‘อนุทิน’ เผยเปิดประเทศยังไร้ปัญหา เร่งตรวจ RT-PCR แจ้งผลโดยเร็ว มั่นใจคลัสเตอร์เชียงใหม่คุมได้

3.11.21 | 10:46 น.

‘อนุทิน’ เผยเปิดประเทศยังไร้ปัญหา เร่งตรวจ RT-PCR แจ้งผลโดยเร็ว มั่นใจคลัสเตอร์เชียงใหม่คุมได้ สั่งเฝ้าระวัง เร่งฉีดวัคซีน

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 3 พฤศจิกายน รัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงการเปิดประเทศเปิดรับนักท่องเที่ยวว่า ที่ผ่านมายังไม่พบอะไรที่เป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งได้มีการเร่งรัดตรวจ RT-PCR โดยได้กำชับผู้ที่เกี่ยวข้องว่าผลการตรวจต้องออกโดยเร็ว เพราะมาตรการกำหนดไว้ว่า ผู้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศจะพักเพียงแค่หนึ่งคืนเพื่อรอผลการตรวจ เบื้องต้นคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยต้องจองโรงแรมที่ขึ้นทะเบียนไว้กับทางการของเราอยู่แล้ว หากผลไม่ติดเชื้อผู้ที่เดินทางเข้ามาก็สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที ส่วนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์อาจจะพบผู้ติดเชื้ออยู่บ้าง คิดเป็น 0.8% ซึ่งคนเหล่านี้เราก็ต้องรักษาเขา ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ใช้เงินของรัฐบาล เพราะคนต่างชาติที่เดินมาประเทศไทย ทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจจะต้องซื้อประกันและจองโรงแรม ที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงสาธารณสุข

นายอนุทิน กล่าวถึงความคืบหน้าในการจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์ว่า น่าจะได้รับการอนุมัติจากสหรัฐอเมริกาแล้ว ซึ่งรอให้เขามาขึ้นทะเบียนกับประเทศไทยก่อน หากดำเนินการแล้วเสร็จจะเร่งจัดหาเข้ามา ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและต้องขึ้นทะเบียนตามกฏหมายเพื่อความปลอดภัย ยืนยันว่าจะดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยจะจัดทุกอย่างให้กับประชาชนคนไทยทันที

นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ส่วนคลัสเตอร์ที่จ.เชียงใหม่ นั้น ยืนยันว่าสามารถควบคุมได้ และสั่งการให้เฝ้าระวังและเร่งฉีดวัคซีน หากเป็นพื้นที่บนดอยหรือพื้นที่ห่างไกลการคมนาคมขนส่งไม่สะดวกให้จัดทีมโดยโรงพยาบาลในพื้นที่นั้นนั้นออกฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในชุมชนและหมู่บ้านให้มากที่สุด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่และสาธารณสุขจังหวัด ได้ รับปากว่าจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ซึ่งส่วนกลางได้จัดส่งวัคซีนให้แล้ว ตามกำหนดอย่างเพียงพอ โดยจังหวัดเชียงใหม่มีประชากรรวม 1.7 ล้านคน ฉีดวัคซีนไปแล้ว 1.2 ล้านคน

เมื่อถามว่า กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีคำสั่งห้ามผู้สมัครเลือกตั้งท้องถิ่น ที่เป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ปฎิบัติหน้าที่อสม. นายอนุทิน กล่าวว่า อสม. เขารู้หน้าที่ของเขาดี ซึ่งเขาคงไม่มีอะไรไปแจก มีแต่ไปช่วยประชาชน ซึ่งไม่ได้ผิดอะไร หากสมมุติว่าขับรถกลับบ้านแล้วเจอคนป่วยแล้วเจอคนป่วยข้างทาง หรืออุบัติเหตุ แต่เจ้าตัวสมัครอบต.อยู่ ถามว่า จะไม่ให้เขาไปลงช่วยเหลือชาวบ้านก็คงไม่ถูก เพราะมีหลักมนุษยธรรมอยู่ ตรงนี้สามารถอธิบายได้ แต่ไม่ใช่เป็นอสม. แล้วจะไปบอกว่าถ้าเลือกฉันจะเอายาพาราเซตามอลมาแจก ตรงนี้ไม่ต้องเป็นอสม.ไม่ว่าจะเป็นใครก็ผิดหมด หน้าที่ความรับผิดชอบและความเสียสละเป็นคนละเรื่องกัน