รอง กมธ.ศาสนาฯสภา เผย ‘พร้อมตรวจสอบปมสอดไส้’ ปลด 3 เจ้าคณะจังหวัด

นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล /แฟ้มภาพ

รอง กมธ.ศาสนาฯสภาเผย ‘พร้อมตรวจสอบปมสอดไส้’ ปลด 3 เจ้าคณะจังหวัด

วันที่ 4 ต.ค.2564 นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงกรณีการประชุมมหาเถรสมาคม ที่มีการอ้างถึงการปลดและการแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป นั้นมีประชาชนได้ร้องเรียนมายังตนว่าอาจมีการสอดไส้ในการปลดและการตั้งใหม่หรือไม่? ซึ่งตนได้รับฟังเหตุผลถึงการร้องเรียนซึ่งมีส่วนที่รับฟังขึ้นว่า อาจมีกลุ่มบุคคลที่จ้องทำลายพุทธศาสนาเพราะมีการทำงานกันอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่การแก้กฎหมาย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับ 4 2561 มีการวิ่งเต้นภายในอย่างมีนัย โดยประชาชนได้ชี้ให้เห็นว่าจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงใน 4 ประการคือ

1.เป็นการเร่งให้พระพุทธศาสนาในไทยพังเร็วขึ้น
2.ไม่สนับสนุนพระดีคนดีคนมีความรู้ให้ทำงาน
3.ไม่ยึดถือกฎระเบียบกฎคณะสงฆ์ ขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี
4.เป็นการแยกพุทธศาสนาที่เป็นหนึ่งในสามเสาหลักคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้ล้มลง

นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล

ประการแรกปรากฏการณ์นี้มีการแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดอย่างมีนัย ส่อถึงความไม่ชอบธรรม นี้จะเป็นจุดให้เกิดความแตกแยกในวงการสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนที่เริ่มมีการเคลื่อนไหว ตั้งแต่จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ระดมประชาชนเข้าชื่อกัน 1 แสนชื่อ เพื่อทูลเกล้าฯ และต่อจากนี้จะเห็นมีการเคลื่อนไหวจากจังหวัดปทุมธานี และเร็วๆ นี้อาจจะเป็นจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงนครศรีธรรมราช

ซึ่งการสร้างความแตกแยกนี้จะมีปัจจัยจากข้อ 2 คือ การไม่สนับสนุนพระดีคนดีคนมีความรู้ให้ทำงานเพราะลองคิดตรรกะให้ดีๆ ที่พระทุกรูปกว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดไม่ใช่จะเป็นกันง่ายๆ ในอดีต เพราะในระดับภูธรทุกคนจะต้องอยู่ในศีลในธรรม ตั้งใจเรียน ใครสมองดีจึงจะสามารถสอบเปรียญธรรมได้ชั้นสูง สอบปีแล้วปีเล่ากว่าจะได้ ปธ.9 ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้เป็นมันสมองจากโรงเรียนพระปริยัติธรรม บางคนต้องอดทนอย่างยิ่งยวด เข้าเมืองหลวงเพื่อศึกษาวิชาความรู้ ไปศึกษาต่อต่างประเทศ จึงสมบูรณ์ด้วยปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ทำให้พระสงฆ์ทั้งจังหวัดยอมรับและมีการเกื้อกูลกันในจังหวัด การคณะสงฆ์จึงเกิดการพัฒนาแต่กลับกันเราเอาพระสงฆ์แบบ ข้ามห้วยข้ามจังหวัด จะไม่ทำให้พระในจังหวัดเขาขาดกำลังใจหรือแสดงถึงพระในจังหวัดนั้นๆ ไม่มีความรู้ความสามารถกันเลยหรือ อีกหน่อยใครที่สามารถวิ่งเต้นเก่ง เข้าถึงผู้ใหญ่ได้เก่ง ก็จะได้ดิบได้ดี วงการคณะสงฆ์จะเกิดการพัฒนาได้อย่างไร

อย่างในภาคเอกชนเขาต้องเอาคนจบดอกเตอร์ คนมีฝีมือการทำงานดีมาทำงานโดยเขายอมจ้างในราคาแพงเพื่อประโยชน์แห่งบริษัทเขา แต่นี้เราเอาคนที่หากเทียบตัวต่อตัวกับคนเก่าก็ไม่สามารถเทียบได้ ผู้อยู่ภายใต้ปกครองเขาจะกระด้างกระเดื่องหรือไม่ จะมาทำงานก็ไม่มีความสามารถไม่มีประสบการณ์ แล้วการคณะสงฆ์จะเดินทางอย่างไร ในขณะที่ต่างศาสนาเขาส่งคนไปเรียนต่างประเทศเพื่อกลับมาเป็นผู้นำของศาสนาของเขา

สำหรับข้อ 3 จะเห็นว่าในอดีตพระสงฆ์จะปกครองกันเองโดยมีพระวินัยเป็นกรอบให้ยึดเป็นหลัก โดยหากจะมีการแต่งตั้งจะยึดตามหลักความรู้ความสามารถ กลับกันหากจะปลดก็จะต้องดูตามกฎมหาเถรสมาคม ซึ่งมีบัญญัติไว้ชัดเจนในการตั้งอธิกรณ์ จริยา และการละเมิดจริยา หากมีโทษก็จะดำเนินตามขั้นตามลำดับตั้งแต่ ตักเตือน ภาคทัณฑ์ และไล่ออก แต่เมื่อไม่ยึดกรอบกฎระเบียบจารีตประเพณีที่มีมา การคณะสงฆ์ก็จะไม่มีหลักแม้ทางโลกคนทำผิดเขาก็ขึ้นโรงขึ้นศาล ผู้ไม่มีความผิดยังมีโอกาสชี้แจง

“แต่หากปลดพระแบบนี้โดยไม่รู้ผิดหรือถูก ไม่มีการสอบสวน ไม่มีทางแก้ตัว ไม่มีทางต่อสู้ใดๆ ทั้งสิ้น ทำเหมือนกับพระไม่ใช่คน เหมือนคนไม่อยู่ในกฎหมายของบ้านเมือง อย่างนี้พระอาจพร้อมที่จะออกจากกรอบที่ตั้งไว้ ไปอยู่ป่า เป็นพระในนิกายใหม่ ซึ่งเป็นการทำลายพุทธศาสนาที่สำเร็จได้อย่างแยบคาย ซึ่งจะสัมพันธ์กับข้อ 4 ที่หากสถาบันพุทธศาสนาเสื่อมถอย ประเทศชาติเรามีการยึดโยงอย่างมันคงระหว่างสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่หากมีการทำลายเสาใดเสาหนึ่ง เสาอื่นๆ อาจจะต้องล้มไปตามกันก็เป็นได้ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนเขาฝากมา ทั้งนี้หากมีการสอดไส้เพื่อแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดจริง ตนก็พร้อมเสนอให้คณะกรรมาธิการเข้าไปตรวจสอบ” นายเพชรวรรตกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้จ๊ะจ๋า พริมรตา เผยแพลนมีทายาท ครอบครัวตั้งค่าหัวมาเมื่อไหร่จ่าย 7 หลัก
บทความถัดไปสธ.ร่างสัญญาซื้อยาโมลนูพิราเวียร์ แล้ว รอเอฟดีเอขึ้นทะเบียน คาดเข้าไทย พ.ย.นี้