียบุคคลด้านภาษาศาสตร์ จึงขอถือโอกาสนี้แสดงความระลึกถึง ศ.ดร.รื่นฤทัย สัจจพันธุ์ ราชบัณทิต ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า ที่ได้สนับสนุนงานของรัฐสภาในฐานะคณะกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้าตั้งแต่ปี 2558 จนถึงแก่อนิจกรรม เมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา

นายชวน กล่าวต่อว่า ในโอกาสนี้ขอขอบคุณคณะกรรมการรางวัลพานแว่นฟ้า ปี 2564 ที่ได้ดำเนินโครงการนี้จนบรรลุผลสำเร็จ การมอบรางวัลแด่ผู้ที่มีความสามารถพิเศษด้านวรรณกรรมและด้านศิลปะนั้น เมื่อครั้งที่ตนเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปี 2528 ได้มีการทำโครงการศิลปินแห่งชาติขึ้น ตอนนี้โครงการดังกล่าวยังดำรงอยู่และมีการเลือกบุคคลที่มีความสามารถพิเศษด้านวรรณกรรมและด้านศิลปะอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้โครงการพานแว่นฟ้าเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมงานด้านวรรณกรรม ที่เกี่ยวข้องกับการเมืองโดยเฉพาะประชาธิปไตย นอกจากนี้ก็หวังว่าจะเห็นผลงานเหล่านี้มีส่วนให้เกิดความรู้สึกที่เห็นภาพของการเมืองสุจริตเป็นเป้าหมายส่วนรวมของบ้านเมือง หากขาดความสุจริตการเมืองก็ยากที่จะพัฒนาไปได้ถึงที่สุด ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรได้ทำโครงการบ้านเมืองสุจริต ซึ่งหวังผลที่จะขยายความรู้ความเข้าใจและร่วมกันรณรงค์ในหมู่เยาวชนและประชาชนทั่วไป ให้ตระหนักว่าบ้านเมืองจะอยู่รอดได้ก็ต่อเมื่อบ้านเมืองต้องบริหารด้วยความสุจริตทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ หรือองค์กรต่างๆ ทั้งในระดับส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น และหวังว่าผลงานวรรณกรรมเหล่านี้จะมีส่วนในการสนับสนุนความเป็นบ้านเมืองสุจริตตามที่ได้กล่าวมา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แบดไทยต้อนฟินแลนด์ขาดลอย 5-0 คู่ ลอยลำเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ‘สุธีรมานคัพ’
บทความถัดไปครม.กำหนด 28 ก.ย. วันพระราชทานธงชาติไทย ‘นายกฯ.-รมต.’ เปิดเพลงยืนตรงร้องเพลงในที่ประชุม