‘ชวน’ เตรียมถกวิป 2 ฝ่าย 1 พ.ย. ปรับแนวทางพิจารณา กม.ให้ผ่านมากที่สุด ก่อนนัดประชุมสภา 3-5 พ.ย.

29.10.21 | 11:40 น.

‘ชวน’ เตรียมถกวิป 2 ฝ่าย 1 พ.ย. ปรับแนวทางพิจารณากฎหมายให้ผ่านมากที่สุด ก่อนนัดประชุมสภา 3-5 พ.ย.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ออกหนังสือนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 3 ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันที่ 3-5 พฤศจิกายน เวลา 09.30-19.30 น. โดยมีวาระพิจารณาที่สำคัญคือ รับทราบการลาออกจาก ส.ส.ของนายวินท์ สุธีรชัย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) และ น.ส.เพชรชมพู กิจบูรณะ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย และรับทราบรายชื่อ ส.ส.ที่จะเลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส. แทน น.ส.เพชรชมพู คือนางสุเนตตา แซ่โก๊ะ และแจ้งถึงการเสียชีวิตของ พล.ต.ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังชาติไทย และผู้ที่จะเลื่อนขึ้นมาแทนคือนางบุญญาพร นาตุธนภัทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรคพลังชาติไทย

นอกจากนั้น ในวาระการพิจารณา มีร่างกฎหมายสำคัญตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาเสร็จแล้ว จำนวน 3 ฉบับคือ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่…) พ.ศ…. ร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพการสัตว์บาล พ.ศ… และ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ…. และวาระพิจารณาเรื่องด่วน ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอ รวม 7 ฉบับ

ทั้งนี้ ต้องจับตาการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งแก้ไขในสาระสำคัญให้การคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน ซึ่งได้รับความเสียหายแก่ชีวิต ร่างกาย จิตใจ เสรีภาพ อนามัยหรือชื่อเสียง และให้การคุ้มครองสิทธิของผู้รับประโยชน์ในทรัพย์สินที่อัยการร้องขอ ให้ตกเป็นของแผ่นดินให้ชัดเจนและให้การบังคับใช้กับคดีทรัพย์สินที่เกี่ยวกับความผิดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมในการประชุมของสภานั้น นายชวนจะเชิญตัวแทนของกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และวิปฝ่ายค้าน ในวันที่ 1 พฤศจิกายน เพื่อหารือถึงแนวทางการทำงาน โดยเฉพาะการใช้เวลาของสภาให้คุ้มค่าและพิจารณาร่างกฎหมายได้อย่างรวดเร็ว เบื้องต้นอาจมีข้อเสนอเพิ่มเติมนอกจากจำกัดเวลาการอภิปรายของ ส.ส. ที่กำหนดไว้ไม่เกินคนละ 7 นาที แล้วอาจกำหนดโควต้าของแต่ละพรรคเพื่อให้ส่งตัวแทนร่วมอภิปรายในประเด็น เพื่อให้แต่ละครั้งของการประชุมสภา สามารถผ่านการพิจารณาในเรื่องสำคัญให้มากที่สุด จากเดิมที่พบปัญหาว่ามี ส.ส.อภิปรายจำนวนมาก ทำให้การพิจารณาเรื่องสำคัญไม่สามารถพิจารณาได้ทันในการประชุมสภาแต่ละครั้ง