‘บิ๊กป้อม’ ลั่นทำทุกทางป้องท่วมกรุงฯ ส่วน ‘ปทุมฯ-นนท์’ เร่งสกัดน้ำเหนือหลาก

‘บิ๊กป้อม’ ลั่นทำทุกทางป้องท่วมกรุงฯ ส่วน ‘ปทุมฯ-นนท์’ เร่งสกัดน้ำเหนือหลาก

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม สถานการณ์น้ำท่วมที่หลายพื้นที่ยังหนัก ส่วนเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ แม้หลายฝ่ายจะออกมายืนยันว่าจะไม่ท่วมหนักซ้ำรอยปี 2554 แต่หลายคนก็ยังอดวิตกไม่ได้ เมื่อมวลน้ำเหนือยังมีอีกมากที่จะระบายลงมา

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีการแจ้งเตือนน้ำมีปริมาณสูงขึ้นในหลายพื้นที่ และอาจจะกระทบถึง กทม.ว่า “คาดว่าน้ำจะไม่ถึง กทม. ขณะนี้พยายามระบายน้ำอยู่ ทำทุกอย่างอยู่แล้ว เตรียมการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วม กทม.”

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า เพื่อเตรียมพร้อมรับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตามที่ประเมินปริมาณฝนตกหนักสะสมในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบนและลุ่มน้ำป่าสัก คาดว่ามีน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลลงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่องวันที่ 1-5 ตุลาคมนี้ ขอให้ชุมชนอยู่นอกคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา 11 ชุมชน 239 ครัวเรือน ในพื้นที่ 7 เขต ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า กรมชลประทานแจ้งเตือนมีแผนการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 2,700 ลบ.ม./วินาที รวมถึงการระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องระบายน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ในอัตรา 900-1,200 ลบ.ม./วินาที ไหลผ่านเขื่อนพระรามหกเพิ่มสูงขึ้น จึงมีหนังสือสั่งการกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อเกิดน้ำท่วม ตลอด 24 ชั่วโมง

จ.ชัยนาท สถานการณ์น้ำเขื่อนเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ปรับเพิ่มการระบายจาก 2,779 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไปที่ 2,801 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนยังคงสูงกว่าขีดแดงถึง 25 ซม. วัดได้ 16.25 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทำให้แนวกระสอบทรายของชาวบ้านหลายจุดท้ายเขื่อนใน ต.หาดอาษา และ ต.โพนางดำออก แตกมีน้ำทะลักเข้าท่วมหลายชุมชน

จ.ลพบุรี เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ยังคงเพิ่มการระบายน้ำต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ปริมาณน้ำอยู่ที่ 1,027.27 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 107.01% ของความจุปกติของเขื่อนที่ 960 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ยังมีมวลน้ำเหนือไหลลงเขื่อนอยู่ที่ 117.62 ล้านลูกบาศก์ต่อวัน จำเป็นต้องเปิดประตูระบายน้ำทั้ง 7 บาน เพื่อคงการระบายน้ำลงท้ายเขื่อนอยู่ที่ 104.276 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือ 1,206.90 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนในพื้นที่ชุมชนบ้านหนองบัวและชุมชนบ้านแก่งเสือเต้นมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก 50 ซม.

จ.ปทุมธานี นายวสันต์ มาลีคล้าย สมาชิกสภาเทศบาลเมืองปทุมธานี พร้อมเจ้าหน้าที่กองช่าง เทศบาลเมืองปทุมธานี เสริมแนวกระสอบทรายในจุดที่มีน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ตลอดแนวคันกั้นน้ำ ตั้งแต่บริเวณวัดบางโพธิ์ในถึงวัดหงส์ปทุมาวาส พร้อมเสริมแนวคันกั้นน้ำบริเวณประตูน้ำคลองบางโพธิ์ที่ชำรุด ให้มีความมั่นคงขึ้น

จ.นนทบุรี นายวรวุฒิ ศรีนนท์ นายศิวกร จีนเกษร และนายสมัชญ์ จรเสมอ สมาชิกสภาเทศบาลนครนนทบุรี นำเจ้าหน้าที่เทศบาลนครนนทบุรีเร่งวางแนวกระสอบทรายให้แก่ชุมชนที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือจากสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้นและน้ำทะเลหนุน บริเวณชุมชนวัดพลับพลาและชุมชนวัดเขมา ต.สวนใหญ่ อ.เมืองนนทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้อีกรอยปริ ‘พปชร.-ปชป.’ จากปม ‘บิ๊กป้อม’ คุม 4 กรมกระทรวงเกษตรฯ
บทความถัดไปผู้อาวุโส ปชป.นครศรีฯ ติง คน ปชป.ถึงเวลากู้ศักดิ์ศรีพรรคกลับคืนมา