‘วันชัย’ เย้ย รัฐบาลอยู่ได้ถึงวันนี้ ก็ฝีมือส.ส.ทั้งนั้น วิ่งหาอำนาจกัน ไม่เกี่ยวกับส.ว.หรือทหารเลย

‘วันชัย’ เย้ย รัฐบาลอยู่ได้ถึงวันนี้ ก็ฝีมือส.ส.ทั้งนั้น วิ่งหาอำนาจกัน ไม่เกี่ยวกับส.ว.หรือทหารเลย

เมื่อวันที่ 29 กันยายน นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นทางการเมือง ระบุว่า

รักประชาธิปไตย รังเกียจเผด็จการและการสืบทอดอำนาจ……จริงหรือ?

ผมว่านักการเมืองไม่ได้รักประชาธิปไตยจริงๆ และก็ไม่ได้รังเกียจเผด็จการที่มาจากทหารหรือการสืบทอดอำนาจกันจริง

เป็นเพียงแค่พูดให้ดูดี แสดงท่าทีให้น่าเชื่อถือเท่านั้น แต่เนื้อแท้ของนักการเมืองเหล่านั้นเขาชอบอำนาจมากกว่า

ตรงไหนที่ไหนที่ทำให้เขามีอำนาจ อยู่กับอำนาจ เขาทำได้ทั้งนั้น แม้จะตระบัดสัตย์แล้วได้อำนาจ เขาก็ทำ ใครจะด่าใครจะสาปแช่งก็ช่าง ขอให้มีอำนาจก็ไม่แคร์ หน้าใสๆ ตาใสๆ สลอนอยู่กับอำนาจ เราก็เห็นกันอยู่เช่นทุกวันนี้ แล้วก็โยนความผิดให้คนอื่น

ด่า ส.ว.250 บ้าง ด่ารัฐธรรมนูญบ้าง ด่าคสช.บ้าง แต่ไม่เคยด่าตัวเองและพรรคของตัวเอง ทั้งๆ ที่กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น

ผมไม่ได้หมายถึงนักการเมืองทุกคน หรือทุกพรรคต้องเป็นเช่นนี้ แต่การมีนักการเมืองส่วนหนึ่งออกมาแสดงพฤติกรรมภายใต้จิตสำนึกอันเป็นธาตุแท้ดังกล่าว ทำให้ภาพของนักการเมืองถูกมองเป็นด้านลบ หรือใครบ้างจะปฏิเสธว่าไม่จริง

หลังเลือกตั้งใหม่ๆ ส.ส.มี 500 คน ถ้ารักประชาธิปไตยจริง รังเกียจเผด็จการ ไม่ยอมให้สืบทอดอำนาจจริง แค่รวมกันทุกพรรคการเมือง เว้นพรรคพลังประชารัฐพรรคเดียวก็ได้เสียงเกินกว่า 376 เสียง เป็นรัฐบาลได้แล้ว หรือจะรวมกันได้เกิน 251 เสียง ใครจะเป็นรัฐบาลก็อยู่ได้ไม่เกิน 2-3 เดือน เพราะทุกอย่างอยู่ที่สภาผู้แทนราษฎร รัฐบาลจะอยู่หรือไปก็อยู่ที่ส.ส.ทั้งนั้น

ถ้าทำได้อย่างนี้จะเป็นประชาธิปไตย ปิดประตูการสืบทอดอำนาจดังที่กล่าวหาโจมตีกันได้เบ็ดเสร็จ ไม่เกี่ยวกับคสช. ไม่เกี่ยวกับส.ว.250 และก็ไม่เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญอะไรตรงไหนเลย

ที่มันเป็นอย่างที่เห็นทุกวันนี้ ก็เพราะส.ส.พรรคการเมืองต่างวิ่งหาอำนาจ เกาะอำนาจ ต่อท่อการสืบทอดอำนาจ แล้วจะไปกล่าวหาใครล่ะ…

ถ้าส.ส.ที่อ้างว่ามาจากประชาชน มาจากการเลือกตั้งไม่ยอมจำนนกับอำนาจเสียอย่าง มันก็จะไม่เป็นวงจรอุบาทว์ทางการเมือง

ทุกวันนี้รัฐบาลอยู่ได้ก็เพราะส.ส. ถ้าส.ส.ถอนตัว 40-50 คนรัฐบาลก็ล้มครืนแล้ว ไม่เกี่ยวกับส.ว. ไม่เกี่ยวกับทหาร ไม่เกี่ยวกับอำนาจพิเศษใดๆทั้งสิ้น แม้ต้องการจะจัดตั้งรัฐบาลกันเองโดยตัดพรรคการเมืองบางพรรคออกไปก็รวมกันได้เกินครึ่ง ตั้งรัฐบาลใหม่ได้แล้ว…

ผมจึงสรุปว่า อำนาจจะเป็นรูปแบบใดก็ตาม เป็นความต้องการของนักการเมือง นักเลือกตั้ง มากกว่าประชาธิปไตยอย่างที่พูดอย่างที่เห็นและอย่างที่เป็นกันอยู่เช่นทุกวันนี้

ประชาธิปไตยจึงมีเอาไว้เป็นข้ออ้างของส.ส. บางกลุ่มบางพวกแบบมือถือสากปากถือศีลเท่านั้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สุดเอ็นดู เจ้าของบ้านลงทุนมุดน้ำมารายงานข่าว คนแห่ชมเป็นแสน แต่ไม่วายถูกขโมยซีน
บทความถัดไปภาคีบุคลากรสาธารณสุข จี้ เปิดกระบวนการนำเข้า ‘โมเดอร์นา’ ถามจะมาเดือนไหน