‘พิจารณ์’ ลั่น ‘ก้าวไกล’ ตั้งเป้าชนะ ส.ส.เขต 150-170 ชี้คะแนนนิยม ‘พิธา’ พุ่ง หวังโกยเสียง ปชช.เพิ่ม

‘พิจารณ์’ ลั่น ‘ก้าวไกล’ ตั้งเป้าชนะ ส.ส.เขต 150-170 ชี้ ‘พิธา’ คะแนนนิยมพุ่ง เรียกคะแนน ปชช.เพิ่ม ชู ‘ผู้สมัคร ส.ส.’ คนธรรมดาเข้าใจชนชั้นรากหญ้า

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งหนังสือแจ้งหัวหน้าพรรคการเมืองเตรียมความพร้อมส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ในการเลือกตั้งครั้งหน้า จึงทำให้มีการคาดการณ์ว่าจะเกิดการยุบสภาในเร็วๆ นี้ ว่าคิดว่าไม่น่าใช่สัญญาณการยุบสภา แต่เป็นเพียงการแจ้งเรื่องการสรรหาผู้สมัคร ส.ส.ที่ต้องใช้เวลาในกระบวนการหลายอย่าง อย่างไรก็ตาม คนที่จะรู้ว่ายุบสภาเมื่อไหร่มีเพียง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพียงคนเดียว

เมื่อถามว่า พรรค ก.ก.จะส่งผู้สมัคร ส.ส.เขต ครบ 400 เขตหรือไม่ นายพิจารณ์กล่าวว่า ถ้ามี 350 เขต ก็ส่งจะครบ 350 เขต ถ้ามี 400 เขต ก็จะส่งครบ 400 เขตแน่นอน เพราะพรรค ก.ก.เราตั้งใจจะเป็นสถาบันทางการเมือง ส่วนกรณีที่บอกว่าหากแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีโมเดลเหมือนปี 2540 แล้วจะมีประโยชน์ต่อพรรคการเมืองใหญ่ ความจริงตอนนี้พรรค ก.ก.ไม่ใช่พรรคการเมืองใหม่ เราเป็นพรรคการเมืองเก่า แล้วก็หวังว่าจะเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ เราจึงพร้อมสำหรับการเลือกตั้งทุกระบบ

เมื่อถามว่า จากการประเมินความนิยมที่ปรากฏผ่านโพลในตัวนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก.ก. และจากการลงพื้นที่ทั่วประเทศเป็นอย่างไร คาดว่าจะได้ ส.ส.ทั้งหมดในการเลือกตั้งครั้งหน้ากี่ที่นั่ง นายพิจารณ์กล่าวว่า ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบจนมาถึงพรรค ก.ก. ช่วงแรกประชาชนอาจจะยังไม่เชื่อมั่น เพราะยังไม่เห็นถึงผลงานหรือความสามารถ โดยเฉพาะความสามารถของนายพิธา แต่จากการทำงานหนักของเราก็เห็นว่าคะแนนนิยมของพรรค ก.ก.ได้สูงขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะความนิยมของนายพิธาที่สูงขึ้นมาก

นายพิจารณ์กล่าวว่า เราจึงเชื่อมั่นว่าในพื้นที่หัวเมือง ทั้งใน กทม. และเขต 1 ของจังหวัดต่างๆ ส.ส.เขต ของพรรค ก.ก.มีโอกาสชนะ เพราะพื้นที่ในเขตเมือง บารมีและอิทธิพลของบ้านใหญ่ หรือกลุ่มก้อนการเมืองที่อยู่ในพื้นที่มานานก็ลดลงไปเยอะ ประชาชนจึงตัดสินใจเลือกในความนิยมของพรรค หัวหน้าพรรค หรือการเลือกนักการเมืองหน้าใหม่ที่ไม่ได้มาจากตระกูลการเมืองที่ยึดโยงกับการเมืองแบบเดิม

“ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ก.ก.ในแต่ละพื้นที่มีความเข้าใจพี่น้องประชาชนได้ลึกซึ้ง โดยเฉพาะชนชั้นรากหญ้า เพราะเป็นคนธรรมดาที่ไม่ได้มาจากครอบครัวทางการเมือง ซึ่งนี่เป็นจุดแข็งของพรรค ก.ก. เมื่อรวมกับความนิยมในตัวหัวหน้าพรรค ก.ก.จาก 400 เขตทั่วประเทศ พรรค ก.ก.จะมีเขตที่เรามีโอกาสจะชนะไม่ต่ำกว่า 150 ถึง 170 เขต ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 สมัยพรรคอนาคตใหม่ หลายเขตไม่ได้ชนะเลือกตั้ง แต่เราได้คะแนนแบบหายใจรดต้นคอผู้ชนะ ทั้งในพื้นที่ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และ กทม. ส่วนภาคใต้ก็ไม่ได้ทิ้ง แต่คิดว่าเป็นพื้นที่ที่ชนะค่อนข้างยาก แต่เราก็มีพื้นที่เป้าหมายที่ตั้งไว้แล้ว” นายพิจารณ์กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ส่งท้าย “ครัวปันอิ่ม” เครือซีพี-ซีพีเอฟ ปันความอิ่มอร่อย-ช่วยชาวพระนครสู้โควิด-19
บทความถัดไปเดินหน้าชน : ‘ลำเชียงไกร’ โดย เสกสรรค์ กิตติทวีสิน