‘การบ้าน’เปิดประเทศ รับต่างชาติ ดีเดย์1พ.ย.

หมายเหตุความเห็นภาคเอกชนกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ในประเทศยังติดเชื้อหมื่นรายต่อวัน รวมถึงขั้นตอนต่างๆ ที่ภาครัฐจะต้องดำเนินการนั้น

กรด โรจนเสถียร
นายกสมาคมสปาไทย
ประธานโครงการหัวหินรีชาร์จ ภาคเอกชน

การประกาศเปิดเมืองโดยไม่กักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีการตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR เพียงครั้งเดียว และในอนาคตอาจจะใช้การตรวจหาเชื้อจาก ATK รวมทั้งมาตรการผ่อนคลายด้านต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ภาคเอกชนที่หัวหินคาดหวังเป็นอย่างมากว่า จะทำให้ภาคการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนตัวสนับสนุนเต็มที่ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีสัญญาไว้ว่าจะเปิดประเทศภายใน 120 วัน และถึงวันนี้ ททท.ก็ประกาศชัดเจนว่า 1 พฤศจิกายนนี้ จะเปิดเมืองหัวหินในพื้นที่บลูโซน 86.36 ตารางกิโลเมตร เพื่อรับนักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางเข้ามา

ขณะนี้หัวหินมีแผนคู่มือการปฏิบัติงาน หรือ SOP โดยเฉพาะมาตรฐานความปลอดภัยต้องมีสูงสุด ทุกภาคส่วนต้องเคร่งครัดในระเบียบวินัย หลังจากภาคธุรกิจออกมาขานรับเพื่อสร้างมาตรฐานงานบริการ ขณะที่นายกเทศมนตรีเมืองหัวหินพร้อมทำให้หัวหินกลับมาคึกคัก ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาได้อีกครั้ง

ส่วนการติดเชื้อที่เกิดขึ้นก็ต้องมั่นใจในระบบการสาธารณสุขของจังหวัด ที่มีบุคลากรมีความเข้มแข็งสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็ว ยืนยันว่าไม่มีความกังวล เนื่องจากจำนวนการติดเชื้อในหัวหินสามารถควบคุมได้ จากการสอบสวนโรค การกักตัวกลุ่มเสี่ยงซึ่งทำได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับแผนเผชิญเหตุสำหรับแก้ไขปัญหา จากประสบการณ์ที่ผ่านมาสังคมในเมืองท่องเที่ยวอยู่กับโควิดมาเกือบ 2 ปี การเรียนรู้ในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเป็นเรื่องสำคัญมาก จากนั้นจะมีความเข้าใจเพื่อหาแนวทางการแก้ไข แล้วในที่สุดก็ต้องอยู่ร่วมกับโควิดให้ได้ ต้องทำให้เป็นโรคประจำถิ่น อย่ามองว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้าจะอยู่ได้อีกโดยไม่มีโควิด

แนวโน้มความคึกคักกับกระแสการเปิดเมือง ขอเรียนว่าการทำบุ๊กกิ้ง จะต้องมีความชัดเจนจากภาครัฐ หลังจากนายกรัฐมนตรีประกาศแล้ว แต่ขั้นตอนในการดำเนินงานของภาครัฐ ทั้งกระทรวงการต่างประเทศ หรือ ศบค. ต้องทำงานบูรณาการร่วมกันให้เกิดความชัดเจนก่อน นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้ามา จะมีลักษณะในการขอข้อมูลจากภาคเอกชน แต่ขณะนี้ในประเทศต้นทางยังไม่มีความชัดเจนว่า มีการเปิดเมืองกี่แห่งในวันที่ 1 พฤศจิกายน

เพราะข้อมูลยังไม่ไปถึงกระทรวงการต่างประเทศ หรือรายชื่อโรงแรมในประเทศที่นักท่องเที่ยวจะเข้ามาจอง ก็ควรจะต้องไปปรากฏในแพลตฟอร์มการจองห้องพัก “ชบา” ของ ททท.เรื่องนี้ยังไม่ถูกนำไปขับเคลื่อน แต่ถ้าหากมีข้อมูลพร้อม เชื่อว่าวันนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีความพร้อมจะเข้ามา

ดังนั้น ควรต้องรีบทำให้มีความชัดเจนในขั้นตอนเหล่านี้ เพราะขณะนี้ภาคเอกชนไปจ่อรอที่ปลายทาง และนักท่องเที่ยวก็พร้อมจะมาแล้ว แต่ติดขัดที่การวางระบบ

หากมองในอนาคตการเปิดเมืองให้มีความยั่งยืน สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือ สร้างรายได้ ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือซึ่งกันและกัน หากทำได้จริงเชื่อว่าไม่มีอุปสรรคใดที่ทำให้ฝ่าฟันไปข้างหน้าไม่ได้ หากใช้หลักการนี้ก็จะไม่มีวันที่จะพ่ายแพ้ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น อยากบอกว่าวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ อย่าคิดถอยเพราะถอยไปไม่ได้อีกแล้ว ถ้าถอยอีกจะตกเหว

ดังนั้น ไม่ควรมีใครออกมาพูดว่าจะถอยหรือขอเลื่อน วันนี้ทั้งเมืองกำลังจะแย่ด้วยพิษเศรษฐกิจและกำลังจะหนักยิ่งกว่าพิษโควิด

เพราะฉะนั้นขอให้มองโอกาสข้างหน้าไปไกลๆ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือซึ่งกันและกันจึงจะผ่านพ้นไปได้

ภูมิกิตติ์ รักแต่งาม
นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต

จากการที่รัฐบาลเตรียมเปิดประเทศนั้น ถ้ามองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การควบคุมเฝ้าระวังโรคโควิด-19 อาจจะยาก เพราะว่ามีพื้นที่ติดต่อปริมณฑล การเฝ้าระวังควบคุมโรค อาจใช้แอพพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือติดตามตัวที่มีประสิทธิภาพ

ในส่วนของจังหวัดภูเก็ต ภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ตขอเสนอความเห็นต่อการเปิดประเทศของรัฐบาล

ประการแรก การเดินทางเข้าประเทศ ขอให้ปรับวิธีการตรวจ ใช้วิธีตรวจแบบ RT-PCR เหมือนเดิม แต่แทนที่จะตรวจแบบแยงจมูกเปลี่ยนเป็นตรวจน้ำลายแทนน่าจะดีกว่า อาจต้องให้สาธารณสุขประเมินว่ามีควาแม่นยำมากน้อยแค่ไหน ซึ่งการตรวจน้ำลายจะประหยัดมากขึ้น ตรวจได้ง่ายขึ้น และผู้ตรวจไม่ต้องใส่ชุด PPE ป้องกันไวรัสระหว่างตรวจ ในเรื่องนี้ทีมภูเก็ตได้เสนอไปแล้ว อยากเห็นการตรวจ RT-PCR โดยใช้น้ำลาย

ประการที่สอง การที่ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ที่นั่งบนเครื่องบินนั่งติดกับผู้ติดเชื้อโควิด ซึ่งคนที่เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูงไม่มีเชื้อแต่ต้องถูกกักตัวใน ALQ ต้องจ่ายเงินเอง จะมีกระบวนการไม่ให้ต้องจ่ายค่าเข้าสถานที่กักตัวได้หรือไม่

ขณะนี้ทีมภาคเอกชนภูเก็ตอยู่ระหว่างหารือกรณีหากเปิดแล้ว ถ้ามีเหตุการณ์ระบาดรุนแรงเกิดขึ้นจะควบคุมการแพร่ระบาดโรค แบบไหน อย่างไร จึงมีแนวคิดจัดทำคู่มือขั้นตอนควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 เตรียมการไว้หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นสามารถควบคุมได้อย่างรวดเร็ว

การรับนักท่องเที่ยวเข้ามาไม่จำเป็นต้องเอาจำนวนเหมือนเดิม ควรรับเข้ามาให้เหมาะสมที่เศรษฐกิจเดินได้ ควบคุมการระบาดได้ ใช้โอกาสนี้ปรับวิธีการทำงาน ซึ่งการเปิดประเทศ ไม่ใช่ประเทศไทยที่เปิด ที่ไหนก็เริ่มเปิด และคนฉีดวัคซีนเริ่มเยอะขึ้น ในเวลานี้ต้องการให้กำลังใจรัฐบาล และทุกคนที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกัน อาจมีจำนวนผู้ติดเชื้อเข้ามาได้บ้าง จำนวนนักท่องเที่ยวอาจไม่เยอะ แต่จะทำให้มีการเดินทางเพิ่มขึ้นเศรษฐกิจเดินต่อไปได้ และการเดินทางในประเทศเริ่มมีมากขึ้นแล้ว

ดังนั้น เกมนี้ไม่มีผลลัพธ์ที่สุด แต่น่าจะทำให้ทุกคนเดินไปด้วยกันได้

อาร์ม วงศ์อำไพพิสิฐ
เลขาธิการหอการค้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี

มุมมองในด้านเศรษฐกิจ ตอบรับในทางบวกแน่นอน แต่ทั้งสิ้นต้องขึ้นอยู่กับมาตรการและการควบคุมในระบบสาธารณสุขของไทยที่จะรับมือกับการเปิดประเทศครั้งนี้ได้ โดยต้องมีการเตรียมความ
พร้อม และแผนรองรับในทุกด้าน พร้อมทั้งเร่งให้มีการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชาชนครบตามจำนวนโดส ให้มากที่สุดจนเพียงพอต่อการควบคุมการระบาดได้ และรัฐต้องวางแผนการกระจายรายได้ทางเศรษฐกิจให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน มีกระบวนการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงการระบาด การตรวจ ATK หรือการดูแลเชิงลึก มีระบบการวางแผนกรณีเกิดคลัสเตอร์ใหม่ หรือเกิดการระบาดใหม่ ทั้งกระบวนการดูแล
และกระบวนการรักษา ทำ Standard Operating Procedure : SOP ออกมาอย่างชัดเจนในแต่ละกรณีที่อาจเกิดขึ้น และการเปิดประเทศ โดยคัดเฉพาะประเทศที่มีความเสี่ยงต่ำ ก็เป็นเรื่องที่ดีที่จะลดความเสี่ยงในการเกิดการแพร่ระบาดได้ แต่กระบวนการต่างๆ การคัดกรองจะต้องเข้มข้น และชัดเจนในการเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามา

ส่วนในด้านเศรษฐกิจ อาจต้องส่งเสริมและกระตุ้นอย่างต่อเนื่องจากโครงการต่างๆ ที่ทำออกมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็น คนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน หรือโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการต่างๆ จะต้องมีออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้น สำหรับคนไทยที่จะเริ่มมีการผ่อนคลายต่างๆ ออกมา
ข้อเสนอเพิ่มเติม 1.เร่งฉีดวัคซีนให้ครบ 2 โดส ครอบคลุมประชากรให้มากที่สุด 2.การจัดทำแผน SOP ในทุกกระบวนการความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น 3.การตรวจหาเชื้อเชิงลึก รวดเร็วและทั่วถึง (ATK) 4.การสนับสนุนเศรษฐกิจมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง 5.การช่วยเหลือผู้ประกอบการที่จะเริ่มเปิดบริการ และฟื้นฟู ให้สามารถกลับมาได้เร็ว

6.การกระจายรายได้ให้ทั่วถึงในทุกภาคส่วน ไม่กระจุกอยู่กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

หัสดิน สุวัฒนะพงศ์เชฏ
ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา

การเปิดประเทศตามที่รัฐบาลประกาศ ในมุมของภาคธุรกิจ เห็นด้วยที่รัฐบาลโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงอย่างชัดเจน เรื่องการเปิดประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 แต่จะจำกัดเฉพาะประเทศที่มีความเสี่ยงด้านโควิด-19 ต่ำสุด 10 ประเทศไปก่อนในช่วงเริ่มต้น พร้อมกับกำหนดเงื่อนไขบางประการไว้ เช่น นักท่องเที่ยวหรือผู้ที่เดินทางมาจาก 10 ประเทศนำร่อง จะต้องฉีดวัคซีนครบโดส เดินทางเข้าประเทศทางอากาศ และจะต้องมีหลักฐานแสดงตัวว่าปลอดเชื้อโควิด-19 มาแสดง ซึ่งหากทุกอย่างผ่านหมด ก็จะสามารถเข้าสู่ประเทศไทยและออกเดินทางท่องเที่ยวได้เลย โดยไม่ต้องกักตัวใดๆ

ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะดึงนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้มากขึ้น แต่ในมุมของภาคธุรกิจ รัฐบาลยังไม่ได้กำหนดมาตรการหรือแผนใดๆ ให้ทราบเลยว่า ภาคธุรกิจ สถานประกอบกิจการต่างๆ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเพื่อรองรับการเปิดประเทศ วันที่ 1 พฤศจิกายนนี้

ซึ่งที่ผ่านมา ภาคธุรกิจ-อุตสาหกรรมต้องประสบปัญหากันอย่างหนัก แทบจะไม่มีออเดอร์สั่งสินค้า หรือออเดอร์ผลิตสินค้าเข้ามา ในขณะที่นักธุรกิจหรือนักลงทุนร่วม Company Visit ที่จะมาตรวจสอบสินค้าหรือดูไลน์ผลิตสินค้าใหม่ๆ ก็ติดขัดเงื่อนไขต่างๆ ที่ทำให้ต้องเสียเวลาอย่างมาก เช่น จะต้องผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ก่อนออกเดินทางจากประเทศต้นทาง แล้วจะต้องมาตรวจหาเชื้อที่ประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งการยืนยันผลตรวจของไทยทำได้ค่อนข้างช้า แถมยังจะต้องกักตัวอีก 14 วัน จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นักลงทุนเหล่านี้ เลือกไปลงทุนประเทศที่ติดเงื่อนไขและเงื่อนเวลาที่น้อยกว่า

จึงมองว่ารัฐบาลควรลดข้อจำกัดบางประการลง หรือออกมาตรการที่ยืดหยุ่นกว่านี้ เพื่อให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนหรือทำธุรกิจในไทยได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น อาจให้เหลือแค่ขั้นตอนผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR ก่อนออกเดินทางจากประเทศต้นทาง และมาตรวจ ATK กับ RT-PCR ซ้ำที่ประเทศไทย โดยไม่ต้องให้กักตัว 14 วัน ก็จะช่วยจูงใจนักท่องเที่ยวได้อย่างมาก ส่วนนักธุรกิจและนักลงทุน ก็สามารถมาดูสินค้าดูวัตถุดิบก่อนลงทุนล็อตใหญ่ได้ รวมถึงสามารถทำ Company Visit ได้โดยไม่ต้องเลื่อนกำหนดการออกไป และสำหรับชาวต่างชาตินอกเหนือจาก 10 ประเทศนำร่อง ถ้าหากสามารถปฏิบัติได้ตามมาตรการเงื่อนไขที่รัฐบาลไทยกำหนดไว้ได้ ก็ควรจะผ่อนผันเปิดโอกาสให้สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ด้วยเช่นกัน

ในขณะเดียวกัน การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล ก็ควรจะให้คนในประเทศเดินทางไปมาหากันได้ง่ายขึ้นด้วย เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของรายได้และกระตุ้นเม็ดเงินภายในประเทศ
ส่วนเรื่องการกำหนดพื้นที่ควบคุมเป็นสีต่างๆ สีแดงเข้ม สีแดง สีส้ม สีเหลือง จะต้องดูเงื่อนไขของแต่ละพื้นที่ด้วยว่า สัดส่วนผู้ที่ได้รับวัคซีนมีเท่าไร ให้โฟกัสแต่ละพื้นที่ ไม่ใช่เหมารวมทั้งจังหวัด อย่างเช่นบางจังหวัดมีพื้นที่ไม่พบการระบาดของเชื้อโควิด-19 และประชาชนฉีดวัคซีนได้มากกว่า 70% แต่ก็ต้องถูกจำกัดควบคุมตามมาตรการพื้นที่สีแดงเข้ม จึงเสนอให้พิจารณาเฉพาะพื้นที่ ให้ผ่อนผันเป็นจุดๆ ไป ซึ่งจะช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรมที่ปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด และฉีดวัคซีนให้พนักงานได้มากกว่า 70% สามารถเดินหน้าต่อไปได้ โดยไม่ต้องถูกจำกัดควบคุมตามสีที่รัฐบาลกำหนด

นอกจากนี้รัฐบาลควรกำหนดข้อปฏิบัติให้ชัดเจนโดยเร็ว เพราะเหลือเวลาอีก 15 วันเท่านั้น แต่ยังไม่มีรายละเอียดเงื่อนไขหรือข้อปฏิบัติที่ชัดเจนออกมา ภาคประชาชน และภาคธุรกิจ บริการ ควรจะปฏิบัติตัวอย่างไรให้เข้าเกณฑ์ตามที่รัฐกำหนดก่อนจะเปิดประเทศ ทุกคนทุกสถานประกอบการควรจะต้องรับรู้รับทราบล่วงหน้า จะได้เตรียมตัวตั้งรับได้ทัน

รวมถึงควรมีป้ายประกาศร้านค้าปลอดภัย หรือสถานประกอบการปลอดภัย และออกสมุดประจำตัวให้กับประชาชนด้วย เพื่อแสดงว่าร้านค้า สถานประกอบการ และบุคคลนั้นได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างครบถ้วนแล้ว

ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นได้อีกทางหนึ่ง ทำให้ประชาชนในประเทศและชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามา เกิดความมั่นใจที่ได้มาเที่ยว มาลงทุนที่ประเทศไทย

ละเอียด บุ้งศรีทอง
นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน)

ช่วงนี้เราเตรียมการกันอย่างเต็มที่ หารือกับทุกภาคส่วนเพื่อการจะเปิดประเทศ สิ่งที่ภาคเอกชนเราต้องการอย่างแรกคือ ความชัดเจน เพราะมาตรการต่างๆ ยังอยู่ จึงอยากเห็นการทำงานที่เป็นรูปธรรม การสั่งการของหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง การกำหนดการขออนุญาตเข้าประเทศไทยจากกลุ่มประเทศเสี่ยงต่ำที่จะเข้ามา อยากเห็นเป็นระยะๆ ออกมา เพื่ออัพเดตสายการบินจากกลุ่มประเทศเสี่ยงต่ำ เพื่อทำให้มองเห็น นำไปพิจารณาทำการตลาด สร้างการรับรู้ให้กับคนในประเทศนั้นๆ ว่าสามารถเดินทางมาได้แล้ว

อย่างที่สอง คือ มาตรการผ่อนปรน ทั้งในเรื่องเอกสารต่างๆ ในการขอเข้าประเทศ เฟสแรก หรือไตรมาสที่ 4 นี้คงยังไม่เห็นนักท่องเที่ยวหลักพัน อาจจะแค่หลักร้อย แต่เราได้เห็นความจริงจังของการเปิดประเทศแล้ว อย่างน้อยก็จะมีการเดินทางต่อมาจากภูเก็ต ที่ปัจจุบันมีการกักตัว 7 วัน หากเปิดให้กลุ่มประเทศเสี่ยงต่ำเข้ามา เมื่อถึงไทยอาจกักตัวแค่ 1 วัน พอตรวจเชื้อแล้วพบว่าเป็นลบในคืนที่ 2 ก็ไม่ต้องกักตัวแล้ว

อยากเห็นไทม์ไลน์ของการผ่อนปรนที่ชัดเจน การขออนุมัติหรือการสั่งการจากกระทรวงต่างประเทศที่ชัดเจน การตรวจหาเชื้อแบบ RT-PCR ที่สนามบิน ทุกอย่างต้องชัด การอำนวยความสะดวกจากการท่าอากาศยาน การตรวจคัดกรองต้องรวดเร็ว ไม่ควรเห็นภาพคนแน่นหรือมายืนรอคิวยาวเหยียด เมื่อมาถึงสิ่งแรกคือ การสร้างความประทับใจ เพราะเรื่องเหล่านี้มีความละเอียดอ่อนที่นักท่องเที่ยวต้องการตั้งแต่วันที่ตัดสินใจที่จะมาและวันแรกที่มาถึง

เรื่องค่าใช้จ่ายที่จะมา ตั้งแต่ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก โรงแรม บริษัทประกันของไทยมารับทำเรื่องตั้งแต่ลงเครื่องเลย เพราะหากเกิดเรื่องจะเคลมง่ายกว่า สะดวกรวดเร็วขึ้น ทั้งหมดต้องชัดเจน เพื่อที่ภาคธุรกิจจะได้ทำตลาดต่อ กรมการบินพลเรือน กระทรวงคมนาคม ต้องเดินหน้าให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐให้เร็ว เพื่อมิติที่สมบูรณ์ของขั้นตอนและมาตรการ ที่ภาครัฐจะเอื้อต่อผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะสายการบิน โรงแรม ประเทศคู่ค้าที่จะเป็นพาร์ทเนอร์กัน เฟสแรกเราน่าจะได้เห็นกลุ่มธุรกิจ กลุ่มมารักษาพยาบาล อาจเป็นกรุ๊ปเล็กๆ เพื่อธุรกิจของเขาในประเทศเรา ดังนั้นกระทรวง กรม กอง ที่เกี่ยวข้องต้องรวดเร็วและเข้าใจแก้ปัญหา เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ซึ่งรวมไปถึงเรื่องวัคซีน การเข้าถึงต้องมีแผนชัดเจน การบริหารจัดการระบบสาธารณสุขต่างๆ ที่พร้อมเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว และพร้อมรับทุกเรื่อง ไม่ใช่การให้นักท่องเที่ยวเอาเชื้อโรคมาปล่อยให้เรา

ต้องมีมาตรการรองรับตั้งแต่ประตูบ้าน ลงเครื่องแล้วตรวจพบเชื้อจะส่งไปโรงพยาบาลไหน แอดมิตที่ไหน เราอาจมีศักยภาพของโรงพยาบาลที่ดี แต่ต้องทำ MOU กันไว้ให้เรียบร้อยว่า จะทำอะไร อย่างไร ทันใจ เพื่อความพร้อมเปิดประตูบ้านประตูเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวจริงๆ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon