รัฐบาลเปิด 6 แนวทางพัฒนาเร่งด่วน รองรับการเปิดรถไฟฟ้าจีน-ลาว เชื่อมูลค่าค้าชายแดนเพิ่ม

รัฐบาลเปิด 6 แนวทางพัฒนาเร่งด่วน รองรับการเปิดรถไฟฟ้าจีน-ลาว เชื่อมูลค่าการค้าชายแดนเพิ่มสูงขึ้น

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ติดตามการเตรียมความพร้อมรองรับการเปิดให้บริการเส้นทางรถไฟสายสาธารณรัฐประชาชนจีน และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่จะเปิดให้บริการเดือนธันวาคมนี้ โดยคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ (กบส.) รายงานว่า ได้กำหนดแนวทางสำหรับการดำเนินการในระยะเร่งด่วนและระยะยาวเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคมนาคมขนส่งและการอำนวยความสะดวกด้านศุลกากร เชื่อมต่อการขนส่งสินค้าและการเดินทางระหว่างจีน-ลาว-ไทย พร้อมรับโอกาสทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอีกมาก อีกทั้งจะต่อยอดโครงการด้านอื่นๆ ใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งในภูมิภาค

น.ส.รัชดากล่าวว่า กรอบแนวทางการพัฒนาในระยะเร่งด่วนที่ให้ดำเนินการภายในปี 2564 ได้แก่ 1.การบริหารจัดการการใช้บริการสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ร่วมกับการบริหารจัดการการใช้ทางรถไฟ โดยเพิ่มความถี่การเดินรถไฟและใช้หัวลาก 15 ตันต่อเพลา รวมทั้งได้จัดเวลาการเดินรถไฟใหม่ ให้มีความเหมาะสมและลดความแออัด 2.การจัดเตรียมความพร้อมในด้านกระบวนการและพิธีการศุลกากร ทั้งในด้านอัตรากำลังและอุปกรณ์ต่างๆ จัดซื้อระบบตรวจสอบตู้สินค้าด้วยเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่ (Mobile X-Ray System) การปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ อนุมัติกรมรองรับพิธีการทางรถไฟทุกรูปแบบ 3.การพัฒนาบริเวณพื้นที่หนองสองห้อง เป็นจุดพักคอยของรถบรรทุกสินค้าขาออกบนพื้นที่ประมาณ 50 ไร่

น.ส.รัชดากล่าวว่า 4.การพัฒนาพื้นที่สถานีรถไฟหนองคายให้เป็นพื้นที่ศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าขาเข้าและปรับพื้นที่ เพื่อตั้งเป็นโรงพักสินค้า เพื่อจัดเก็บตรวจปล่อยพิธีการศุลกากรในระยะเร่งด่วน 5.การผ่อนผันการใช้ช่องทางเข้าในราชอาณาจักร เฉพาะการขนส่งสินค้า ณ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 และช่องทางจุดผ่านแดนถาวรสถานีรถไฟหนองคาย 6.การขยายพื้นที่ในการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการเข้าเมือง จากการดำเนินการนี้ จะสามารถรองรับปริมาณสินค้าที่จะเพิ่มสูงขึ้น 354 ตู้ต่อวัน มีขีดความสามารถรองรับรถบรรทุกหมุนเวียนสินค้าเข้า-ออกดำเนินพิธีการศุลกากร 650 คันต่อวัน การตรวจลงตราได้ 3,600 คนต่อวัน

น.ส.รัชดากล่าวว่า สำหรับการดำเนินการระยะยาว จะประกอบด้วย การเร่งเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟ จีน-ลาว-ไทย ให้สมบูรณ์ การก่อสร้างสะพานแห่งใหม่สำหรับการขนส่งระบบราง การพัฒนาศูนย์ขนถ่ายสินค้านาทา จ.หนองคาย การเตรียมพร้อมผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ เป็นต้น

“นายกรัฐมนตรียังมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งผลักดันการเจรจาสิทธิประโยชน์และมาตรการการค้าระหว่างจีน ลาว ไทย ขณะเดียวกันก็เร่งสนับสนุนผู้ประกอบการไทยโดยเฉพาะ SMEs ท้องถิ่นได้ใช้ประโยชน์จากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าความเร็วสูงในการส่งออกสินค้าไปจีนและลาวเพิ่มมากขึ้น ทั้งสินค้าอุปโภค บริโภค และสินค้าทางการเกษตรของไทย เชื่อว่าจะช่วยผลักดันให้มูลค่าการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนของไทยเพิ่มสูงขึ้นด้วย ซึ่งมูลค่าการส่งออกผ่านการค้าชายแดนและผ่านแดนใน 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.2564) สูงถึง 682,184 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 38.03 เปอร์เซ็นต์ เฉพาะมูลค่าการค้าชายแดนและผ่านแดน สปป.ลาว เพิ่มขึ้นถึง 23.93 เปอร์เซ็นต์” น.ส.รัชดากล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon