ผู้รับเหมาก่อสร้างพิจิตรร้อง ‘มงคลกิตติ์’ หลังไม่ได้รับความเป็นธรรมส่วนราชการ

‘ผู้รับเหมาก่อสร้างพิจิตร’ ร้อง ‘มงคลกิตติ์’ หลังไม่ได้รับความเป็นธรรมจากส่วนราชการ ‘เต้’ เผยเตรียมนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมพรรคฝ่ายค้าน เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 11 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ รับหนังสือร้องเรียนจาก นายบุญลาภ ศรีบุญมาก ผู้รับเหมาก่อสร้างในพื้นที่ จ.พิจิตร กรณีผู้รับเหมาเคยร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการ จ.พิจิตร ในส่วนการดำเนินงานของส่วนราชการใน จ.พิจิตร ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พิจิตร และสำนักชลประทาน จ.พิจิตร

โดยนายมงคลกิตติ์กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าการดำเนินงานในปัจจุบันโดยงบประมาณปี 2564 มีการประมูลงานตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) จัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีปกติ ซึ่งมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดให้กรมบัญชีกลางไปทำกรณีการใช้ ว.89 คือการส่งเสริมให้การจัดซื้อ จัดจ้าง โดยที่บริษัทใหญ่ต้องไม่แย่งงานบริษัทเล็ก แต่ปัจจุบันเปลี่ยนเป็น ว.845 คือแต่ละหน่วยราชการในปัจจุบันได้ดำเนินการตามมติ ครม. โดยมี 6 บริษัทเป็นคู่เทียบ ซึ่งแต่ละหน่วยงาน ผอ.สำนัก หรือผู้มีอำนาจจะเลือก 6 บริษัทเพื่อให้มีการแข่งกันเสนอราคา กลายเป็นอำนาจของส่วนราชการว่าจะเลือกบริษัทใด แต่เท่าที่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากหลายส่วนพบว่าปัจจุบันมีหลายส่วนราชการใช้อำนาจในการตัดสินใจว่าจะเลือกบริษัทใดเป็นคู่สัญญากับภาครัฐ ซึ่งบริษัทนั้นต้องจ่ายเงิน 15% ให้กับส่วนราชการที่เป็นคนเซ็นสัญญา

“เรื่องดังกล่าวจริงหรือเท็จต้องไปตรวจสอบ ทั้งในส่วนของกรมชลประทาน กรมทางหลวงชนบท และ อบจ. นอกจากนี้ยังมีบางส่วนราชการ เช่น กรมชลประทานนำงบประมาณปี 2565 ที่แม้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว แต่กระทรวงการคลัง โดยสำนักงบประมาณยังไม่ได้ทำหนังสือแจ้งจัดสรรงบประมาณมา แต่กลับมีการดำเนินการก่อสร้างไปล่วงหน้า และมีส่วนราชการหลายส่วนนำงานให้ส่วนราชการตัวเองดำเนินการเอง หมายความว่าแย่งงานบริษัทเอกชนทำ ทั้งที่เครื่องจักรวัสดุอุปกรณ์ไม่เพียงพอ สุดท้ายต้องไปจ้างบุคคลภายนอกมาดำเนินการ โดยถือวิสาสะไม่นำงานมาประมูล หมายความว่าส่วนราชการทำตัวเป็นบริษัทเอกชน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาของรัฐ พ.ศ.2542 หรือ พ.ร.บ.ฮั้วหรือไม่ เนื่องจากส่วนราชการจะมีผลประโยชน์ทับซ้อนไม่ได้ ซึ่งรื่องนี้ต้องมีการตรวจสอบ”

นายมงคลกิตติ์กล่าวต่อว่า ตนได้แจ้งไปยังอธิบดีกรมชลประทานให้ตรวจสอบเรื่องนี้แล้วว่าจริงเท็จอย่างไร รวมถึงเตรียมทำหนังสือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ตรวจสอบด้วย ถ้าเป็นจริงอยากให้ใช้อำนาจแก้ไขปรับปรุงให้เรียบร้อบ ต้องไม่มีการแย่งงานเอกชน แต่ต้องกระจายงานไปยังเอกชนเพื่อความถูกต้อง พร้อมกำชับอย่าเก็บค่าคอมมิชชั่น 15% ถ้าไม่ปรับปรุงแก้ไข ตนจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 152 หลังเดือนพฤศจิกายนต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ไม่ว่าพื้นที่เล็กหรือใหญ่ ขอเพียงแค่มีแรงบันดาลใจ ใครๆก็ทำสวนผักได้ !
บทความถัดไปนายกฯ’ กำชับ ‘มท.-ผวจ.’ เตรียมรับมือพายุฝน ลงพื้นที่อุบลฯ 15 ต.ค.