‘อนุรักษ์’ จ่อฟ้องผู้เกี่ยวข้องกล่าวหา ปมตบทรัพย์อธิบดีกรมน้ำฯ 5 ล้าน ยันไม่เคยรู้จัก-ไม่เคยเรียกรับเงิน

‘อนุรักษ์’ จ่อฟ้องผู้เกี่ยวข้องกล่าวหา ปมตบทรัพย์อธิบดีกรมน้ำฯ 5 ล้าน ยัน ไม่เคยรู้จัก-ไม่เคยเรียกรับเงิน อธิบดีท้า เปิดคลิปเสียง ลั่น หากใช่ พร้อมลาออกทันที ซัด ป.ป.ช.รีบสรุปสำนวนทั้งที่ยังเรียกสอบพยานไม่ครบ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ส.ส.มุกดาหาร พรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลว่าตนไปตบทรัพย์อธิบดีกรมน้ำบาล จำนวน 5 ล้านบาท เพื่อให้ผ่านงบว่า ยืนยันว่าตนไม่เคยเรียกรีบเงินและไม่ได้กระทำความผิด หรือมีส่วนเกี่ยวข้องตามที่ ป.ป.ช.แถลงข่าวชี้มูล ทั้งนี้ตนเห็นว่าการที่ ป.ป.ช.เสนอข่าวแบบนี้เป็นการชี้นำสังคม เป็นการประจาน มีเจตนาทำลายชื่อเสียง ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าตนเรียกรับเงิน

“ผมทำงานการเมืองมานานไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย การกล่าวหาดังกล่าวถือเป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอย ทำให้ประชาชนเชื่อว่าผมเป็นคนไม่ดี เสียหายต่อวงศ์ตระกูล ดังนั้น ผมจะหลักฐานทั้งหมดไปพิสูจน์ในชั้นศาล เพราะศาลจะเปิดโอกาสให้ผมนำพยานและหลักฐานมาหักล้างอย่างเต็มที่ ไม่เหมือน ป.ป.ช.ที่เร่งรีบสรุปสำนวน ทั้งที่ไม่มีการเรียกพยานไปสอบทั้งหมด โดยผมมีพยาน 4 คน แต่ ป.ป.ช.เรียกไปสอบแค่ 1 คน และผมก็ยังไม่ได้ถูกเรียกไปสอบ เนื่องจากผมเสนอเป็นเอกสารให้ ป.ป.ช.รอหลักฐานอีกชุดหนึ่ง แต่ ป.ป.ช.กลับรีบสรุปสำนวน” นายอนุรักษ์กล่าว

นายอนุรักษ์กล่าวต่อว่า ตนในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) บูรณาการ 2 ในคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 มีหน้าที่เรียกตรวจสอบและมีสิทธิเรียกเอกสารมาสอบเพื่อประโยชน์ของทางราชการเท่านั้น ตนจึงขอโอกาสชี้แจง โดยแบ่งออกเป็น 6 ประเด็น คือ 1.ที่ ป.ป.ช.แถลงว่าตนถามอธิบดีกรมน้ำบาดาลซ้ำไปซ้ำมา เพื่อเปิดทางเรียกรับเงินนั้น ขอชี้แจงว่ากรมน้ำบาดาลของบประมาณมาทุกปี ปีละหลายพันล้านบาท เมื่อตนเป็นอนุ กมธ.ฯ ก็ต้องสอบถามว่าราคาที่ขอมานั้นเหมาะสมหรือไม่ เพราะทุกอย่างต้องใช้ของหลวง ทั้งน้ำมัน รถขุดเจาะ เบี้ยเลี้ยงบุคลากร การตั้งราคาเกินท้องตลาดเป็นสองเท่านั้น แบบแปลนเป็นอย่างไร ตนก็ต้องการเอามาดูเพื่อเป็นประโยชน์ต่อราชการ เพราะกรมมีแบบที่เล็กที่สุดบ่อละ 338,000 บาท แต่ราคากลางขุดเจาะไม่เกินบ่อละ 8 หมื่นบาท ตนก็สงสัยว่าทำไมถึงแพงจึงขอแบบมาเพื่อตรวจสอบ แต่จนถึงขณะนี้ตนยังไม่ได้แบบที่ขอไปเลย ขอเรียนว่าทุกอย่างมีรายงานการประชุม ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช.ว่ามีใครพูดอะไรบ้าง ทุกอย่างตรวจสอบได้หมด ตนถามเพียงว่าเมื่อไหร่จะเอาแบบมาให้ตรวจสอบ

2.ป.ป.ช.แถลงว่า ตนเรียกรับเงินเพื่อแลกกับการผ่านงบ ถือเป็นเรื่องตลก เพราะอธิบดีกรมน้ำบาดาลเป็นข้าราชการระดับสูง รู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีอำนาจ อนุ กมธ.ฯ ทั้ง10 คนก็ไม่มีอำนาจ กมธ.ชุดใหญ่ทั้ง 64 คน ก็ไม่มีอำนาจ และการที่จะตัดงบก็เป็นอำนาจของสภา ทั้ง 500 คน และตนก็เป็นฝ่ายค้านลงมติอย่างไรก็แพ้รัฐบาลอยู่ดี จึงถือว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่ถูกต้อง ขาดเหตุผลทุกอย่าง

3.ความสัมพันธ์ระหว่างตนกับอธิบดีกรมน้ำบาดาล ขอเรียนว่าตนไม่รู้จักเขาเลย และในห้องประชุม กมธ.ชุดใหญ่ ก็มีการโต้เถียงกันตลอด เขาหาว่าตนไปตรวจสอบเขาละเอียดเกินไป ขอหลักฐานก็ไม่ให้ ท่านกลัวอะไร และวันที่เขากล่าวหาว่าตนเรียกรับเงิน ตนก็ส่งแผนผังไปให้ว่ามีอนุไต่สวนของ ป.ป.ช.ว่ามี 4 คนนั่งตรงไหน พูดโทรศัพท์อย่างไร วันนั้นอธิบดีโทรมาหาตน แต่ไม่ได้รับเพราะไม่รู้จัก แต่มีอนุ กมธ.ฯท่านหนึ่งบอกว่าช่วยรับเบอร์นี้หน่อยเป็นอธิบดี ตนก็ไม่รับ แต่หลังเสร็จงานก็โทรกลับไป ขอสอบถามเรื่องแบบแปลน โดยวันนั้นเป็นวันที่ 4 ส.ค. 63 แต่ตนยังคุยเรื่องแบบไม่เสร็จ แต่มี ส.ส.ให้โทรหาอธิบดี ตนก็โทร แต่ระหว่างที่คุยยังไม่ได้วางสาย อนุ กมธ.ฯท่านนั้นก็ขอพูดหน่อยเพราะรู้จักกัน แต่ก็เดินออกไปคุยข้างนอก เมื่อ ส.ส.ท่านนั้นกลับเข้าห้องประชุมก็วางสายไปแล้วจึงไม่รู้ว่าเขาคุยอะไรกัน ตนเห็นว่าคนไม่รู้จักกัน และคุยโทรครั้งแรก จะกล้าไปเรียกเงินเขาหรือ แค่ยืมเงินก็อายเขาแล้ว ซึ่งผิดวิสัยของคนทั่วไปที่จะไปเรียกรับเงิน และอธิบดีคนนี้พูดมาแต่แรกว่ามีคนตบทรัพย์ มีคลิป ตนก็ขอถามว่าตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ ยังไม่มีเอาคลิปมาเปิด จึงขอให้เอามาเปิดด้วย ถ้าเป็นเสียงตน ตนจะลาออกทันที อย่าพูดตีกินและทำให้ตนเสียหาย

4.อธิบดีให้การว่าตนเป็นคนเรียกรับเงิน 5 ล้านบาท แต่ตั้งแต่นั้นถึงวันนี้ยังไม่ได้แจ้งความเอาผิดตนเลย ก็สันนิษฐานได้อย่างเดียวว่า ไม่มีการเรียกรับเงินกันจริง จึงไม่มีการแจ้งความ 5.อนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช.ไม่ให้ความเป็นธรรมกับตน แต่คดีนี้อายุความ 20 ปี โทษถึงประหารชีวิต การที่ตนขอเอกสารไปยังกรมน้ำบาดาล ก็เพื่อชี้แจงแสดงเหตุผลว่าไม่ได้ทำผิด ซึ่งขอไป 5 ครั้งก็ยังไม่ได้ และขอให้ยังอนุกรรมการไต่สวนแต่อนุฯ ก็ไม่ฟังกลับเร่งรีบสรุปเพื่อชี้มูลตน ซึ่งถือว่าไม่ชอบมาพากล เรื่องนี้ตนจะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุดเพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม และ 6.ป.ป.ช.ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้นำสังคมว่าตนเรียกรับเงิน 5 ล้านบาท ทำให้ตนเกิดความเสียหายทันที เนื่องจากตนทำการเมืองมา 27 ปี ประชาชนรู้จักดี ทั้งที่ ป.ป.ช.ทำหน้าที่แค่พนักงานสอบสวนข้อมูลเท่านั้น หากลงมติฟ้อง อัยการต้องฟ้อง ถ้าไม่ฟ้อง ป.ป.ช.นำกลับมาฟ้องได้ แต่นี้ถือว่า ป.ป.ช.ใช้อำนาจเกินขอบเขต และการออกมาแถลงข่าวถือว่าทำไม่ได้

“ผมจบนิติศาสตร์มา รุ่นผมมีเป็นร้อยคน ปัจจุบันอยู่ในส่วนราชการ เอกชนมากมาย เป็นนักสืบ ตำรวจอัยการ ศาล แม้กระทั่งเป็น ป.ป.ช. ผมได้ตรวจทุกอย่างแล้วทั้งรัฐธรรมนญ กฎหมายอาญา อำนาจหน้าที่ ป.ป.ช. ซึ่งในอดีตเคยมีกรณีลักษณะนี้มาแล้ว สุดท้ายมีการฟ้องจนติดคุก 1 ปี แต่ ป.ป.ช.ท้าให้ผมฟ้องเพราะเขาติดว่ามีคนคุ้มครอง ผมขอรับคำท้านั้นและจะเชิญท่านไป จ.มุกดาหาร แล้วเอากฎหมายที่คุ้มครองท่านไปด้วย เพราะ ป.ป.ช.มีเจตนาประจานผม ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญ และผิดต่อประมวลกฎหมายอาญา ผมขอยืนยันความบริสุทธิ์กับสื่อและประชาชน โดยเฉพาะชาวมุกดาหารที่สนับสนนุผมมาตลอด 27 ปี เรื่องนี้ผมจะทำให้เป็นตัวอย่างว่า ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ในทางกฎหมายผมจะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญากับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งสื่อมวลชนที่เสนอผมด้วย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และหาก ป.ป.ช.ได้ฟังสิ่งที่ผมแถลงวันนี้ และปรากฏว่าเป็นเรื่องจริงขอให้ท่านได้ทบทวนมติคืนความเป็นธรรมให้ผม” นายอนุรักษ์กล่าว

นายอนุรักษ์กล่าวต่อว่า หากอธิบดีกรมน้ำบาดาลไม่ส่งแบบแปลนมาให้ตนตามที่ขอไป อีก 15 วัน ถ้าไม่ได้ ตนก็จะมาแถลงข่าวอีก และถ้ายังไม่ได้อีกก็จะมาแถลงข่าวอีก เพราะไม่ใช่เรื่องซับซ้อนอะไร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รองโฆษกบช.น.เผยการข่าวยังไม่พบมือที่สามก่อความวุ่นวายกับกลุ่มผู้ชุมนุมมธ.ท่าพระจันทร์
บทความถัดไป‘ส.ส.นิยม’ ถาม มีบุคคลภายนอกเอี่ยวบริหารราชการสำนักพุทธหรือไม่ เผย ชาวบ้านเตรียมยื่นหนังสือถวายฎีกา พรุ่งนี้