ฝนถล่ม คนไม่ถอย ย้ายปราศรัยเดือดใต้ตึกรำลึกวีรชน ชี้ ‘เฟกนิวส์’ อยู่ในตำราเรียน

ฝนถล่ม คนไม่ถอย ย้ายปราศรัยเดือดใต้ตึกรำลึกวีรชน ชี้ ‘เฟกนิวส์’ อยู่ในตำราเรียน

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานรำลึก 45 ปี 6 ตุลาคม 2519 ในช่วงค่ำ ซึ่งมีการย้ายสถานที่จัดไปยังใต้อาคารกิจกรรมนักศึกษา หลังฝนตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่เวลา 17.30 น. ระหว่างที่นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ร้องเพลงเพื่อมวลชน โดยมี อั๋ว จุฑาทิพย์ ศิริขันธ์ และกลุ่ม DemHope เป็นคอรัส ขณะที่ลูกนัท ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย ช่วยกางร่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังย้ายเข้าสู่ใต้อาคารกิจกรรมนักศึกษา มีการเล่าประสบการณ์ในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ขณะเป็นนักศึกษา โดย ‘สิริเอื้อ แตระกุล’ แล้วเคารพธงชาติพร้อมชู 3 นิ้ว ตะโกน ‘ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ’

ต่อมา ฝนซาลงตามลำดับ มีการย้ายออกมาจัดกิจกรรมบริเวณหน้าอาคารกิจกรรมนักศึกษา นางสาวชุมาพร แต่งเกลี้ยง หรือวาดดาว แกนนำกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก ปราศรัยในหัวข้อ ‘แด่ผู้หญิงเหล่านั้นที่ไม่มีตัวตน’ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ แรงงานสตรีที่สไตรค์หยุดงานจนเกิดเป็นยุครุ่งเรืองของสิทธิสตรี ช่วงหลังปี 2516

“หลายคนบอกว่ายุคของสิทธิสตรีรุ่งเรืองเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา บอกได้เลยว่าไม่จริง หลัง 14 ตุลา ปี 16 ยุคของสตรีรุ่งเรืองอย่างยิ่งเกิดจากการที่แรงงานสตรีมากมายรวมตัวกันเป็นสหภาพแรงงานสตรี จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครจารึกแรงงานสตรีเหล่านั้นเลย เคยได้ยินไหมว่าสิบปียี่สิบปีที่ผ่านมามีการสไตรค์งานปีละ 300 ครั้ง แต่รู้หรือไม่ว่าหลัง 14 ตุลา มีการสไตรค์งานถึง 380 ครั้ง และการสไตรค์งานมันมาจากแรงงานสตรี ใครจะรู้ว่าปี 2517 มีการสไตรค์งานอีก 357 ครั้ง หนึ่งปีมี 365 วัน แล้วทำไมแรงงานสตรีถึงสไตรค์งานได้ 357 ครั้ง แรงงานสตรีรุ่งเรืองหรือไม่ และแน่นอนปี 2518 มีการสไตรค์งานอีกมากกว่า 250 ครั้ง พวกเราเคยรู้เรื่องเหล่านี้ไหม พวกเราเคยรู้ความรุ่งเรืองของการหยุดงานเพื่อประท้วงนายทุนไหม”

นอกจากนี้นางสาวชุมทพรยังพูดถึงเรื่องของนักศึกษาหญิงหลายคนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศและถูกฆ่าในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519

นางสาวชุมาพร แต่งเกลี้ยง หรือวาดดาว แกนนำกลุ่มเฟมินิสต์ปลดแอก

ต่อมา เวลา 18.40 น. นายเกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ หรือ บิ๊ก สมาชิกสภานักศึกษาธรรมศาสตร์ และสมาชิกแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม กล่าวปราศรัย

นายเกียรติชัยกล่าวตอนหนึ่งว่า หลังรัฐประหาร ปี พ.ศ.2499 มีการแก้ไขกฎหมาย ม.112 มาเป็น ภัยความมั่นคงของรัฐ ซึ่งการแก้ไขครั้งนี้ทำให้ ม.112 กลายเป็นอาญาแผ่นดิน และใครก็สามารถแจ้งความได้

นายเกียรติชัยยังกล่าวถึงการที่ตำราเรียนมีเพียงประวัติศาสตร์ 14 ตุลาคม ไม่มีประวัติศาสตร์ 16 ตุลาคม

“เฟกนิวส์ที่สุด อยู่ในตำราของกระทรวงศึกษาธิการ ทำร้ายแม้กระทั่งศพ คนที่ตายแล้ว” นายเกียรติชัยกล่าว และว่า ทุกวันนี้ยังมีคนได้ดีจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม พร้อมย้ำว่า คนรุ่นใหม่ใจกว้างพอที่จะให้อภัยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 6 ตุลาคมได้ แต่อย่าจับเรา อย่ายัดคดีเลย เราแค่พูดความจริง หรือถ้าคิดว่าพูดไม่จริง จัดดีเบตได้

“ถ้าคิดว่าทำร้ายแล้วจะชนะเราได้ ผมบอกเลยว่า ไม่มีวันได้สิ่งนั้น ยืนยันครั้งสุดท้าย ในฐานะสภานักศึกษา จะสืบทอดคำนี้ต่อไปว่า รับใช้ประชา คือปลายทางเรา ที่เล่าเรียน แต่สิ่งที่ผู้บริหารม.ธรรมศาสตร์ปัจจุบันทำ ไม่ใช่การรับใช้ประชา” นายเกียรติชัยกล่าว

จากนั้น เวลา 19.02 น. นายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือ ปูนทะลุฟ้า อ่านแถลงการณ์ 6 ตุลา 2519 โดยร่ายรายชื่อของผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ทีละราย ก่อนชวนประชาชนร่วมส่งเสียง คืนความยุติธรรมให้กับผู้สูญเสีย

“ขอให้ยืนหยัดในสิทธิ เสรีภาพ โปรดรู้ว่า เหตุการณ์สังหาร 6 ตุลา จะไม่สูญเปล่า คนทำผิดต้องรับการลงโทษ” นายธนพัฒน์กล่าว

จากนั้น ผู้ชุมนุมร่วมชู 3 นิ้ว ก่อนโปรยกระดาษแถลงการณ์ปลิวว่อน

นายธนพัฒน์ กาเพ็ง หรือ ปูนทะลุฟ้า
สิริเอื้อ แตระกุล

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สื่อผู้ดีเผยซาลาห์เรียกค่าเหนื่อยหงส์วีคละ 380,000 ปอนด์ ถ้าหวังให้ต่อสัญญา
บทความถัดไปชมพู่เปิดใจกว่าจะได้ลูกคนที่ 3 ไม่ง่าย ทำทุกอย่าง ไปทุกศาสตร์ ตลอด 2 ปี ผ่านความล้มเหลว-เสียน้ำตา