เทพไท ชี้ ราเมศ เข้าใจคลาดเคลื่อน ยันไร้เจตนาอื่น พูดเพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงยุคสมัย

เทพไท ชี้ ราเมศ เข้าใจคลาดเคลื่อน ยันไร้เจตนาอื่น พูดเพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงยุคสมัย หากพรรคการเมืองใด ไม่ฟังประชาชน ก็จะห่างเหินประชาชนไปเรื่อยๆ 

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความ แสดงความเห็นกรณี นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาตอบโต้ความเห็นนายเทพไท ระบุว่า ยอดบริจาคภาษีพรรคการเมือง ไม่ใช่ตัวชี้วัดความนิยม อย่าเอามาตัดสินทุกเรื่อง ยัน ปชป.ทำงานจริง ไม่ฉาบฉวย-พูดสนุกสะใจไปวันๆ

นายเทพไท ระบุว่า เรื่อง ข้อมูลเงินบริจาคภาษีให้พรรคการเมือง ผมได้แสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา ผมได้ยกกรณีการเสียภาษีเงินได้ ในการบริจาคให้กับพรรคการเมืองต่างๆ และได้นำเสนอข้อมูลที่เป็นจริงว่า มีพรรคการเมืองใด ได้รับการบริจาคภาษีจำนวนเท่าไหร่ และยังแสดงความเห็นว่า ตัวเลขของการบริจาคภาษีให้กับพรรคการเมือง อาจจะเป็นดัชนี หรือนัยยะทางการเมืองได้ เหมือนกับในอดีตที่พรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็นแชมป์การได้รับบริจาคภาษีมาโดยตลอด

ผมไม่ได้มีเจตนากล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ของผม ให้ได้รับความเสียหาย เพียงต้องการใช้ฐานข้อมูลของการบริจาคภาษี มาวิเคราะห์ความนิยมของพรรคการเมือง แต่เมื่อโฆษกพรรค (นายราเมศ รัตนเชวง) เข้าใจคลาดเคลื่อน และได้ออกมากล่าวพาดพิง ถึงความเห็นของผม

ผมจึงขอชี้แจงว่า เป็นความเห็นที่ตรงไปตรงมา และมีข้อมูลที่เป็นตัวเลขยืนยันได้ชัดเจน ผมไม่มีเจตนาเป็นอย่างอื่น เพียงต้องการให้ทุกพรรคการเมือง นำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ และใช้ประกอบการพิจารณาการทำงานการเมืองของแต่ละพรรค

ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องยอมรับว่า เรามีผลงานเป็นที่ยอมรับ ของประชาชนมากมาย เช่น

1.เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่และเป็นสถาบันทางการเมือง

2.เป็นพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ ต่อสู้กับเผด็จการมาโดยตลอด

3.เป็นพรรคการเมือง ที่สร้างนักการเมือง ที่มีคุณภาพ อย่างมากมาย ทั้งที่ยังเป็นส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร และได้ย้ายไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น

4.เป็นพรรคการเมือง ที่สามารถทำหน้าที่ได้ ทั้งการเป็นรัฐบาลที่ดี มีผลงานมากมาย ทั้งในยุครัฐบาลชวน และรัฐบาลอภิสิทธิ์ เมื่อเป็นฝ่ายค้าน ก็ทำหน้าที่เข้มแข็ง ปกป้องผลประโยชน์ให้ประชาชนอย่างแท้จริง

5.เมื่อพรรคได้ร่วมรัฐบาล ก็สามารถสร้างผลงาน ผลักดันนโยบายของพรรค ไปสู่การปฏิบัติได้เป็นอย่างดี เช่น นโยบายประกันรายได้เกษตรกร ฯลฯ

เพราะฉะนั้นการเมืองในวันนี้ มีความแตกต่างกับการเมืองในอดีต พรรคการเมืองต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์บ้านเมือง เป็นไปตามยุคสมัย โดยไม่ละทิ้งอุดมการณ์ของพรรค ถ้าพรรคการเมืองใด มีความคับแคบ ปิดหูปิดตา ไม่ฟังเสียงสะท้อนของประชาชน พรรคการเมืองเหล่านั้น ก็จะห่างเหินออกจากประชาชนไปเอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สธ.ล็อกเป้าจับตา 10 จว. โควิดไม่ลด กำชับเข้ม ATK
บทความถัดไปอิ้งค์ วรันธร เผยผลตรวจ รพ.ไม่พบเชื้อโควิด กักตัวรอตรวจซ้ำอีกครั้ง