ฝ่ายค้าน ยื่นร้อง ป.ป.ช. สอบเอาผิด ครม.-นายกฯ-2 รมว. ทุจริต หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ

‘ฝ่ายค้าน’ ยื่นร้อง ป.ป.ช. สอบเอาผิด ครม.ทั้งคณะ-นายกฯ-รมว.สธ.-รมว.เกษตรฯ ข้อหาทุจริตหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 4 ตุลาคม ที่สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคพท. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก.ก. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ (พช.) นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อป.ป.ช. ​​กล่าวหา ครม.ทั้งคณะ และรัฐมนตรีรายบุคคลหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคได้รวบรวมเอกสารคำร้องต่อป.ป.ช. ซึ่งมีทั้งหมด 4 เรื่องด้วยกัน ประกอบด้วย 1.เรื่องการบริหาราชการที่ผิดพลาด ล้มเหลว ทุจริตต่อหน้าที่เรื่องโควิด โดยเป็นประเด็นเกี่ยวกับการบริหารจัคซีนที่ผิดพลาด การทุจริตในการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค และการผูกขาดวัคซีนแอสตราเซเนกา 2.เรื่องการทุจริตการจัดซื้อชุดตรวจ ATK 3.การใช้วัคซีนที่ไร้คุณภาพมาฉีดให้พี่น้องประชาชน และ 4.การทุจริตสต๊อกยางพารา และการเอ้อประโยชน์ให้เกิดการทุจริต

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เราร้องโดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม จำเลยกลุ่มที่ 1 คือ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีความรับผิดชอบร่วมกัน เพราะมีการแถลงนโยบายไว้ต่อประชาชน ดังนั้น จึงมีส่วนโดยตรง กลุ่มที่ 2 คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กลุ่มที่ 3 คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และกลุ่มที่ 4 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขณะที่เนื้อหาคำร้องประกอบด้วย 4 คำร้อง เหตุที่ร้องเราร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 (1) เป็นเรื่องความผิดต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการ จงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย มติครม. และข้อสั่งการของนายกฯ ไปจนถึงปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ผิดกฎหมายป.ป.ช. นี่คือข้อกล่าวหาทั้ง 4 สำนวน

ทั้งนี้ พรรคพท. ทำ 2 สำนวนคำร้อง คือ 1.เรื่องการบริหารวัคซีน เช่น การไม่เข้าโคแว็กซ์ ความฉ้อฉล แสวงหาผลประโยชน์ในการบริหารวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า และการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคที่ส่อไปในทางทุจริต 2.การจัดซื้อชุดตตรวจ ATK ที่ส่อไปในทางทุจริต กระทำผิดต่อหน้าที่ราชการทั้ง ครม. นายกฯ และนายอนุทิน พรรคก.ก. 1 สำนวน เรื่องการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคที่ไร้ประสิทธิภาพาฉีดให้พี่น้องประชาชน และพรรคปช. เรื่องทุจริตการจัดขายยางในสต๊อกยางพารารา ซึ่งส่องไปในทางทุจริต กระทำผิดต่อหน้าที่ราชการ

“อย่างไรก็ตาม คำร้องเรื่องการจัดซื้อชุดตตรวจ ATK เป็นเรื่องที่มีความชัดเจนมาก โดยส่อไปทางเอื้อประโยชน์ตั้งแต่กระบวนการที่ใช้มติ ครม. เอื้อประโยชน์ เจตนา หรือจงใจใช้อำนาจหน้าที่ของตัวนายกฯ ในการออกมติครม. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลด้านนี้ ดังนั้น สิ่งที่เราร้องไป เราเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน” นพ.ชลน่าน กล่าว

นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า คำร้องของพรรคก้าวไกล ร้อง พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดซื้อจัดจ้างเรื่องวัคซีนในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐและประชาชน โดยการจัดซื้อวัคซีนนั้นหน้าที่ในการพิสูจน์ถึงความมีประสิทธิภาพหรือไม่มีประสิทธิภาพของวัคซีน เป็นหน้าที่ของผู้จัดซื้อจัดจ้าง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน ต้องชี้แจงกับ ป.ป.ช. และชี้แจงต่อประชาชนว่าวัคซีนที่ซื้อขณะนั้นมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับสถานการณ์โควิดที่ระบาดในประเทศไทย คือสายพันธุ์เดลต้าที่เริ่มระบาดแล้วในขณะนั้น

ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ กล่าวว่า คำร้องที่ 4 เป็นการทุจริตเชิงนโยบาย คือการขายยางพาราโละสต๊อก จำนวนหนึ่งแสนสี่พันตัน ในราคาที่ต่ำกว่าราคากลางของตลาด โดยใช้มติ ครม.ที่ฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับ ทั้ง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง พ.ร.บ.ฮั้วประมูล พ.ร.บ.ควบคุมยาง พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย เพราะยางจำนวนดังกล่าวเป็นยางที่ใช้รักษาเสถียรภาพราคายางในประเทศ ที่จะนำออกมาขายในช่วงที่ราคายางในประเทศมีความมั่นคงแล้ว แต่การที่นำยางออกมาขายแบบทุ่มตลาดในราคาที่ต่ำกว่าราคาซื้อขายในประเทศ ทำให้ยางราคาตกมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ประชาชนและรัฐเสียหายกว่า 6,000 ล้านบาท และเอื้อประโยชน์แก่เอกชนเพียงบริษัทเดียว โดยเรื่องดังกล่าวร้องให้ตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ และนายเฉลิมชัย ในฐานะประธานและรองประธานคณะกรรมการยางธรรมชาติ

ขณะที่ นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวว่า หลังจากนี้จะตรวจสอบคำร้องว่ามีพยานหลักฐาน และการเรียกส่วนที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน ซึ่งการดำเนินการอาจใช้เวลาพอสมควร ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่ร้องขอเอกสารเพิ่มเติมด้วย แต่กฎหมายของ ป.ป.ช. ได้กำหนดกรอบให้ดำเนินการในแต่ละคดีให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี และต่ออายุได้ไม่เกิน 1 ปี ส่วนความคืบหน้าการร้องเอาผิดคณะรัฐมนตรี ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเคยยื่นเอาผิดในการอภิปรายไม่ไว้วางครั้งที่ผ่านมา นายนิวัติไชย กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสาร พยานหลักฐาน เพื่อยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ตร.ปส.กวาดล้างมาเฟียยาเสพติด พร้อม ยาบ้า 4.3 ล้านเม็ด ไอซ์ 130 ก.ก.
บทความถัดไปกลัวตกกระแส “อรรถวิชช์” ชี้ “กรณ์” เหมาะสุดนั่งนายกฯ ในวิกฤตขณะนี้