09.00 INDEX อ่านโพล ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านสถานะ ใน พลังประชารัฐ
รูปธรรมอันสะท้อนถึงความขัดแย้งและการเห็นต่างระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พรรคพลังประชารัฐ มิได้อยู่ที่การสัประยุทธ์โดยตรงกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เพียงอย่างเดียว
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ การดำรงอยู่ของ พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ “แคนดิเดต” นายกรัฐมนตรี
คำถามที่ยังไม่มีความแจ่มชัดในคำตอบไม่ว่าจะมาจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่ว่าจะมาจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ก็คือ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจะมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คนเดียว
หรือว่ามีหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีเพิ่มเข้ามาอีก 1 หรือ 2 คน ตามที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรม นูญได้เปิดให้ไว้
แม้ว่าพรรคพลังประชารัฐจะยังรับปากว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์ โอชา คือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค แต่ก็มีความลังเล
และไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเป็นเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
นี่ย่อมเป็นสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปและแตกต่างไปจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562
หากจำกันได้ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 มีความพยายามภายในพรรคพลังประชารัฐที่จะเสนอชื่อ นายอุตตม สาว นายน ประกบกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยืนยันที่จะให้มีชื่อของตน เพียงผู้เดียวทุกอย่างก็เป็นไปตามความปรารถนา
ทุกอย่างจึงดำเนินไปตามคำขวัญที่ปล่อยออกมาก่อนการเลือก ตั้งในกระสวนแบบ “เลือกความสงบ จบที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”
ผลที่ปรากฏออกมาโดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคใต้ก็คือ ชัยชนะของพรรคพลังประชารัฐอยู่บนรากฐานจากชื่อ
เสียงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยตรง
หากประเมินผ่านผลโพลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคใต้จากจำนวน ส.ส. 14 คนมีเพียง 4 คนเท่านั้นที่ยังมีโอกาสก็เด่นชัดว่าการ เมืองได้เปลี่ยนไปแล้วโดยพื้นฐาน
นั่นคือชื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่อาจขายได้
หากดูจากผลโพลของ “นิด้า” เมื่อเดือนกันยายนและผลโพลของ “สวนดุสิต” ในเดือนตุลาคมก็จะเห็นอย่างเด่นชัด
ในสภาพ “ขาลง” ทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

