คนรุ่นใหม่ แห่สดุดี ‘15 ปี นวมทอง’ วรชัย ชี้ ทำให้เด็กสานต่อ ‘แก้วตา’ ขอโทษ ปปช. ธิดา จี้ ‘จารึกใน ปวศ.’ หวั่นสดมภ์ถูกอุ้มหาย
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม ในวาระครบรอบ 15 ปี การเสียชีวิตของ นายนวมทอง ไพรวัลย์ อดีตพนักงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผู้กระทำอัตวินิบาตกรรมด้วยการขับรถแท็กซี่ชนรถถัง เพื่อประท้วงการทำรัฐประหาร ปี 2549 ก่อนผูกคอปลิดชีพตนเองหน้าสำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2549

เวลา 13.00 น. ที่ สดมภ์อนุสรณ์นวมทองไพร์วัลย์ ใต้สะพานลอยหน้าสำนักงานใหญ่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศงานรำลึกปีที่ 15 มีการติดตั้งป้ายไวนิลสีแดง ที่ด้านหน้าสดมภ์อนุสรณ์ ระบุข้อความ “รำลึก 15 ปี นวมทอง ไพรวัลย์” มีผู้มาร่วมงานมากกว่าปีที่ก่อนหน้า โดยแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) อาทิ นางธิดา ถาวรเศรษฐ, นพ.เหวง โตจิราการ, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์, นายก่อแก้ว พิกุลทอง, นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย (พท.) และแกนนำคนเสื้อแดง พร้อมด้วยภรรยา เดินทางมาถึงก่อนเข้าทักทายนางบุญชู ไพรวัลย์ ภรรยาของนายนวมทอง ที่มาพร้อมลูกสาว

ขณะที่ตัวแทนพรรคการเมือง ทยอยนำพวงหรีดมาร่วมรำลึก อาทิ น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หนึ่งในแกนนำคณะ Re-solution ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล และตัวแทนพรรคเพื่อไทย นอกจากนี้ ยังมีนักกิจกรรมที่ยังคงต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย อาทิ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นายโชคดี ร่มพฤกษ์ หรืออาเล็ก และสมาชิกกลุ่มศิลปินเพลงเพื่อราษฎร ตัวแทนนักกิจกรรมรุ่นใหม่ อาทิ กลุ่มทะลุฟ้า กลุ่มราษฎรเชียงราย ซึ่งเดินทางมาร่วมงาน พร้อมกล่าวรำลึก โดยบางส่วนแต่งกายด้วยชุดแฟนซีสีดำให้เข้ากับเทศกาลฮัลโลวีนอีกด้วย ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบเฝ้าสังเกตการณ์รอบบริเวณ

เวลา 13.04 น. นางธิดากล่าวว่า ขอแจ้งว่าคุณณัฐวุฒิมีเรื่องด่วน คุณพ่อของภรรยาคุณณัฐวุฒิ เสียชีวิตเมื่อ 11.00 น. คุณณัฐวุฒิจึงไปต่างจังหวัด ทำให้มาร่วมงานไม่ได้
นางธิดากล่าวต่อว่า ฝากทุกคนช่วยกันดูแล สดมภ์ที่สร้างขึ้น คืออนุสรณ์ของสามัญชน ไม่ใช่ปัญญาชน ลุงนวมทองคือมวลชนพื้นฐาน แต่รู้ถึงความอันตรายของการรัฐประหารปี 2549 จึงออกมาด้วยตัวคนเดียวเพื่อแสดงสัญลักษณ์ของการต่อต้าน เพื่อให้เห็นความเลวร้าย โดยเลือกที่จะเสียชีวิตในเดือนตุลาคม เลือกวันนี้เป็นวันสุดท้าย เลือกว่าจะตายอย่างไร เราไม่สนับสนุนการทำอัตวินิบาตกรรม แต่อยากให้ประชาชนไทยได้เข้าใจว่า ‘ลุงนวมทองเป็นวีรชนประชาธิปไตยคนแรก’ ของยุคการทำรัฐประหารปี 49 ช่วง 10 กว่าปีนี้ นี่เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่ง และตอกย้ำให้เห็นว่า จิตใจคิดต่อสู้ กล้าเสียสละ แม้แต่ตัวคนเดียวก็พยายามจะทำ นี่เป็นแบบอย่างที่ควรจะต้องมีโอกาส ‘จารึกในประวัติศาสตร์’
“เขาคนเดียว เขาก็จะทำ ต้องการลบคำสบประมาทว่า ไม่มีใครยอมเสียสละชีวิตเพื่อระบอบประชาธิปไตยได้
ถ้าไม่มีคำลบหลู่ดูหมิ่น ลุงนวมทองก็คงไม่เสียชีวิต ดังนั้น จึงอยากจะฝากไปให้ผู้คนในกองทัพและคนที่มีส่วนในการทำรัฐประหารตลอดมา ได้รับรู้ว่า ประชาชน คนที่รักประชาธิปไตย ยินดีที่จะพลีชีพ ลุงนวมทองเป็นวีรชนคนแรกของการทำรัฐประหารยุคหลัง
สำหรับพวกเรา การก่อเกิดของประชาชนต่อต้านรัฐประหาร ไม่ว่าจะเป็น นปก. และ นปช. วีรชนที่แท้จริงคนแรกคือลุงนวมทอง เราจึงต้องมาที่นี่ มาเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ร่วมกับเราในการรำลึก เป็นแบบอย่างของคนรุ่นต่อไปในการยอมเสียสละเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า ประชาชนนั้นต้องการระบอบประชาธิปไตย และยินดีพลีชีพ
ขณะเดียวกัน ก็ต้องการฝากไปให้ส่วนของกองทัพ จารีตนิยม และอำนาจนิยมได้รู้ไว้ด้วยว่า อย่าดูหมิ่นประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตยและยินดีพลีชีพ ‘มีจริง’ คนเดียวก็ทำได้ วันนี้เราจึงมาร่วมกันจัดงานรำลึก แต่เราต้องรำลึกทุกวันไม่ใช่เฉพาะวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนแท็กซี่ รวมทั้งคนอื่นๆ ขอให้ได้มาหากมีโอกาสวันไหน เพราะไม่รู้ว่าสดมภ์นี้จะอยู่ได้อีกนานเท่าไหร่ ไม่รู้จะถูกหาเรื่องย้ายเหมือนกับอนุสาวรีย์หลักสี่หรือเปล่า แต่นี่คืออนุสรณ์สำหรับสามัญชน คนรักประชาธิปไตย” นางธิดากล่าว
ขณะที่ ราษฎรเชียงราย ชูป้ายอยู่ด้านหลัง ยกเรียกร้องยกเลิก มาตรา 112

ต่อมา เวลา 13.12 น. น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ หรือแก้วตา ว่าที่ผู้สมัครพรรคก้าวไกล หลานสาว พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกรัฐนตรี กล่าวว่า วันนี้ไม่ได้เตรียมมาพูด แต่รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาร่วมไว้อาลัยลุงนวมทอง ดิฉันมีเรื่องต้องกราบขอโทษพี่น้องประชาชนอีกครั้งในการที่ครอบครัวได้มีส่วนร่วมในการรัฐประหาร ยุคคณะราษฎร ในภายหลังมา เมื่อฉันได้เรียนรู้ ก็ได้ทราบว่าการรัฐประหารนั้นเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน และประชาธิปไตย ทุกครั้งที่มีการรัฐประหาร เราก็จะได้ธรรมนูญกึ่งเผด็จการมา หลังการรัฐประหารของจอมพล ผิน ชุณหะวัณ เราได้รัฐญธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย คล้ายกับรัฐธรรมนูญปี 60 ความแตกต่างคือ รัฐธรรมนูญ 60 ถูกแต่งตั้งโดยสภาสูงของ คสช.
“รัฐประหารทำให้ประเทศไทยถอยหลังไปทุกก้าว ในทุกครั้ง กว่าจะได้สิทธิเสรีภาพคืนมาต้องต่อสู้นองเลือด คนเสียชีวิตจำนวนมาก เช่น 14 ตุลา พฤษภาทมิฬ และการต่อสู้อื่นอีกยิบย่อย เช่น คุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ดิฉัน ต้องขอสดุดีผู้กล้าผู้รักประชาธิปไตย ที่สละชีพ ให้กับสิทธิเสรีภาพของประชาชนคนไทยทุกคน” น.ส. ธิษะณากล่าว

ด้าน นายวรชัย เหมะ กล่าวว่า ตนออกจากคุกมา ก็ไม่ได้เจอพี่น้องมากมายเท่าไหร่ วันนี้มีโอกาสอันดี เป็นครั้งแรกที่ได้มาเจอพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยและแกนนำทุกท่าน รู้สึกดีใจอย่างยิ่ง
“ผมมีความรู้สึกว่า ลุงนวมทองเป็นคนที่คิด มอง เห็นยาวไกล ว่าทำไมท่านจึงกล้าทำอย่างนี้ หัวใจผู้รักประชาธิปไตย คิดว่าทำอย่างนี้แล้วจะทำให้คนทั่วประเทศคิดว่า ‘ประชาธิปไตยเป็นสิ่งสำคัญอย่างไร แม้แต่ชีวิตก็มอบให้คำว่าประชาธิปไตย’ เขาเห็นการณ์ไกลว่า ถ้าปล่อยให้เผด็จการบริหาร ประเทศชาติฉิบหายมาจนวันนี้ นี่คือความคิดที่ก้าวหน้าของคุณลุงนวมทอง เด็กๆ รุ่นใหม่ออกมา เขาก็เห็นว่าไม่มีอนาคต ปล่อยให้รัฐบาลประยุทธ์เผด็จการอยู่อย่างนี้ เขาจะย่ำแย่ไปเรื่อยๆ ดังนั้น เขาจึงลุกขึ้นมาต่อสู้ ในวันนี้พวกเราต้องให้กำลังใจเด็กๆ” นายวรชัยกล่าว
ด้านผู้ร่วมงานต่างปรบมือให้กำลังใจเยาวชน
นายวรชัยกล่าวต่อว่า ลุงนวมทองทำให้เด็กสานต่อ มองเห็น ให้คนไทยทั้งประเทศตาสว่าง ว่าศัตรูของประชาชนคือใคร
“วันนี้พวกเราทุกคนขอสดุดีด้วยใจจริงๆ คนอย่างนี้มีไม่กี่คนในโลก ลุงนวมทองเป็นคนหนึ่ง วันนี้ ต่อไป และทุกวัน เราจะคิดถึงลุงนวมทองทุกวัน ขอสดุดี คารวะด้วยหัวใจ” นายวรชัยกล่าว

ก่อนรายอื่นร่วมกล่าวรำลึก และเข้าสู่พิธีถวายสังฆทาน และผ้าไตรจีวรแด่พระสงฆ์ 4 รูป
เวลา 14.05 น. ผู้ร่วมงานวางพวงมาลา หน้าสดมภ์อนุสรณ์ลุงนวมทอง โดยเริ่มจากภรรยา และบุตรสาว วางพวงมาลา ครอบครัวไพรวัลย์ ต่อด้วย นายวีระกานต์, นพ.เหวง นางธิดา ตามด้วย นายก่อแก้ว นายวรชัย ทั้งนี้นายณัฐวุฒิ ส่งตัวแทนมอบพวงหรีดร่วมรำลึกแทนเนื่องจากติดภารกิจ โดยเมื่อวางพวงมาลา มีการโค้งคำนับสดมภ์อนุสรณ์ร่วมกัน จากนั้น เปิดให้ประชาชนและนักกิจกรรมเข้ามาร่วมวางดอกไม้ พวงมาลัยต่อไป


