‘อนุชา’ ลงพื้นที่สุโขทัย ติดตามความคืบหน้า ‘กองทุนหมู่บ้าน’ เดินหน้าสานต่อให้ดียิ่งขึ้น

รมต.อนุชา ลงพื้นที่สุโขทัย ติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน กทบ. ยืนยันเดินหน้าสานต่อ กทบ.ให้ดียิ่งขึ้น สร้างฐานรากเศรษฐกิจให้เข้มแข็งด้วยนโยบาย BCG model

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 ตุลาคม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะประกอบด้วย นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายชนะศักดิ์ อัตถาวงศ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอนุรุทธิ์ นาคาศัย ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ลงพื้นที่ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย เพื่อตรวจติดตามการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ในพื้นที่ 6 จังหวัด (กำแพงเพชร ตาก น่าน แพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์) และร่วมกิจกรรม “เพื่อนช่วยเพื่อน กองทุนหมู่บ้านปันน้ำใจ ฟื้นฟูสมาชิกผู้ประสบภัยหลังน้ำท่วม” โดยมีนายวิรุฬ พรรณเทวี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย รายชื่อส.ส.เข้าร่วมงาน จ.สุโขทัยดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ ส.ส.สุโขทัย เขต 1 นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ส.ส.สุโขทัย เขต 2 และนายภูดิท อินสุวรรณ์ ส.ส.พิจิตร เขต 2 นายอนุชา น้อยวงศ์ ส.ส.พิษณุโลก เขต 3 เข้าร่วม

นายอนุชากล่าวว่า กองทุนหมู่บ้านเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลใช้เป็นกลไกหลัก ในการส่งเสริมสนับสนุนการสร้างความเข้มแข็งให้กับหมู่บ้านและชุมชน ซึ่งตลอดระยะเวลา 20 ปีของการดำเนินงาน กองทุนหมู่บ้านสามารถสร้างการมีส่วนร่วมการเรียนรู้การพัฒนาและการพึ่งพาตนเองได้อย่างดี และเป็นศูนย์กลางทางการเงินให้กับสมาชิกและประชาชนในหมู่บ้าน

“จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ฝากความห่วงใยมายังสมาชิกทุกท่าน รวมถึงนายสุพัฒนพงศ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ผมเป็นตัวแทนในฐานะอนุกรรมการกองทุนฯ ลงพื้นที่มาติดตามให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟู เยียวยา พี่น้องกองทุนที่ประสบภัย ตามมติคณะกรรมการกองทุนที่เห็นชอบให้มีการดำเนินโครงการพักชำระหนี้กองทุน เพื่อให้สมาชิกที่เดือดร้อนได้ผ่อนคลายภาระหนี้ ในรูปแบบ ‘เพื่อนช่วยเพื่อน’ ได้อย่างแท้จริง” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

สำหรับโครงการพักชำระหนี้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เป็นมาตรการที่ช่วยผ่อนคลายภาระหนี้ที่มีกับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง โดยสามารถพักชำระหนี้เงินต้น และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปี นอกจากนี้ยังมีการดำเนินการของเครือข่ายกองทุนหมู่บ้านในการร่วมกันระดมเงินทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือ ฟื้นฟูอาชีพ และบรรเทาความเดือดร้อนของสมาชิกและประชาชน ให้สามารถมีกำลังใจในการกลับมาประกอบอาชีพ สร้างงานสร้างรายได้ หลังจากประสบอุทกภัย

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยหลักของเงินหมุนเวียนภายในประเทศเป็นเงินทุนที่มาจากภาคการเกษตร หรือเงินจากดิน ซึ่งนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญจึงมีการกำหนดนโยบายการขับเคลื่อนประเทศโดย BCG model ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการดำเนินงานของกองทุนหมู่บ้านฯ โดยมีส่วนช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มเข็ง สร้างรายได้และขยายโอกาสเข้าหาแหล่งเงินทุน ทำให้เกษตรกรไทยซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนหลักของประเทศมีความเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมกล่าวยืนยันตลอดชีวิตการเมืองตั้งใจทำงานทุ่มเท เพื่อประชาชนมาโดยตลอดไม่เคยพูดให้ร้ายใคร ขอให้คำมั่นสัญญาในฐานะดูแลกำกับกองทุนหมู่บ้านจะเดินหน้าสานต่อนโยบายกองทุนหมู่บ้านให้ดียิ่งขึ้นไปเพื่อสร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี หลุดพ้นจากวงจรความยากจนตามนโยบายนายกรัฐมนตรี

จากนั้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบเงินสมทบทุน และถุงยังชีพ จำนวน 400 ชุด ให้แก่สมาชิกผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ อ.กงไกรลาศ จ.สุโขทัย และเยี่ยมชมนิทรรศการกองทุนฯ ก่อนเดินทางกลับ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon