ส.ส.ทัศนีย์ข้องใจ คนเชียงใหม่เพิ่งฉีดครบโดสแค่ 30% ชุดตรวจก็ไม่พอ แต่รัฐบาลริจะเปิดประเทศ

ส.ส.เชียงใหม่ข้องใจ คนเชียงใหม่เพิ่งฉีดครบโดสแค่ 30% แต่รัฐบาลริจะเปิดประเทศ

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เชียงใหม่ เขต 1 พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความแสดงความเห็น กรณีรัฐบาลประกาศเปิดประเทศให้ 10 ประเทศเข้าไทยได้โดยไม่กักตัว เมื่อทำตามเงื่อนไขเช่นการฉีดวัคซีน โดยระบุว่า

ขอเป็นตัวแทนชาวเชียงใหม่เรียกร้องไปยังรัฐบาล ให้เร่งจัดหาวัคซีนคุณภาพดีๆ ให้คนเชียงใหม่ครบโดสเกิน 70% เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ก่อนที่จะเปิดประเทศ เปิดเมืองเชียงใหม่รับนักท่องเที่ยวนะคะ

ตอนนี้ยังฉีดวัคซีนครบโดสให้คนเชียงใหม่ได้แค่ 30% อยู่เลย ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์พังไปทีนึงแล้ว รัฐบาลต้องถอดบทเรียนอย่าให้เชียงใหม่ต้องซ้ำรอยเลยค่ะ

ขณะที่เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม น.ส.ทัศนีย์เขียนข้อความระบุว่า รัฐปล่อยให้โควิดแพร่สู่ต่างจังหวัดจนเกิดคลัสเตอร์กาดเมืองใหม่ ชุดตรวจไม่พอ วัคซีนก็ไม่มี แล้วจะเปิดเมืองเชียงใหม่ได้อย่างไร?

หากทุกคนยังจำกันได้ หลังจากการระบาดของโควิดระลอกล่าสุด รัฐได้สั่งปิดแคมป์คนงาน จนทำให้โควิดแพร่ระบาดจากกรุงเทพฯสู่ต่างจังหวัด และรัฐก็ได้ผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ลง ให้มีการเดินทางข้ามจังหวัดได้สะดวกมากขึ้น ทั้งๆ ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดยังไม่ได้ดีขึ้นถึงชนิดที่เรียกว่า “กลับเข้าสู่ภาวะปกติ” ก่อนการระบาดระลอกล่าสุด

ผลสืบเนื่องจากความล้มเหลวเชิงนโยบายในการบริหารจัดการ การแพร่ระบาดของโควิดของรัฐบาล ส่งผลให้เกิด #คลัสเตอร์กาดเมืองใหม่ ที่เชียงใหม่ รัฐสั่งให้พ่อค้าแม่ขายต้องปิดร้าน กระทบรายได้และการทำมาหากินของประชาชนคนตัวเล็ก ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อยู่แล้ว ให้ย่ำแย่หนักมากขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ ยังเกิดภาวะที่ประชาชนแห่ไปตรวจหาเชื้อที่กาดเมืองใหม่ จนชุดตรวจไม่เพียงพอต่อจำนวนประชาชน แถมวัคซีนก็มีไม่พอกับความต้องการที่ต้องระดมฉีดวัคซีนคุณภาพดีให้ได้เกินกว่า 70% ของประชากร เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ให้สามารถเปิดเมืองเชียงใหม่ได้อีกครั้ง แต่จนถึง ณ ขณะนี้ รัฐบาลกลับฉีดวัคซีนได้ครบโดสให้คนเชียงใหม่เพียงแค่ 30% เท่านั้น

ในขณะที่รัฐบาลวางแผนเปิดเมืองเชียงใหม่ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ แต่การฉีดวัคซีนให้ประชาชนยังเป็นไปอย่างล่าช้า ทั้งยังเป็นวัคซีนสูตรไขว้ที่มีงานวิจัยรองรับน้อยมาก ถึงประสิทธิภาพและผลกระทบของการฉีดดังกล่าว จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่รัฐบาลจะสามารถเปิดเมืองเชียงใหม่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย และสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจและสาธารณสุขได้

หัวใจของการเร่งเปิดประเทศและเปิดเมืองหลักให้ได้ตามเป้าหมายที่รัฐวางไว้ คือ

1.การเร่งระดมฉีดวัคซีนคุณภาพดีให้กับประชาชน

2.การหมั่นตรวจหาเชื้อเชิงรุก

3.การทำให้ประชาชนในต่างจังหวัดเข้าถึงชุดตรวจ ATK ในราคาถูกได้ ไม่เพียงแค่ 8 จุดในกรุงเทพมหานคร ที่รัฐบาลนำร่องขายชุดตรวจ ATK ในราคา 40 บาท

4.การใช้ความเข้มแข็งของ อสม.เข้ามาช่วยควบคุมการแพร่ระบาด รวมถึงสนับสนุนการทำงานของ อสม.เพิ่มเติม เพื่อให้ อสม.มีความเข้มแข็งมากขึ้น

5.ทบทวนมาตรการการเดินทางข้ามจังหวัดให้มีความเข้มงวดมากขึ้น

เศรษฐกิจของเชียงใหม่พึ่งพิงกับการท่องเที่ยวในสัดส่วนที่ไม่น้อย ยิ่งรัฐบาลเร่งระดมฉีดวัคซีนให้ประชาชน และเร่งควบคุมการแพร่ระบาดไม่ให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆ ได้ ก็จะยิ่งทำให้เกิดความมั่นใจทั้งนักท่องเที่ยวและคนเชียงใหม่เอง ให้พร้อมต่อการเปิดเมืองและเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจ คืนการทำมาหากินให้พี่น้องประชาชนกลับมามีเงินในกระเป๋าอีกครั้ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ส.อ.ท. เผยดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ฟื้นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน หลังรัฐบาลคลายล็อกกิจกรรมทางศก.มากขึ้น
บทความถัดไป‘ไผ่’ เผยพบ ‘บิ๊กป้อม’ ทำเนียบฯเช้านี้ แจงเรื่องทำโพล ชี้ แก้ใช้บัตร ลต. 2 ใบ มีผลกับ ส.ส.-พรรค