ผู้แทนนายกฯ รบ.-ฝ่ายค้าน-สภา-พรรค-นักเคลื่อนไหว แห่วางพวงมาลา อาลัยวีรชน 14 ตุลา

ผู้แทนนายกฯ รบ.-ฝ่ายค้าน-สภา-พรรค-นักเคลื่อนไหว แห่วางพวงมาลา อาลัยวีรชน 14 ตุลา

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว กรุงเทพฯ คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.), มูลนิธิ 14 ตุลา และ 30 องค์กรประชาธิปไตย ร่วมจัดงานรำลึกและปาฐากถา 14 ตุลา ประจำปี 2564 โดยแบ่งกิจกรรมออกเป็น “ช่วงเช้า” ทำบุญ กล่าวรำลึก และปาฐกถา ต่อด้วย “ช่วงบ่าย” วงเสวนาในวาระครอบรอบ 48 ปี 14 ตุลา

อ่านข่าว : รำลึก 14 ตุลา วุ่น! ผู้จัดโวยป้าย ‘ทะลุฟ้า’ ไม่เหมาะ ขอปลดด่วน ญาติวีรชนสวน ผู้จัดไม่เหลียวแล

เวลา 09.00 น. ผู้ร่วมกิจกรรมร่วมวางพวงมาลา และกล่าวรำลึกถึงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 มีบุคคลและองค์กรต่างๆ ร่วมวางพวงหรีดคับคั่ง อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มูลนิธิ 14 ตุลา, กลุ่มทะลุฟ้า, มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย, กรุงเทพมหานคร, มหาวิทยาลัยรังสิต, ญาติวีรชน 14 ตุลา, ประธานรัฐสภา, นายกรัฐมนตรี, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคเพื่อไทย, นายสุธรรม แสงประทุม อดีตเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย, คณะก้าวหน้า, น.ส.รสนา โตสิตระกูล นักรณรงค์ด้านสุขภาพและสิทธิผู้บริโภคแลสันติสุข โสภณสิริ, มูลนิธิพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย,

สหายเขตงานภูซาง, นายเทิดภูมิ ใจดี แกนนำพันธมิตร, พรรคเสรีรวมไทย, คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.), สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.), สหภาพแรงงาน ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แห่งประเทศไทย, พรรคสังคมประชาธิปไตย, พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและเลขาธิการพรรคประชาชาติ, กลุ่มพีมูฟ, พรรคภูมิใจไทย, คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย, สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย, สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์, care คิด เคลื่อน ไทย, เครือข่ายคนรุ่นใหม่นนทบุรี และพรรครวมไทยยูไนเต็ด

น.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ คณะทำงานการเมืองสภาผู้แทนราษฎร และ นายแทนคุณจิตต์อิสระ คณะทำงานประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนวางพวงหรีดจากรัฐสภา

น.ส.ผ่องศรีกล่าวว่า 14 ตุลาคม เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญยิ่ง เป็นความเสียสละของคนจำนวนมาก ที่ริเริ่มจากนิสิต นักศึกษา ร่วมแสดงพลังเรียกร้องประชาธิปไตย เนื่องจากก่อนหน้านั้น การปกครองไม่เป็นประชาธิปไตย มีคณะยึดอำนาจปกครองตนเอง ประกาศใช้กฎอัยการศึก ใช้คำสั่งคณะปฏิวัติในการปกครอง ทำให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา รวมตัวกันประท้วง ความขัดแย้งทาการเมือง ระหว่างรัฐ กับประชาชน ได้ขยายตัว ทวีความรุนแรงขึ้น จนนำไปสู่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 แม้ถูกจับกุมอย่างเด็ดขาด แต่ไม่สามารถหยุดยั้งพลังความคิดได้ นำไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้ฝ่ายประชาธิปไตยได้ชัยชนะเหนือเผด็จการ

“จากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม และอีกหลายเหตุการณ์ ในการชุมนุมเคลื่อนไหวทางการเมืองสะท้อนความจริงว่า การได้มาซึ่งประชาธิปไตย ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องแลกมาด้วยชีวิตจำนวนมาก ปัจจุบันปัญหาของบ้านเมืองงมีมีความซับซ้อนขึ้น การต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เป็นหน้าที่ของพลเมือง ไม่ยอมจำนนต่อสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ประสบการณ์ที่ผ่านมา จะทำให้สังคมไทยได้เรียนรู้ เห็นคุณค่าประชาธิปไตย ในการทำเพื่อส่วนรวม หวังว่าคนไทยในยุคปัจจุบัน จะได้เรียนรู้บทเรียนจากอดีตว่า เราจะพัฒนาประชาธิปไตย สร้างสรรค์ และเดินหน้า ให้ไทยมีประชาธิปไตยที่มีคุณภาพ ยั่งยืนได้อย่างไร ในนามนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ขอร่วมรำลึกถึงเหตุการณ์ 14 ตุลา และขอร่วมรำลึกวีรชนที่เสียสละทุกคน” น.ส.ผ่องศรีกล่าว

จากนั้น ผู้แทนผู้นำฝ่ายค้าน ได้แก่ พรรคเพื่อไทย ร่วมวางพวงหรีด ก่อนกล่าวปาฐกถาใจความว่า จากข้อมูลได้มีการถกเถียงหลายแง่มุม ทำให้เข้าใจปัจจัยและตัวละครที่เปลี่ยนไป แต่มาจากรากเหง้าเดิม หมุนเวียนให้สะท้อนความคิด ในการทำร้ายประชาชน เห็นการใช้อำนาจผ่านระบบโครงสร้าง ปิดกั้นเสรีภาพทางความคิดของลูกหลานรุ่นถัดไป อำนาจอยุติธรรม แม้เปลี่ยนรูปร่าง แต่เนื้อหายังมีรากเหง้าเดียวกัน

ก่อนเชิญชวนร่วมยืนสงบนิ่ง 1 นาที เพื่อรำลึกถึงวีรชน 14 ตุลาคน สืบเนื่องไปถึงวีรชน 6 ตุลาคม 2519 จนถึง 2564 โดยมีการเป่าฮาร์โมนิก้า ทำนองเพลงเพื่อมวลชน ของ จิ้น กรรมาชน และเรียกร้องไปยังรัฐบาล ให้หยุดทำร้ายประชาชน และปล่อยเพื่อนเรา

โดยกลุ่มทะลุฟ้า ร่วมตะโกน “ปล่อยเพื่อนเรา” ดังสนั่น

เวลา 09.08 น. นายอนุชา นาคาศัย ผู้แทนนายกรัฐมนตรี กล่าวรำลึก ความว่า เหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 มีความสำคัญยิ่ง สะท้อนเจตนารมณ์ของคนไทยที่รักประชาธิปไตย ว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง ให้พัฒนาเพื่อสันติสุข คือสิ่งสำคัญยิ่งในมวลมนุษยชาติ ที่ใฝ่ฝัน เสรีภาพ เสมอภาค ภราดรภาพ เน้นความเท่าเทียม มีส่วนร่วม และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ดังนั้น การพยายามให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย จึงต้องอาศัยการทุ่มเท กำลังกาย-ใจ สติปัญญา ความสามารถของคนในชาติร่วมกัน

“วันนี้เมื่อ 48 ปีที่ผ่านมา นิสิต นักศึกษา ประชาชนได้อุทิศเลือดเนื้อแห่งตน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิ และระบอบประชาธิปไตย เรียกร้องรัฐธรรมนูญ อันสำคัญในการมีส่วนร่วมทางการเมือง ในนามผู้แทนนายกฯ และผู้นำรัฐบาล ขอไว้อาลัย และสรรเสริญอุดมการณ์อันมั่นคงของท่าน ย่อมเป็นภาพที่ชัดเจน และจารึกในใจปวงชนทุกยุคสมัย ขออวยพรให้ผู้จัดงาน และประชาชนผู้รักชาติทุกท่าน จงพร้อมใจร่วมสร้างสรรคฺ์ประชาธิปไตยที่ดีงามสืบไป” นายอนุชากล่าว

ต่อมา เวลา 09.13 รองผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ วางพวงมาลาของกรุงเทพมหานคร จากนั้น นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ และผู้แทนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ร่วมวางพวงหรีด

นายวสันต์กล่าวว่า ยินดีและขอบคุณมูลนิธิ 14 ตุลา ที่ให้เกียรติเชิญมาร่วมรำลึกงาน แม้เหตุการณ์ 14 ตุลาคม จะผ่านมา 48 ปี แต่ไม่มีใครลืมเลือน เพราะคือการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่

“วีรชน 14 ตุลา มีทั้งวีรชนที่จากไป และยังมีลมหายใจ ผลพวงจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้อย่างน้อยครั้งหนึ่งสังคมไทย เข้าสู่ยุคประชาธิปไตยที่เบ่งบาน มีการเคลื่อนไหวอย่างกว้างขวาง ไม่เพียงนักศึกษา ยังขยายวงไปถึงแรงงาน อาจกล่าวได้ว่า เสรีภาพเริ่มจาก 14 ตุลา แม้จะไม่นาน แต่จิตสำนึกในสิทธิได้เกิดขึ้นและสืบทอดมา แม้ประชาธิปไตยไทยจะยังไม่ได้ไปถึงไหนก็ตาม และตนคือคนหนึ่งในผลพวง ต้องเร่งสรุปบทเรียน” นายวสันต์กล่าว

เวลา 09.21 น. ผู้แทนญาติวีรชน อ่านบทกวีใจความกล่าวถึงการสละชีพเพื่อเสรี ก่อนร่วมเปล่งเสียง พร้อมชูกำปั้น “เผด็จการออกไป ประชาธิปไตยคืนมา”

ต่อด้วย ประธานมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย นายจำนงค์ หนูพันธ์ ประธานกลุ่ม P-move ในฐานะผู้แทนนักต่อสู้เพื่อสิทธิชุมชน

นายจำนงค์กล่าวว่า เป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองของชาวไทย หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง คือยุคทองของประชาธิปไตย ยุคที่ประชาชนมีความตื่นตัวทางการเมืองสูง แต่สิ้นสุดลงด้วยโศกนาฏกรรมทางการเมือง จากการล้อมปราบ ใน ม.ธรรมศาสตร์ และอีกหลายพื้นที่

“หลังจากฟ้าสีทอง ประชาธิปไตยเป็นของประชาชนในช่วงสั้นๆ มีการเรียกร้องหลายครั้ง ด้วยปัญหาที่ดิน หนี้สิน การรวมตัวชองชาวนา นำไปสู่การจัดตั้ง สหพันธ์ชาวนาชาวไร่ ณ ท้องสนามหลวง 2514 เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์ และแก้ไขปัญหาของชาวนา 23 จังหวัด นับหมื่นคน และมีสมาชิกเคลื่อนไหว 1.5 ล้านคน มีการจัดตั้งสหภาพแรงงาน มีการชุมนุมเรียกร้องค่าแรงที่เป็นธรรม เคลื่อนไหวเข้มข้น และกว้างขวาง การนัดหยุดงานเพิ่มขึ้น ไปร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ กับนักศึกษา สู่ขบวนการ 3 ประสาน นำไปสู่การผลักดันให้เกิด สภานิติบัญญัติแห่งชาติ

เราจะร่วมรำลึกทุกเหตุการณ์ เพื่อสถาปนาอำนาจประชาชน และพัฒนาตามหลักสากล อารยประเทศ หลายชีวิตถึงสูญเสียจากการต่อสู้ เราขอประกาศว่า จะสานต่อเจตนารมณ์การต่อสู้ เพื่อทวงความเป็นธรรมคืนแต่ราษฎรต่อไป ด้วยความคารวะสามัญชน” นายจำนงค์กล่าว

ต่อด้วย ผู้แทนคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย และพรรคสังคมประชาธิปไตย นำโดย นายสาธิต แก้วหวาน

จากนั้น เวลา 09.41 น. ประธานสหภาพรแรงานไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล แห่งประเทศไทย ร่วมวางพวงหรีด พร้อมกล่าวรำลึก ความว่า หลังเหตุการณ์ 14 ตุลา จะเห็นได้ว่า เกิดรัฐประหารหลายครั้ง และทุกๆ ครั้งจะเกิดการจับกุม คุมขัง คนที่มีความคิดเห็นต่าง ออกกฎหมายเพื่อนิรโทษกรรมตนเอง หลังจากรัฐประหารยึดอำนาจ ประชาชนไม่เคยได้รับประโยชน์อะไรเลย ทุกวันนี้เรามีรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร เป็นคนแต่งตั้ง ส.ว. 250 คน ซึ่ง ส.ว.เหล่านั้นก็เป็นคนมาเลือกเขาเอง

วันนี้ครบรอบ 14 ตุลาคม อีกครั้ง วันที่เรามาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพให้ประชาชน วันที่พวกเราขอร่วมระลึกถึงความกล้าหาญของเหล่าวีรชนที่มารวมพลังต่อสู้ เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน และขอสัญญาว่าจะสืบสานเจตนารมณ์ของเหล่าวีรชนทั้งหลายที่ร่วมสร้างประชาธิปไตย

ต่อมา เวลา 09.52 น. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นตัวแทนจากพรรคก้าวไกล กล่าวรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลา ว่า จากอาชญากรรมที่ก่อกำเนิด เป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ต้องค้นหาความจริง เฉกเช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เมื่อปี 2475 เฉกเช่นเดียวกับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม ปี 2519 ที่ประวัติศาสตร์นั้นยังไม่ถูกทำลาย เฉกเช่นเดียวกับ เหตุการณ์พฤษภาคม ที่พวกเรานั้นได้ประสบเหตุการณ์ด้วยตัวพวกเราเอง กับบริเวณ 4 แยกคอกวัวนี้ ไปจนถึงริมสะพานนางเลิ้ง ซึ่งล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ที่การกระทำของรัฐยังไม่ได้ถูกดำเนินคดี สิ่งเหล่านี้เป็นอาชญากรต่อมวลมนุษยชาติ ที่เรายังรอคอยการหาความจริง

นายณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ในกรณีการเคลื่อนไหวของน้องๆ นักเรียน นักศึกษา เยาวชนคนหนุ่มสาว ตลอดกว่า 1 ปีกว่าที่ผ่านมา เป็นสายธารแห่งประวัติศาสตร์ พรรคก้าวไกล ขอคาราวะต่อดวงวิญญาณของผู้เสียสละไม่ว่าจะเป็นจากเหตุการณ์ หรือจากกรณีใดๆ

“ขอคารวะต่อผู้เสียสละที่ปรากฏนาม และผู้เสียสละที่ไม่ได้ปรากฏนาม แม้วันนี้อาจจะไม่ทราบด้วยซ้ำ ว่าร่างของเราในวันนี้ถูกฝัง หรือถูกทิ้งอยู่ที่ไหน ขอคารวะต่อจิตใจของการต่อสู้ และการก่อกำเนิดของพรรคก้าวไกลนั้นก็เกิดขึ้นบนพื้นฐานว่าการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เพื่อประชาธิปไตย เพื่อประวัติศาสตร์ เพื่อการสร้างสังคม เพื่อความเท่าเทียมนั้น เป็นวงล้อที่ยังไม่สิ้นสุด” นายณัฐวุฒิกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เพศศึกษาเรียนเองก็ได้ ผ่านไลน์ TEEN CLUB ถึงเวลา ‘พร้อมค่อยท้อง’
บทความถัดไปหรูหราพลิกสไตล์ มั่นใจที่จะแตกต่าง