ไอลอว์ฟ้องนายกฯ ขอศาลแพ่งสั่งเพิกถอนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ-เรียกค่าเสียหาย 4.5 ล้าน

ไอลอว์ฟ้องนายกฯ ขอศาลแพ่งสั่งเพิกถอนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ-เรียกค่าเสียหาย 4.5 ล้าน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 5 ตุลาคม 2564 ที่ศาลแพ่ง ถนนรัชดาภิเษก นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์), นางชุมาพร แต่งเกลี้ยง ตัวแทนกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก และนายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือครูใหญ่ แนวร่วมม็อบคณะราษฎร ได้ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กับพวก กรณีออกประกาศข้อกำหนดในมาตรา 9 ตามพระราชกำหนดการบริการราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เรียกค่าเสียหาย 4,500,000 บาท และขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนข้อกำหนดดังกล่าว

โดยคำฟ้องระบุว่า โจทก์ทั้งสามคนถูกดำเนินคดีในความผิดฐานร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนด พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบฯ จากการร่วมปราศรัยในการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2564 ซึ่งข้อกำหนดและประกาศดังกล่าวเป็นการจำกัดการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ที่ต้องได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

นายยิ่งชีพกล่าวว่า ในสถานการณ์โรคระบาดไวรัสโควิด-19 รัฐสามารถจำกัดสิทธิบางอย่างได้ แต่ไม่ใช่การสั่งห้ามชุมนุม และการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ก็เพื่อควบคุมโรคระบาด ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อห้ามการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน แม้จะไม่ใช่สถานที่แออัด ไม่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค ทุกครั้งที่จัดการชุมนุมคนจัดและผู้ปราศรัยการชุมนุมจะถูกดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ตามมาตลอดจนขณะนี้มีคดีมากกว่า 483 คดี มีผู้ชุมนุมถูกดำเนินคดีมากกว่า 1,171 คน เราเห็นว่าข้อจำกัดที่ห้ามชุมนุมตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้นกว้างขวางและจำกัดสิทธิเสรีภาพจนเกินไป จึงมาฟ้องต่อศาลแพ่งเพื่อขอให้เพิกถอน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หมายความว่า ให้ศาลสั่งว่าข้อกำหนดและคำสั่งไม่เคยมีมาตั้งแต่แรกและให้มีผลย้อนหลัง ก็จะทำให้คดีความต่างๆ ของผู้ชุมนุมให้มีอันถูกยกเลิกไปด้วย ถ้าการชุมนุมผิดกฎหมายอย่างไรก็ให้ดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายได้ ทั้งประมวลกฎหมายอาญา และ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะฯ ที่ควบคุมดูแลการชุมนุมได้อยู่แล้ว

เมื่อถามว่าที่ผ่านมาการชุมนุมของม็อบคณะราษฎรมีการใช้ความรุนแรงต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีความคิดเห็นอย่างไร

นายยิ่งชีพกล่าวว่า คนละประเด็นกัน แต่ก็มีการชุมนุมที่ไม่สงบเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ก็มีความผิดและสามารถใช้ประมวลกฎหมายอาญาควบคุมได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อควบคุมโรคมาดูแลการชุมนุมที่ไม่สงบ

ด้านนายสัญญา เอียดจงดี ทนายความ กล่าวว่า นอกจากนี้แล้วเราจะยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวและขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินให้ระงับการบังคับใช้ประกาศและข้อกำหนดทั้ง 2 ฉบับนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาหากมีการชุมนุมก็จะฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

ทั้งนี้ ศาลแพ่งได้รับคำฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำที่ พ.4639/3564 โดยกำหนดนัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดีหรือสืบพยานโจทก์ ในวันที่ 31 ม.ค.2565 เวลา 09.00 น.

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แจ้งข้อหาเพิ่มก๊วนขว้างระเบิดใส่คฟ. ฝากขังพรุ่งนี้ ค้านประกันตัว
บทความถัดไป“ศบค.มท.” แจ้งทุกจังหวัดเตรียมพร้อมบริการวัคซีนไฟเซอร์ให้ นร.-นศ.