หน้าแรก การเมือง นายกฯเป็นประธ...

นายกฯเป็นประธานประชุม จี 77แนะคนไทย ดูแบบอย่างการจัดระเบียบเมืองนิวยอร์ก

24.09.16 | 11:24 น.

บิ๊กตู่ เป็นประธานประชุม จี 77 ที่นครนิวยอร์ก ขอบคุณบัน คี มูน เสนอประเทศกำลังพัฒนา มีส่วนร่วมในกระบวนการสรรหาเลขา UN คนใหม่ปีนี้ เพื่อความโปร่งใส แนะคนไทยดูตัวอย่างการจัดระเบียบเมืองนิวยอร์ก


พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางมาเข้าร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติสมัยสามัญ ครั้งที่ 71 และการประชุมอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ณ นครนิวยอร์กประเทศสหรัฐอเมริกา โดยวันที่ 23 กันยาย เวลา 10.00 น. ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมระดับรัฐมนตรีกลุ่ม 77 พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กลุ่ม 77 มีบทบาทสำคัญยิ่งในกระบวนการอนุวัติวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ในกรอบสหประชาติที่สำคัญ อาทิ (1) การทบทวนผลการอนุวัติวาระฯ ในระดับนโยบายในกรอบการประชุมเวทีหารือระดับสูงทางการเมืองว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืน (2) การติดตามความคืบหน้าของการระดมทุนเพื่อตอบสนองต่อการอนุวัติวาระฯ (3) กระบวนการจัดทำกรอบตัวชี้วัดระดับโลกสำหรับ SDGs (4) กระบวนการเจรจาข้อมติเรื่องการติดตามและทบทวนผลการอนุวัติวาระฯ ในระดับโลก (5) การสนับสนุนการอนุวัติวาระฯ ในกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุด ผ่านการเจรจาจัดทำปฏิญญาทางการเมืองสำหรับการประชุมระดับสูงเพื่อทบทวนผลการดำเนินการระยะกลางตามแผนปฏิบัติการอิสตันบูลสำหรับประเทศพัฒนาน้อยที่สุด และ (6) การส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศกำลังพัฒนาในการประชุมระดับสูงว่าด้วยความร่วมมือใต้-ใต้

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วาระ ค.ศ. 2030 เป็นเป้าหมายสำคัญที่ครอบคลุมงานทุกเสาหลัก ที่ทุกประเทศจะต้องบรรลุให้ได้ภายใน 14 ปีสิ่งที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายนี้ได้ มี 3 ประการที่สำคัญ ได้แก่ 1. ทรัพยากรที่จะขับเคลื่อนการทำงานไปสู่การบรรลุเป้าหมายมีความสำคัญมาก ซึ่งทรัพยากรแรก คือเงินทุน มี 4 ช่องทางหลักที่จะระดมเงินทุนเพื่อการพัฒนา ได้แก่ การค้าระหว่างประเทศ การลงทุน การจัดเก็บภาษี และความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการ โดยต้องปฏิรูประบอบทั้งสี่นี้เพื่อระดมเงินทุนมาใช้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากที่ผ่านมา ละเลยกับผลกระทบต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการระดมทุนเช่นว่า โดยเฉพาะผลกระทบทางสังคม จึงต้องปฏิรูปเพื่อสร้างระบอบที่เป็นธรรม โปร่งใส เปิดกว้างสำหรับการเข้าถึง เคารพกฎเกณฑ์ กระจายรายได้ไปยังทุกภาคส่วนของสังคม และช่วยลดความเหลื่อมล้ำ อันจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน

2. ทรัพยากรอีกประเภทที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันก็คือ ทรัพยากรมนุษย์ วาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 เน้นย้ำการพัฒนาที่สมดุลย์และยั่งยืน โดยมีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง เนื่องจากมนุษย์นั้นเปี่ยมไปด้วยศักยภาพ มนุษย์เป็นผู้สรรสร้างสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นได้ ความท้าทายจึงอยู่ที่เราจะทำอย่างไรที่จะดึงศักยภาพเหล่านั้นออกมาใช้อย่างเต็มที่ คำตอบของผมคือ เราต้องพัฒนาขีดความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ด้วยการพัฒนาการศึกษาและคุณภาพชีวิต รวมทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้บทเรียนหรือแนวปฏิบัติที่ดีในด้านต่าง ๆ ผ่านความร่วมมือ ทั้งเหนือ-ใต้ ใต้-ใต้ และไตรภาคี เพื่อให้แต่ละประเทศสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ตามบริบทของตน นอกจากนี้ ต้องให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วนของสังคม โดยเฉพาะกลุ่มที่เปราะบาง ผู้สูงอายุ สตรี และเยาวชน รวมทั้งผู้อพยพโยกย้ายถิ่นฐาน ต้องจำกัดอุปสรรคที่อาจมาบั่นทอนศักยภาพของประชาชน รวมถึงภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นทุกวัน อาทิ โรคระบาด ปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพ การก่อการร้ายและการใช้ความรุนแรง ซึ่งกลุ่มเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศร่วมมือกันเพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว

Advertisement

3. คือ องค์ความรู้ เพราะการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมจะช่วยให้สร้างการเจริญเติบโตและการพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด แต่ด้วยศักยภาพที่จำกัดของกลุ่ม เราจึงจำเป็นต้องร่วมมือกับกลุ่มประเทศอื่น ๆ โดยเฉพาะภาคการเกษตร ซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศกำลังพัฒนา และเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารและโภชนาการของโลก แต่กำลังประสบปัญหาราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำอย่างมาก จึงอาจพิจารณาร่วมมือกับกลุ่ม 20 หรือกลุ่มอื่นๆ ที่จะส่งเสริมศักยภาพเกษตรกรในการผลิตที่ครอบคลุม เพื่อช่วยเกษตรกรรายย่อยเข้าเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่คุณค่าโลก และได้ประโยชน์ในฐานะผู้บริโภคไปพร้อมกัน อีกหนึ่งสาขาความร่วมมือที่สำคัญ คือ การรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจทำให้ความพยายามในการพัฒนาของเราที่ผ่านมาไม่เกิดผลตามที่คาด เนื่องจากขาดการถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมระหว่างประเทศ รวมถึงระหว่างประเทศใต้–ใต้ด้วย ทั้งนี้ ประเทศกำลังพัฒนาได้คิดค้นและพัฒนานวัตกรรมจำนวนมากที่นอกจากจะช่วยยกระดับการพัฒนาแล้ว ยังมีราคาถูกและเหมาะสมกับบริบทของประเทศกำลังพัฒนาด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การจะสร้างหุ้นส่วนระดับโลกให้เกิดขึ้นนั้น เริ่มจากความร่วมมือระหว่างมิตรประเทศใกล้ชิด คือภายในกลุ่ม 77 เพื่อสร้างความเข้มแข็งจากภายในกลุ่มเป็นอันดับแรก ได้มีการอภิปรายกันอย่างเข้มข้นในช่วงวาระที่ 3 คือ แนวทางอันหลากหลายของแต่ละประเทศในการมุ่งสู่ การพัฒนาที่ยั่งยืน เนื่องจากไทยเชื่อว่าไม่มีสูตรสำเร็จสูตรเดียวสำหรับการพัฒนา ไทยได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (SEP) ทำให้ไทยสามารถก้าวข้ามวิกฤตและความท้าทายต่าง ๆ ได้ทุกครั้ง ซ้ำยังกลับมาเข้มแข็งกว่าเดิม จึงยินดีที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันเกี่ยวกับประสบการณ์การประยุกต์ใช้ SEP ในฐานะแนวทางหนึ่งที่จะนำไปสู่การพัฒนาที่สมดุลและยั่งยืน

“ปีนี้เป็นการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของสหประชาชาติ เนื่องจากจะมีการสรรหาเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ ผมขอขอบคุณท่านบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติคนปัจจุบัน ที่มีบทบาทสำคัญช่วยผลักดันวาระระดับโลกต่าง ๆ โดยเฉพาะการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน กลุ่ม 77 ให้ความสำคัญและได้เข้าไปส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดในกระบวนการสรรหาเลขาธิการสหประชาชาติคนใหม่ โดยกลุ่มฯ สนับสนุนให้ประเทศกำลังพัฒนาเข้าไปมีส่วนร่วมมากขึ้นในกระบวนการคัดเลือก เพื่อให้กระบวนการสรรหาเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นไปตามเจตจำนงของประเทศสมาชิกสหประชาชาติอย่างแท้จริง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการหารือกับภาคเอกชนสหรัฐ ว่า เอกชนส่วนใหญ่ลงทุนอยู่ในประเทศไทยอยู่แล้ว และเชื่อมั่นในศักยภาพเศรษฐกิจของไทย โดยพร้อมจะขยายการลงทุนเพิ่มขึ้น ทั้งการร่วมทุนใช้ยางผลิตล้อเครื่องบิน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มการใช้ยางในประเทศมากขึ้น และบริษัทวอลมาร์ทสนใจสั่งซื้อสินค้าทางประมงจากไทยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการที่รัฐบาลแก้ปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายอย่างจริงจัง

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพบคนไทยในสหรัฐ ว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่คนไทยเหล่านี้แม้บางคนจะได้สัญชาติอเมริกันแล้ว แต่ก็ยังรักประเทศไทย รักสถาบัน โดยขอให้ตนนำพาประเทศให้ปลอดภัย ต้องการให้การบริหารราชการแผ่นดินมีธรรมาภิบาล ลดปัญหายากจน ปัญหาทุจริตในภาครัฐ นอกจากนี้ขอให้คนไทยดูเรื่องการจัดระเบียบเมือง อย่างนครนิวยอร์กของสหรัฐซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวเช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร จึงน่าจะนำแบบอย่างการจัดร้านที่ไม่ได้ตั้งในทุกจุดที่เป็นจุดของถนน แต่เลือกที่จะตั้งร้านตามมุมสี่แยก