หน้าแรก การเมือง ก้าวไกล ชวนจั...

ก้าวไกล ชวนจับตา ‘ประยุทธ์’ งุบงิบแก้เงื่อนไข รถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน

30.10.21 | 12:49 น.

‘พิจารณ์’ ชวนจับตา ‘ประยุทธ์’ งุบงิบแก้เงื่อนไขรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ตามใจ ‘ทุนใหญ่’ เอาปชช.เป็นตัวประกัน แบ่งจ่ายค่าสิทธิ์การเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิ่งก์ กว่าหมื่นล้านเป็น 6 งวด เอกชนไม่ต้องควักกระเป๋าให้เข้าเนื้อ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ตุลาคม ที่พรรคก้าวไกล (ก.ก.) นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก.ก. กล่าวว่า กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ช่วยเหลือเอกชนคู่สัญญาในโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) ยอมขยายเวลาชำระเงินเงินตามเงื่อนไขสัญญาร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน ถือเป็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญด้วยผลประโยชน์ของชาติ และนำประชาชนเป็นตัวประกัน เพราะในมติครม. ระบุว่าหากเอกชนคู่สัญญาไม่สามารถรับโอนการเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิ่งก์ได้ภายในวันที่ 24 ตุลาคมได้ก็อาจจะต้องหยุดการให้บริการ เพราะการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ไม่ได้เตรียมคนและงบประมาณไว้ เป็นการยอมให้เอกชนคู่สัญญารับสิทธิ์การเดินรถไปก่อน แม้จะยังไม่ได้ชำระเงิน 10,671 ล้านบาท ครบตามเงื่อนไขก็ตาม


“มูลค่าการลงทุนทั้งหมดคือ 224,544 ล้านบาท ที่เอกชนลงทุนไปก่อนและจะต้องสร้างเสร็จใน 5 ปี แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือส่วนที่ 168,718 ล้านบาท การลงทุนด้านการโยธา และการทำรถไฟความเร็วสูงต่างๆ ส่วนที่ 2 คือ 45,155 ล้านบาท การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ และการสนับสนุนงานบริการให้ผู้ใช้บริการรถไฟ และส่วนที่ 3 10,671 ล้านบาท ค่าสิทธิ์การเดินรถแอร์พอร์ตเรลลิ่งก์ที่เป็นปัญหา” นายพิจารณ์ กล่าว

นายพิจารณ์ กล่าวต่อว่า 1.โครงการนี้มีความผิดปกติตั้งแต่เริ่มการประมูล ที่กำหนดรูปแบบการประมูลที่มัดเอาโครงการรถไฟความเร็วสูงและการบริหารที่ดินมาไว้ด้วยกัน มีการกำหนดค่าสิทธิ์ในการบริหารแอร์พอร์เรลลิ่งก์ที่ผลักดันหนี้ก้อนโตกว่า 2 หมื่นล้านบาทให้กับภาครัฐ 2.หลังการเปิดซองประมูล และได้ผู้ชนะแล้วก็กินเวลาไปอีกเกือบปีกว่าจะให้ลงนามสัญญา และปรากฏการแก้ไขสัญญาที่เรียกว่า ลด แลก แจกแถม ทั้งเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่างๆ และลดค่าปรับต่างๆ 3.หน่วยงานรัฐพยายามปกปิดข้อมูล เพราะในการประชุมบอร์ดอีอีซี เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ไม่เปิดเผยเรื่องหนังสือสัญญาโครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน และในมติครม. ไม่ระบุว่าสรุปแล้วเอกชนคู่สัญญานั้น ได้หารือรายละเอียดและมีข้อเรียกร้องอย่างไร บอกเพียงว่าเอกชนได้รับผลกระทบจากโควิด-19 มีผู้ใช้บริการลดลง โดยไม่ชี้แจงว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นเท่าไหร่ และทำไมต้องได้รับการเยียวยาจำนวนเท่านี้ จนเรารับรู้ผ่านการแถลงของเลขาธิการบอร์ดอีอีซี เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ว่าเซ็นบันทึกข้อตกลง หรือเอ็มโอยูไปแล้ว 1 วันหลังมติครม. และ4. เจตนาที่จะใช้ประชาชนเป็นตัวประกัน โดยไม่เห็นความพยายามแก้ปัญหา และหาทางออกให้กับประเทศ

รองหัวหน้าพรรคก.ก. กล่าวว่า การกระทำทั้งหมดเป็นสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องจับตาต่อจากนี้ คือ คณะทำงานที่ประกอบด้วย รฟท. สำนักงานอีอีซี และคณะกรรมการกำกับดูแลสัญญา ที่จะต้องพิจารณาว่าจะขยายเวลา และแก้ไขสัญญาอย่างไร แต่หากดูยอด 10,671 ล้านบาท ซึ่งจ่ายไปก่อนหน้านี้แล้ว 1,067 ล้านบาท และเหลือ 9,603 ล้านบาท ซึ่งตนไม่ทราบว่าเอกชนเรียกร้องอะไรบ้าง แต่จากข้อมูลที่ปรากฏผ่านสื่อรายหนึ่งทราบว่า เอกนชนคู่สัญญาขอแบ่งจ่าย เป็น 6 งวด ระยะเวลา 6 ปี โดยงวดแรกเอกชนขอเริ่มจ่ายเมื่อโควิด-19 หมดไป และเมื่อภาครัฐยกเลิกมาตรการที่ส่งผลต่อจำนวนผู้โยสารแอร์พอร์ตเรลลิ่งก์ นอกจากนี้ยังเป็นการจ่ายแบบบอลลูน คือช่วงปีแรกๆ จะจ่ายน้อยๆ และมาปูดก้อนโตในปีสุดท้าย หมายความว่ากลุ่มทุนนี้แทบจะไม่ได้ควักเงินจากกระเป๋าตัวเอง เพื่อมาจ่าย 9,603 ล้านบาทนี้เลย แต่จะเป็นการนำรายได้ที่เกิดจากการเดินรถแล้วแบ่งมาจ่ายค่าสิทธิ์นี้

Advertisement

นายพิจารณ์ กล่าวว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ ยอมให้มีรูปแบบการจ่ายเงินแบบนี้ นี่คือการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนนี้มากมายมหาศาล การร่วมทุนระว่างภาครัฐและเอกชน ต้องเป็นการแบ่งทุกข์ เฉลี่ยสุข เพื่อรับความเสี่ยงร่วมกัน แต่หากพล.อ.ประยุทธ์ ทำแบบนี้ จะเท่ากับรัฐบาลและประชาชนจะแบกรับความทุกข์ไว้ แต่ความสุขจะตกอยู่ที่เอกชนคู่สัญญา พรรคก.ก. จะติดตาม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และประชาชน โดยในวันที่ 1 พฤศจิกายน จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร คณะอนุกรรมาธิการติดตามงบประมาณการลทุนขนาดใหญ่ ที่มีนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก.ก. เป็นประธานฯ จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจง นอกจากนี้ ตนยังได้ยื่นขอเอกสารเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น หนังสือหารือร่วมกับบริษัทเอกชนคู่สัญญาที่ขอปรับปรุงเงื่อนไขสัญญา ชวเลขบันทึกการประชุมบอร์ดอีอีซี ของวันที่ 4 ตุลาคม และบันทึกข้อตกลงระหว่าง รฟท. และบริษัทเอกชนคู่สัญญา ตนอยากให้นายกฯ ยึดเอาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นที่ตั้ง