‘หมอระวี’ แนะ ‘บิ๊กตู่’ ยื่นศาล รธน. ตีความร่างบัตร 2 ใบ เชื่อมีแต่ได้กับได้-จะหยุดทุกข้อครหา

‘หมอระวี’ แนะ ‘บิ๊กตู่’ ยื่นศาล รธน. ตีความร่างบัตร 2 ใบ เชื่อมีแต่ได้กับได้-จะหยุดทุกข้อครหา ชี้อย่านำร่างนี้ทูลเกล้าฯ ทั้งที่รู้มีความไม่สมบูรณ์อยู่หลายประการ

เมื่อวันที่ 29 กันยายน นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก ส่วนตัว โดยระบุข้อความว่า จากการที่รัฐบาลได้ผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 60 ที่จะแก้ไขระบบเลือกตั้งเป็นบัตร 2 ใบ และกำหนดจำนวน ส.ส.เป็น 400 และ 100 คน ต่อมา ส.ส.และ ส.ว.ส่วนหนึ่ง พยายามจะยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ แต่ไม่สามารถรวบรวมเสียงได้เพียงพอจึงไม่สามารถยื่นได้ และนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ได้ทำหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความก่อน ตามด้วยนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าไทยภักดี ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความต่อไป ปรากฏว่าขณะนี้ประธานรัฐสภาได้ส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาตัดสินใจภายใน 5 วันว่าจะยื่นให้ในหลวงลงพระปรมาภิไธย ประเด็นคือนายกรัฐมนตรีจะตัดสินใจอย่างไรต่อไปดี

นพ.ระวี ระบุต่อว่า ตนขอเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์พิจารณาว่า ถ้ายื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พล.อ.ประยุทธ์ จะมีแต่ได้กับได้ เพราะศาลวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขขัดรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์จะเป็นฝ่ายได้ แต่ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขผ่านได้พล.อ.ประยุทธ์ก็จะเป็นฝ่ายได้เช่นกัน ที่รอบคอบให้ศาลรัฐธรรมนูญช่วยกลั่นกรองให้ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงพระปรมาภิไธย แต่ถ้าไม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ นำร่างขึ้นทูลเกล้าฯ เลย พล.อ.ประยุทธ์จะมีแต่เสียกับเสมอตัว เพราะถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความแล้วผลปรากฏว่า ศาลวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขขัดรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ ก็จะเป็นฝ่ายเสียถูกโจมตีว่า ทั้งๆ ที่รู้ว่าร่างแก้ไขไม่สมบูรณ์ ไม่พิจารณาให้รอบคอบ กลับนำร่างแก้ไขขึ้นทูลเกล้าฯ แต่ถ้าผลปรากฏว่า ศาลวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขผ่านได้ พล.อ.ประยุทธ์ ก็เสมอตัว

นพ.ระวี ระบุด้วยว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความอาจจะถูกกล่าวหาว่า ไม่จริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เตะถ่วงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ความเป็นจริงการยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เป็นการทำให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านเร็วขึ้น เพราะศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาไม่เกิน 90 วันในการวินิจฉัย ดังนั้นการยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้ตรวจสอบความถูกต้องก่อนจะเสียเวลาเพียง 30 วัน เพราะถ้าศาลรัฐธรรมนูญกลั่นกรองแล้วว่า ร่างแก้ไขไม่ขัด เมื่อนายกฯ ยื่นทูลเกล้าฯ พระองค์ท่านสามารถลงพระปรมาภิไธยได้อย่างรวดเร็ว
แต่ถ้านายกไม่ยื่นศาลรัฐธรรมนูญก่อน กลับนำร่างยื่นทูลเกล้าฯ เลย กลับเป็นการโยนเผือกร้อนให้พระองค์ท่านและองคมนตรี ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาถึง 90 วันกว่าพระองค์ท่านจะทรงลงพระปรมาภิไธย ตนขอย้ำว่านายกรัฐมนตรีต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญโดยด่วน เพื่อให้การวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่านำเผือกร้อนยื่นทูลเกล้าต่อพระองค์ท่านทั้งทั้งที่รู้ว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้มีความไม่สมบูรณ์อยู่หลายประการ

พร้อมติดแฮชแท็ก #ชาติต้องการภาวะผู้นำของนายก #นายกยื่นศาลมีแต่ได้กับได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘จรุงวิทย์’ มอบนโยบาย ป้องปรามทุจริตเลือกตั้งอบต. ชี้ ฝ่าฝืนกฎหมายเอาผิดทุกราย
บทความถัดไปSACIT เฟ้นหาสุดยอดช่างฝีมือ เพื่อเชิดชูคุณค่ารักษา สืบสาน งานศิลปหัตถกรรมไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดิน