ธรรมนัส เอฟเฟ็กต์ สะเทือน จักรทิพย์ ชัยจินดา กระทบ ‘ประยุทธ์’

3.11.21 | 13:00 น.

คอลัมน์หน้า 3 : ธรรมนัส เอฟเฟ็กต์ สะเทือน จักรทิพย์ ชัยจินดา กระทบ ‘ประยุทธ์’

การถอยจากผู้สมัครชิงตำแหน่ง “ผู้ว่าฯกทม.” ของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา สะท้อนความขัดแย้งภายในของ “รัฐบาล” อย่างเด่นชัด

นี่คือผลจากสถานการณ์ 8 กันยายน

ด้านหนึ่ง สถานการณ์ 8 กันยายนเป็นความต่อเนื่องจาก “พลังแค้น” อันปะทุขึ้นในห้วงแห่งญัตติขอเปิดอภิปราย “ทั่วไป” เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ

เหมือนกับเป็นเรื่องส่วนตัวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แต่เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี จึงใช้อำนาจตามมาตรา 171 ในการจัดการกับปัญหาและความหงุดหงิด

Advertisement

ปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์

ปัญหาระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ จึงกลายเป็นปัญหาในทางการเมือง

กระทั่งสะเทือนถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา

ต้องยอมรับว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่จะลงสมัครชิงตำแหน่ง “ผู้ว่าฯกทม.” ตามแผนของการกุมอำนาจทางการเมือง

เพราะร่วมกันมาตั้งแต่หลัง “รัฐประหาร”

แม้ทาง คสช.จะส่ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ให้นำร่องเข้ามาในตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.โดยอำนาจมาตรา 44

กระนั้น หากมีการเลือกตั้งก็จะให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา สืบต่อ

ในเบื้องต้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ก็ดำเนินการเคลื่อนไหวอย่างเงียบและเปิดเผยผ่านคณะทำงานอย่างต่อเนื่อง

ประเมินว่าใช้ทุนไปแล้วไม่ต่ำกว่า 200 ล้านบาท

แต่แล้วเมื่อผ่านสถานการณ์ในวันที่ 8 กันยายน สายสัมพันธ์ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ก่อให้เกิดปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ

และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ก็กลายเป็น “เหยื่อ”

สภาพการณ์จากสถานการณ์วันที่ 8 กันยายน ต่อเนื่องมายังการเคลื่อนไหวในสถานการณ์เมื่อวันที่ 25 กันยายน ณ ทำเนียบรัฐบาล

สะท้อน “รูปธรรม” ว่า “ปัญหา” ยังดำรงอยู่

และยิ่งเมื่อผลการประชุมพรรคพลังประชารัฐในวันที่ 28 ตุลาคมออกมาในลักษณะเน้นย้ำการดำรงอยู่ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์

จึงตอกย้ำว่ายังมี “เอฟเฟ็กต์” ที่จะตามมาอีก

กรณีของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อาจเป็นตัวอย่างที่สะท้อนปัญหาและปมอันเนื่องจากการชิงการนำระหว่าง 2 นายตำรวจใหญ่

นั่นก็คือ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา

แต่กล่าวอย่างถึงที่สุดแล้วก็เท่ากับยืนยันปัญหาและการชิงการนำระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

เมื่อกลับจาก “สกอตแลนด์”ความขัดแย้งก็จะยิ่งแหลมคม

เป็นความแหลมคมในขณะที่การขับเคลื่อนในทางการเมืองของพรรคเพื่อไทยดำเนินไปด้วยความเข้มข้น คึกคัก เป็นเอกภาพ

ช่วงชิงในการกำหนด “วาระ” ทางการเมือง

เป็นการกำหนดวาระอันสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางที่ร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ภายใน “พลังประชารัฐ” มากด้วย “ปม” และปัญหา