มท.1 ยันน้ำท่วมใหญ่เหมือนปี 54 จะไม่เกิด ย้ำลงพื้นที่กับนายกฯ ไม่อยากให้ ปชช.รู้สึกถูกทอดทิ้ง

‘อนุพงษ์’ ยันลงพื้นที่กับนายกฯไม่เอี่ยวการเมือง แค่ดูแลเอาใจใส่ ไม่อยากให้ ปชช.รู้สึกถูกทอดทิ้ง ปัดตอบสัมพันธ์ร้าว 3 ป. ย้ำ พร้อมรับมือน้ำท่วมเต็มที่ เชื่อไม่ซ้ำรอยปี 54

เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่รัฐสภา พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดขณะนี้ ว่าส่วนพยากรณ์ยืนยันว่ามรสุมที่เข้ามาอาจยังมี 1-2 ลูกในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง โดยกลางเดือนตุลาคมเป็นต้นไปมรสุมจะลงไปในภาคใต้ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเก็บน้ำขณะนี้น้ำในเขื่อนมีไม่มากนัก น้ำที่ตกใต้เขื่อนที่เป็นปัญหา เพราะตกเป็นบางพื้นที่ บางส่วนคือลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฝนตกจากจังหวัดสุโขทัยไล่ลงมา จึงต้องเร่งระบายน้ำให้เร็วที่สุด ซึ่งในทุกปีหากระบายน้ำเกิน 1,000 คิวบิกเมตรต่อวินาที จะเริ่มส่งผลต่อพื้นที่นอกริมคันกั้นน้ำเจ้าพระยา จะเห็นว่ามีหลายจังหวัดนอกพนังกั้นน้ำได้รับผลกระทบ อาทิ อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท พระนครศรีอยุธยา ซึ่งก็เป็นอย่างนี้ทุกปีอยู่แล้ว

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวต่อว่า ในส่วนอื่นๆ ของประเทศจะมีฝนตกในบางพื้นที่เช่นตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา ชัยภูมิ ถ้าตกหนักจะมีน้ำท่วมไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ซึ่งภาครัฐเตรียมความพร้อม แจ้งเตือน และเข้าช่วยเหลือประชาชนตั้งแต่การกินอยู่ การสัญจร เรื่องตัดไฟฟ้า เพื่อป้องกันอันตราย เร่งระบายและเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง

“สามารถพูดได้ตามที่ฝ่ายน้ำชี้แจง การท่วมใหญ่เหมือนปี 2554 จะไม่เกิด แม้พายุจะมีเข้ามาอีก 1-2 ลูกในขณะนี้ถ้าเราระบายน้ำตามแผนและฝนไม่ตกมาอีกก็จบ ถ้าฝนยังมีตกเราก็ยังมีพื้นที่รับน้ำยังมีแผนรับน้ำ ส่วนอื่นก็ไม่มีปัญหา การบริหารจัดการไปอย่างเป็นระบบ แต่ประชาชนอาจได้รับผลกระทบแน่นอน แต่ก็ได้ให้ความช่วยเหลือ” พล.อ.อนุพงษ์กล่าว

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวต่อว่า ได้กำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงมหาดไทย ให้เตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอยู่ตลอดเวลา โดยเน้นย้ำให้แจ้งเตือนประชาชนเป็นสำคัญ และต้องเตรียมแผนป้องกัน เตรียมเครื่องมือ ที่พักพิง อาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพ ส่งให้ถึงมือประชาชนอย่างทั่วถึง รวมทั้งมีโรงครัวพระราชทาน มีถุงยังชีพส่งให้ แต่ประชาชนเป็นห่วงบ้าน ห่วงข้าวของเครื่องใช้ จึงต้องการอยู่ใกล้บ้าน ขอย้ำว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลประชาชนอย่างดีที่สุด

เมื่อถามถึงการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.อนุพงษ์ที่ถูกนำไปโยงเป็นประเด็นทางการเมือง พล.อ.อนุพงษ์กล่าวว่า ไม่อยากพูดเรื่องการเมือง ยืนยันว่าการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีเพื่อดูความเดือดร้อนของประชาชน ไปให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงาน และกำชับให้การดูแลประชาชนดีที่สุดเป็นหลัก ประชาชนจะได้ไม่รู้สึกว่าเราไม่ได้ทอดทิ้ง แต่ดูแลเอาใจใส่

อย่างไรก็ตาม พล.อ.อนุพงษ์ปฏิสธตอบคำถามกรณีความสัมพันธ์ของพี่น้อง 3 ป. ระหว่างนายกรัฐมนตรีและ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และไม่ตอบคำถามที่พูดในลักษณะว่า ด้อยกว่าพรรคการเมือง จะต้องดำเนินการอย่างไร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘จิรายุ’ ตรวจสอบเขื่อนเจ้าพระยา จี้ รัฐบาล-กทม. ตั้งศูนย์รับมือ ชี้ พบปริมาณน้ำผิดปกติ
บทความถัดไปธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี เลือก ดีเอ็กซ์ซี เทคโนโลยี ยกระดับอีอาร์พีสู่คลาวด์