‘กกต.’ ยกคำร้อง ‘เฉลิมขวัญ’ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.กาฬสินธุ์ หลังถูกร้องรู้เห็นเป็นใจปล่อย ‘หญิงหน่อย’

2.11.21 | 13:37 น.

 

‘กกต.’ ยกคำร้อง ‘เฉลิมขวัญ’ อดีตผู้สมัครนายก อบจ.กาฬสินธุ์ หลังถูกร้องรู้เห็นเป็นใจปล่อย ‘หญิงหน่อย’ ปราศรัยหลอกลวงจูงใจคนลงคะแนน พบเป็นวิธีหาเสียงทั่วไป เปรียบเทียบราคาข้าวท้องถิ่นกับ กทม.-เสนอนโยบายแก้จนเท่านั้น

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่คำวินิจฉัยกรณีก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง กกต.ได้รับคำร้องว่า นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้ถูกร้องที่ 1 และคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียง ผู้ถูกร้องที่ 2 กระทำการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นมาตรา 65 (5) คือผู้ถูกร้องที่ 1 ก่อ สนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจให้ผู้ถูกร้องที่ 2 หลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนให้แก่ตนเอง ทั้งนี้ กกต.พิจารณารายงานการไต่สวนตลอดจนพยานหลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ผู้ร้องกล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2563 เวลา 13.00 น. ที่ตลาดนัดโคกระบือ ตำบลสมเด็จ อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ ผู้ถูกร้องที่ 1 รู้เห็นเป็นใจให้ผู้ถูกร้องที่ 2 ปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งหลอกลวงหรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเอง จำนวน 4 ประเด็น โดยประเด็นที่หนึ่ง ผู้ถูกร้องที่ 2 ปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งว่า “หน่อยจะซื้อข้าวเปลือกเขา 20 บาท 2 กิโล เป็น 1 ข้าวสาร ก็ 40 บาท แต่ข้าวสารไปขายอยู่กรุงเทพฯ โลละ 80 บาท” ประเด็นที่ 2 ปราศรัยว่า “ซื้อข้าวเปลือกเขานี่แหละ 20 บาท 2 กิโล เป็น 1 ข้าวสาร 1 กิโล ก็แค่ 40 บาท เขาไปขายในกรุงเทพฯ 80 บาท ขายในนี้เข้าไปขายในเมืองหน่อยก็ดูเหอะ ถ้าข้าวทุ่งกุลา 70-80 บาท”

ประเด็นที่ 3 ปราศรัยว่า “คนในเมืองซื้อโลละ 80 บาท” และประเด็นที่ 4 ปราศรัยว่า “ดังนั้น เราจะต้องใช้กลไกของ อบจ.ที่เราได้ร่วมกันทำนโยบายออกมาว่าต่อไปไม่ต้องผ่านโรงสี พ่อค้าคนกลาง ให้เขากดราคาเรา คนใจร้ายใจดำไม่ต้องไปผ่านแล้ว อบจ.จะทำหน้าที่ขายข้าวนะคะ” จากการไต่สวนรองปลัด อบจ.กาฬสินธุ์ ให้ถ้อยคำว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในหน้าที่และอำนาจของ อบจ. ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด 2540 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 5) 2562 มาตรา 50 ประกอบ พ.ร.บ.กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรา 17 (15) ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง ได้แก่ การพาณิชย์ การส่งเสริมการลงทุน และการทำกิจการไม่ว่าจะดำเนินการเอง หรือร่วมกับบุคคลอื่น หรือจากสหการ

ขณะที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน 4 คน ให้ถ้อยคำสอดคล้องกันว่า การปราศรัยลักษณะดังกล่าวเป็นวิธีการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไป ข้อความที่ผู้ถูกร้องที่ 2 ปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งตามประเด็นที่ 1-3 เป็นการกล่าวเปรียบเทียบราคาข้าวสารในท้องถิ่นกับราคาข้าวสารในกรุงเทพฯ โดยมีการเสนอนโยบายเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความยากจน และการแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางเกษตรที่ตกต่ำให้แก่ประชาชนในจังหวัดกาฬสินธุ์ ส่วนประเด็นที่ 4 ซึ่งเป็นข้อความที่ต่อเนื่องจากทั้ง 3 ประเด็นดังกล่าว เห็นว่าผู้ถูกร้องที่ 2 ปราศรัยหาเสียงเลือกตั้งด้วยการเปรียบเทียบราคาข้าวสารในท้องถิ่นกับราคาข้าวสารในกรุงเทพฯ และได้ประกาศนโยบายในการแก้ไขปัญหาราคาข้าวสารของท้องถิ่น โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดจะเป็นผู้ขายข้าว ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถกระทำได้ เพราะอยู่ในอำนาจและหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบบัญญัติไว้ ข้อเท็จจริงจึงยังรับฟังไม่ได้ว่า ผู้ถูกร้องที่ 1 ก่อ สนับสนุนหรือรู้เห็นเป็นใจให้ผู้ถูกร้องที่ 2 หลอกลวง หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิลงคะแนนให้แก่ตนเอง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

Advertisement