ส่องอีก1‘กองทุนใหม่’ พลิกโฉมการท่องเที่ยวไทย

หมายเหตุ ความเห็นภาครัฐและเอกชนด้านท่องเที่ยวและโรงแรมหลังศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) เคาะตั้งกองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยวพลิกโฉมภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร
นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)

ภาคการท่องเที่ยวในช่วงที่เหลือของปี 2564 รัฐบาลกำหนดการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว แบบไม่กักตัว ซึ่งขณะนี้ได้นำร่องในพื้นที่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ สุราษฎร์ธานี กระบี่และพังงา จำนวน 4 จังหวัดแล้ว ส่วนในอีก 5 จังหวัดที่กำหนดไว้ว่าจะเปิดในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ได้เลื่อนเป็นวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้แล้ว ทำให้ปัญหาในตอนนี้คือ การนำนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย เนื่องจากขณะนี้เห็นการสอบถามเข้ามายังสมาคมจากผู้ประกอบการในประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการในต่างประเทศด้วย เพราะมีความไม่มั่นใจว่าในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ที่รัฐบาลกำหนดไว้ในการเปิดอีก 5 พื้นที่รับต่างชาตินั้น จะสามารถเปิดได้ 100% ตามที่กำหนดไว้หรือไม่ จึงอยากให้รัฐบาลสื่อสาร หรือประกาศให้ชัดเจนว่า ภายในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ จะสามารถเปิดได้จริงหรือไม่ หากเปิดได้จริงจะเปิดภายใต้เงื่อนไขอะไร ขั้นตอนเป็นอย่างไร เพื่อให้ผู้ประกอบการวางแผนในการดำเนินตามเงื่อนไขหรือขั้นตอนการปฏิบัติที่ภาครัฐกำหนดไว้ได้ ซึ่งความชัดเจนของเงื่อนไขและรูปแบบในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะต้องออกมาภายในเดือนตุลาคมนี้ อย่างช้าที่สุดต้องไม่เกินวันที่ 15 ตุลาคม เนื่องจากหากเกินช่วงเวลานี้ไปแล้ว ผู้ประกอบการจะไม่สามารถทำตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ทัน โดยเฉพาะผู้ประกอบการทั่วไป ที่ส่วนใหญ่จะต้องประสานกับตัวแทนผู้ประกอบการทัวร์ในต่างประเทศ ที่จะเป็นผู้ทำทัวร์ให้ ซึ่งหากปล่อยให้เวลาผ่านไปเกินกลางเดือนตุลาคมนี้ เท่ากับว่าการทำตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะไม่ทันในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2564 แน่นอน

การท่องเที่ยวของไทยจะฟื้นกลับมาได้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยประกอบร่าง อาทิ นโยบายของประเทศต้นทาง เนื่องจากการระบาดโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้มากนัก ทุกอย่างชะลอตัว การเดินทางไม่สะดวกเท่าที่ควร โดยเฉพาะการขนส่งโดยสาร หรือการเดินทางผ่านสายการบิน ที่ขณะนี้ยังเห็นในบางประเทศไม่มีสายการบินทำการบิน หรือหากมีก็ค่อนข้างน้อย รวมถึงบางประเทศ ยังมีนโยบายไม่ให้พลเมืองเดินทางออกนอกประเทศด้วย โดยตลาดชาวจีน ทำให้ข้อจำกัดเหล่านี้ จะต้องพยายามแก้ไขในสิ่งที่ไทยสามารถทำได้ อย่างปัญหาสายการบินไม่เพียงพอ หรือไม่มีการบินนั้น รัฐบาลจะต้องเป็นตัวแทนในการเจรจาร่วมกับผู้ประกอบการสายการบิน เพื่อให้ทำการบินระหว่างประเทศ และตอบโจทย์ข้อจำกัดเหล่านี้

ในด้านการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ ขณะนี้ต้องเรียกว่าเราพร้อมกลับมาประกอบธุรกิจใหม่อีกครั้งอยู่แล้ว เพราะส่วนใหญ่ก็พยายามประคองธุรกิจ พยุงไว้ไม่ให้ล้ม เพื่อกลับมายืนใหม่ในช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ กลับมาเที่ยวไทยอีกครั้ง โดยเห็นความพร้อมมากที่สุดเป็นผู้ประกอบการในจังหวัดภูเก็ต หลังจากทำโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์แล้ว แต่ผู้ประกอบการในพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวที่ถูกกำหนดเปิดนำร่องรับต่างชาติ ขณะนี้ยังเห็นผู้ประกอบการส่วนใหญ่รอคอยความชัดเจนจากภาครัฐอยู่ หากมีความชัดเจนว่าจะสามารถเปิดในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ได้แน่นอน จึงจะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง อาทิ ผู้ประกอบการเอกชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ชลบุรี เพชรบุรี ซึ่งมีผู้ประกอบการในธุรกิจท่องเที่ยวด้านต่างๆ ทั้งโรงแรม ทัวร์นำเที่ยว ขนส่งท่องเที่ยว และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย

ปัญหาหลักๆ ตอนนี้อยู่ที่การทำตลาดของผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพราะหากความชัดเจนไม่มากพอ หรือออกมาช้าเกินไป การทำตลาดจะทำได้ยากมาก เนื่องจากการทำตลาดจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติก่อนเป็นอันดับแรก เพราะหากนักท่องเที่ยวไม่มีความมั่นใจก็ไม่มาอยู่แล้ว ซึ่งตอนนี้ตลาดท่องเที่ยวหลักๆ ของไทย อาทิ จีน เวียดนาม ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน ขณะนี้ยังไม่เห็นการเดินทางเข้ามาเที่ยวไทย หรือเข้ามาก็มีน้อยมาก รวมถึงหากจะอาศัยรายได้จากตลาดนักท่องเที่ยว
ชาวยุโรป และสหรัฐอเมริกา เป็นหลัก ก็ต้องยอมรับว่าบางประเทศยังจัดอันดับประเทศไทยเป็นสีแดง หรือพื้นที่อันตรายจากโควิดอยู่ ทำให้การคาดหวังในการดึงต่างชาติเข้ามาได้ยาก ประเทศไทยจึงต้องควบคุมการระบาดโควิดให้ได้ควบคู่ไปด้วย โดยขณะนี้ภาคเอกชนเตรียมความพร้อมรอไว้แล้ว แต่อยากได้ความชัดเจนจากรัฐบาลก่อนที่จะเดินหน้าธุรกิจต่อไป

ในด้านการจัดตั้งกองทุนท่องเที่ยว ที่ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ประกาศว่าจะจัดตั้งครั้งกองทุนส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อใช้ในการพลิกโฉมการท่องเที่ยวไทยนั้น ขณะนี้เรายังไม่มีรายละเอียดหรือได้รับความชัดเจนในเงื่อนไขต่างๆ จึงรอคอยและเป็นความหวังที่รัฐบาลจะนำออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการเท่านั้น เนื่องจากหากหมดช่วง 2 เดือนสุดท้ายของปีไปแล้ว ต้องรอเป็นต้นปี 2565 ที่การท่องเที่ยวจะกลับมา ซึ่งก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถกลับมาได้จริงหรือไม่ อาจต้องรออีก 1-2 ปีต่อไป

หากเป็นแบบนี้เท่ากับผู้ประกอบการจะอยู่ในภาวะยากลำบากมาก เพราะที่ผ่านมาก็หยุดทำธุรกิจกันไป 2 ปีแล้ว มีความบอบช้ำมากที่สุด จึงต้องมีเงินทุนหมุนเวียนในการช่วยเหลือเพิ่มเติม
ไม่อย่างนั้นก็จะล้มตายกันหมด

มาริสา สุโกศล หนุนภักดี
นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ)

ในช่วง 3 เดือนสุดท้าย (ตุลาคม-ธันวาคม) ของปี 2564 หลังจากศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ได้ประกาศผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพิ่มขึ้น เห็นการเดินหน้าและเตรียมความพร้อมในการกลับมาเปิดธุรกิจให้บริการอีกครั้ง โดยเฉพาะในจังหวัดท่องเที่ยวหลักๆ แต่เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนในเงื่อนไขและรายละเอียดในการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ ทำให้ผู้ประกอบการยังรอความชัดเจนจากรัฐบาลอยู่ เพราะที่ผ่านมามีการประกาศกำหนดช่วงเวลาจากรัฐบาล หรือการเริ่มต้นในระยะแรกออกมาเท่านั้น แต่ยังไม่มีการหารือร่วมกันระหว่างเอกชนและรัฐบาล เพื่อกำหนดเงื่อนไข หลักปฏิบัติ หรือการทำรายละเอียดที่ชัดเจนออกมา โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวหลักๆ เนื่องจากผู้ประกอบการพยายามพยุงธุรกิจไว้รอการกลับมาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการเดินทางเพิ่มขึ้นของตลาดไทยเที่ยวไทย ซึ่งการระบาดโควิด-19 ที่ลากยาวกว่าที่คาดไว้ ทำให้การเปิดประเทศถูกเลื่อนออกไปอย่างต่อเนื่อง หากยังเลื่อนอยู่แบบนี้ จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในการวางแผนการดำเนินธุรกิจ จะส่งผลเกี่ยวเนื่องกับการบริหารต้นทุน โดยเฉพาะการจ้างงานที่ถือเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจโรงแรม

สิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งทำ คือ การปลดล็อกให้ธุรกิจสามารถทำกิจกรรมได้มากขึ้น โดยเฉพาะการจัดประชุมสัมมนา เนื่องจากรายได้ของการประชุมสัมมนาในธุรกิจโรงแรมถือเป็นรายได้สำคัญ รวมถึงขณะนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา ทำให้รายได้ของธุรกิจมาจากตลาดในประเทศเป็นหลัก การจัดประชุมสัมมนาเพื่อให้มีรายได้เข้ามาเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการคาดหวังสูงมาก เนื่องจากขณะนี้รายได้ของธุรกิจโรงแรมหายไปมากจริงๆ และหายไปยาวตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน ที่ยังไม่ฟื้นกลับมา จึงมองว่ารัฐบาลควรต้องเร่งรัดในการคุมการระบาดโควิดให้ได้ รวมถึงผ่อนคลายกิจกรรมต่างๆ ที่สามารถดึงรายได้กลับมาได้

ขณะนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการวางแผนในธุรกิจ เพราะผู้ประกอบการทุกคนไม่สามารถคาดการณ์อนาคตได้ รวมถึงไม่รู้ว่าการท่องเที่ยวของประเทศจะกลับมาอยู่ในระดับเดิม หรือช่วงก่อนเกิดโควิดได้ในตอนใด ทำให้ตอนนี้ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นความยากลำบากในการดำเนินธุรกิจต่อไปอย่างแท้จริง จึงเริ่มเห็นการตัดสินใจขายสินทรัพย์บางส่วนออกไป เพื่อลดภาระด้านการเงินและหาเงินเข้ามาหมุนเวียนในธุรกิจเพิ่มขึ้น แม้จะยังไม่มีการประกาศขายโรงแรมแบบชัดเจน แต่เชื่อว่ามีการเจรจากันในแวดวงธุรกิจอยู่มากพอสมควร ส่วนนี้จะหาข้อมูลแบบชัดๆ ลำบาก แต่ยืนยันว่ามีเยอะมาก ส่วนใหญ่น่าจะเป็นกลุ่มที่เหนื่อยแล้ว มองไม่เห็นอนาคต หรือมีหนี้สินค่อนข้างสูง จึงอยากให้รัฐบาลวางแผนการช่วยเหลือ ฟื้นฟู และขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยวให้ชัดเจน

เพราะขณะนี้ยังมีผู้ประกอบการต้องการความช่วยเหลืออีกมาก แต่ยังไม่สามารถวางแผนดำเนินธุรกิจในอนาคตได้เลย

ธนกร วังบุญคงชนะ
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

การเปิดประเทศด้านการท่องเที่ยวโดยการขยายผลและพลิกโฉมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตเพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก (World Class Destination) โดยหลังจากที่รัฐบาลทยอยเปิดประเทศทางด้านการท่องเที่ยวภายใน 120 วันแล้ว ตั้งแต่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ก็ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายและมีนักท่องเที่ยวกว่า 37,000 คน เดินทางเข้ามาท่องเที่ยว มีเม็ดเงินเข้าประเทศถึง 2 กว่าล้านบาท ตรงนี้ได้ผลมาก ฉะนั้นแล้วโครงการต่อไปที่ดำเนินการในช่วงไตรมาส 4/64 และไตรมาส 1/65 ก็จะดำเนินการเรื่องนี้ โดยทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบ

หลักการง่ายๆ ในส่วนของการขยายผลพลิกโฉมการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตในระดับโลก คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจำนวน 1 ล้านคน หรือเฉลี่ยวันละไม่น้อยกว่า 5,000 คน และมีเม็ดเงินเข้าประเทศถึง 60,000 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขสำคัญที่ปลดล็อก จำนวน 8 ประการ ได้แก่ 1.การลดวันกักตัวเหลือ 7 วัน การตรวจ RT-PCR ก่อนมาและเมื่อถึงสนามบิน หลังจากนั้นให้ตรวจแบบ ATK 2.หนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทยออนไลน์แบบหมู่คณะ (Group COE) 3.การอนุญาตเที่ยวบินพาณิชย์ของรัสเซียให้สามารถเดินทางเข้าสู่ภูเก็ต 4.การผ่อนคลายคู่มือมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure: SOP) ของกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง (High Risk Contact: HRC) สำหรับผู้โดยสารเครื่องบิน 5.การลดค่าใช้จ่ายในการตรวจ RT-PCR 6.การลดค่าเบี้ยประกันภัย 7.การออก Visa on Arrival (VOA) และหนังสือรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทยออนไลน์ หรือ COE Online 8.เอกสารรับรองการฉีดวัคซีน (Vaccine Passport) ซึ่งตอนนี้ก็ได้มีการดำเนินการแก้ไขไปแล้วหลายอย่าง

เชื่อว่าการพลิกโฉมจังหวัดภูเก็ตสู่สถานที่ท่องเที่ยวระดับโลก ภายใต้แนวคิด SUPRA และการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย 2565 อเมซิ่ง ยิ่งกว่าเดิม ภายใต้แนวคิดและเอกลักษณ์ไทย 26 ประการ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จอมพลังยุวชนไทย ลัดฟ้าบุกซาอุฯ สู้ศึกชิงแชมป์โลก ย้ำเข้มป้องกันโควิด 
บทความถัดไป‘สุวัจน์’ นำชาวเทศบาลโคราช ฉีด ‘ซิโนฟาร์ม’ 22,000 โดส