จากกรณีที่คณะทำงานพิเศษฝ่ายกฎหมายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แจ้งความดำเนินคดีกับแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ทั้ง 19 คน ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่7/2557 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไปหลังจากร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์ปราบโกงประชามติ ที่อิมพีเรียลลาดพร้าว เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม แกนนำนปช. ประกอบด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. นางธิดา ถาวรเศรษฐ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ นพ.เหวง โตจิราการ นายนิสิต สินธุไพร นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ นายยงยุทธ ติยะไพรัช นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ นายสงคราม กิจไพโรจน์ นายสมหวัง อัศราศี นายยศวริศ ชูกล่อม นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ์ นายเกริกมนตรี รุจโสตถิรพัฒน์ นายอารี ไกรนรา นายสมชาย ใจมุ่ง นายพรศักดิ์ ศรีละมุด และนายศักดิ์รพี พรหมชาติ รวม 19 คน เดินทางมารับทราบข้อหาเมื่อวันที่ 2 สิงหาคมนั้น
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 26 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) นายจตุพร พร้อมด้วยแกนนำ นปช. รวม 19 คน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคังการปราบปราม เพื่อรายงานตัวในคดีฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คนขึ้นไปกรณีร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัวศูนย์ปราบโกงประชามติ ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา

นายจตุพร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ยื่นคำร้องขอให้พนักงานสอบสวน สอบพยานเพิ่มอีก 8 ปาก อาทิ นายอุดม มั่งมีดี นายมานิตย์ จิตจันทร์กลับ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา นายชูศักดิ์ ศิรินิล อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคำแหง พล.ต.อ.วิรุฬห์ พื้นแสน นายชัยเกษม นิติสิริ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายโภคิน พลกุล และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ซึ่งพยานทั้งหมดเป็นนักกฎหมาย แต่หากพนักงานสอบสวนไม่อนุญาต ตัวเองกับพวกจะถูกนำตัวส่งอัยการศาลทหารเพื่อพิจารณาสั่งคดี เมื่อถึงตอนนั้นตนเองและพวกก็จะทำการยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการศาลทหาร และขอสอบพยานเพิ่มเติม เนื่องจากว่าขณะเปิดศูนย์ปราบโกง นั้นทาง คสช.เอง ไม่ได้มีคำสั่งห้าม และสามารถจัดตั้งได้ แต่พอภายหลังจากเปิดศูนย์ดังกล่าวแล้วกลับมีการสั่งห้าม
ทั้งนี้ต่อมาเวลา 11.00 น. ภายหลังสอบปากคำนานกว่า 1 ชั่วโมง นายจตุพร เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนอนุญาตให้นำพยานบุคคล 8 ปาก เข้าให้ข้อมูล โดยให้เวลา 15 วัน ในการสอบสวนพยาน และนัดให้ตนกับพวกเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ซึ่งหากพนักงานสอบสวนมีคำสั่งฟ้อง ก็จะนำสำนวนพร้อมตัวเองกับพวกส่งให้อัยการพิจารณาสั่งคดีต่อไป


