ทูตรัศม์ ไม่แปลกใจ 5 ชาติอาเซียนถีบพม่าออกวงประชุม แม้ชาติเกรงใจจีน ก็ยังแอบดีใจลึกๆ

ทูตรัศม์ ไม่แปลกใจ 5 ชาติอาเซียนถีบพม่าออกวงประชุม แม้ชาติเกรงใจจีน ก็ยังแอบดีใจลึกๆ สุดท้ายก็เป็นเรื่องผลประโยชน์ หากยอมให้พม่าเข้าร่วม แทบจะเป็นความพังพินาศทางเศรษฐกิจ ลำพังแค่จีน ไม่สามารถทดแทนผลประโยชน์มากมายมหาศาลจากประเทศกลุ่มประชาธิปไตย

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม นายรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตเอกอัครราชทูตไทยใน​หลายประเทศ เจ้าของเพจทูตนอกแถว เขียนข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็น เรื่องอาเซียนตัดสินใจไม่เชิญพม่าเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ช่วงหนึ่ง ระบุว่า

ประการแรกคือ แม้มันจะไม่ง่าย แต่ผมไม่แปลกใจนักกับการตัดสินใจเช่นนั้น

เพราะท้ายที่สุดทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับผลประโยชน์เป็นหลัก ทั้งนี้ การยอมให้ผู้นำทหารพม่าที่น่ารังเกียจของชาวโลกเข้าร่วมการประชุมสุดยอดด้วยน่าจะย่อมหมายถึงความพินาศของอาเซียนในระดับใกล้อวสานเลยทีเดียว

เพราะหลายประเทศคู่เจรจาของอาเซียนคงไม่สามารถยอมรับได้และคงไม่มาร่วมการประชุมด้วย ไม่ว่าจะกลุ่มอียู สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ โดยอาจมีเพียงจีนเท่านั้น แต่ลำพังเพียงแค่จีนก็ไม่สามารถมาทดแทนที่ผลประโยชน์อันมากมายมหาศาลที่ประเทศกลุ่มประชาธิปไตยเหล่านั้นมีต่ออาเซียนได้ และเอาเข้าจริง ก็ไม่มีใครอยากให้จีนมีอิทธิพลการกลายเป็นทางเลือกหลักของอาเซียนนักหรอก

ดังนั้น เมื่อผลประโยชน์ของแต่ละประเทศย่อมต้องมาก่อนเหนืออื่นใด และในเมื่อยากที่จะมีทางเลือกใดอื่น (ซึ่งก็ต้องโทษทหารพม่าเองด้วย) พม่าจึงถูกถีบออกไปจากการประชุมครั้งนี้

(งานนี้ ผมมองว่าพวกประเทศที่เกรงใจจีน เช่น กัมพูชา ลาว และพี่ไทย แอบดีใจลึกๆที่มีอินโดนีเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย ออกหน้าเป็นตัวตั้งตัวตีแทนในการไม่เอาพม่า เพราะก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าถ้าให้พม่าเข้าร่วมก็คือความพินาศของอาเซียน ที่ยังไงนี่ก็ยังเป็นองค์กรที่ให้ประโยชน์ ที่ยังต้องอาศัยพึ่งพาอยู่)

อีกประเด็นที่ผมอยากให้เข้าใจกันคือ แม้อาเซียนจะมีแนวปฏิบัติกฎเหล็กที่จะไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกันเสมอมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในพม่านั้น จะว่าไปก็เป็นครั้งแรกที่สถานการณ์ภายในของประเทศสมาชิกหนึ่งมันมีผลกระทบองค์กรโดยรวมอย่างมาก ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง จนกระทั่งสิ่งนี้หาใช่เรื่องภายในของประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงเท่านั้นอีกต่อไป ซึ่งทุกคนล้วนมีส่วนเสียหายด้วยกันทั้งสิ้นจากวิกฤติการณ์ครั้งนี้ ฉะนั้นผลประโยชน์จึงต้องมาก่อนจนพม่าต้องถูกถีบออกไป อย่างที่บอก

ผมยังบอกด้วยว่าการทำรัฐประหารในพม่านั้นไร้ความชอบธรรมด้วยประการทั้งปวง ไม่ได้มีเหตุอันใดที่จำเป็นเลยแม้แต่น้อย ซึ่งสาเหตุหลักก็เพียงแค่ฝ่ายทหารกลัวการเสียอำนาจ และขุมทรัพย์ธุรกิจมหาศาลต่างๆที่อยู่ในกำมือ เพราะถ้าเป็นประชาธิปไตยเต็มที่ก็จะต้องมีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาลตามมา ซึ่งก็คงทำให้แข่งขันสู้เขาไม่ได้ การทำรัฐประหารในพม่าเนื้อแท้จึงเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัวมากๆของกลุ่มทหาร ที่ไม่เกี่ยวอะไรกับประเทศชาติเลย และที่จริงมีแต่ทำให้ประเทศชาติประสบความหายนะล่มจม เพียงเพราะความโลภโมโทสันของพวกตนเท่านั้น ซึ่งก็คือความเลวบริสุทธิ์นั่นแหละครับ

หันมามองแถวนี้บ้าง เอาเข้าจริงแล้วในตัวเนื้อแท้ สาเหตุหลักการทำรัฐประหาร มันแตกต่างกันกี่มากน้อย? หรือแทบไม่ต่างกันเลย? มีอะไรที่บอกได้ว่าทำเพื่อประเทศชาติจริงบ้าง? และทุกวันนี้มีอะไรที่ประเทศชาติดีขึ้นสักอย่างไหม?

ผมว่าพวกคนที่ทำรัฐประหารก็คงรู้คำตอบนี้ดีอยู่แก่ใจ และก็เข่นเดียวกับประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศนี้แหละครับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon